
สำนักงานกำกับตลาดแห่งชาติจีนสั่งเรียกคืนรถสูงสุดเป็นประวัติกาล เนื่องจากมือจับประตูฉุกเฉินแบบกลไกมีสีกลมกลืนกับภายในรถ ทำให้มองเห็นและใช้งานยากเมื่อระบบไฟฟ้าล้มเหลวหลังเกิดอุบัติเหตุ เสี่ยงต่อการหนีออกและการช่วยเหลือ Tesla เรียกคืนมากสุด 2.98 ล้านคัน ตามด้วย Xiaomi, Leapmotor, Xpeng และอื่นๆ ทั้งนี้ต้นทุนแก้ไขในระยะสั้นต่ำเพราะใช้ OTA แต่กดดันอัตราการทำกำไรรถหรูของจีนและ Tesla ในระยะยาวมากกว่าจาก R&D และการออกแบบ เราชอบ Geely มากที่สุดในกลุ่ม EV แต่ความเสี่ยงจะน้อยกว่าหากมองไปที่ CATL23, ZIJIN23, LG Energy Solution และ Samsung SDI
การเรียกคืนรถยนต์ครั้งประวัติศาสตร์ในจีน
สำนักงานกำกับตลาดแห่งชาติจีน (State Administration for Market Regulation) ประกาศเรียกคืนรถยนต์ไฟฟ้ารวมกว่า 4.3 ล้านคันจาก 9 ค่าย เนื่องจากปัญหามือจับประตูฉุกเฉินแบบกลไกที่มีสีกลมกลืนกับวัสดุภายในรถ ทำให้ยากต่อการมองเห็นและมีปัญหาการใช้งานเมื่อระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำไม่ทำงานหลังเกิดอุบัติเหตุรุนแรง โดยทางการจีนอ้างว่ามีเชื่อมโยงกับผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 รายใน 12 เหตุการณ์ ทั้งนี้จีนเป็นประเทศแรกที่สั่งห้ามมือจับประตูแบบซ่อนอย่างเป็นทางการ (มีผล 1 ม.ค. 2027) ส่วนรถรุ่นที่ผ่านการอนุมัติแล้วมีเวลาถึง ม.ค. 2029 ซึ่งเรามองว่าอาจกลายเป็นมาตรฐานที่ตลาดอื่นทำตาม เนื่องจากขนาดตลาด EV จีนใหญ่และมีการส่งออกไปทั่วโลกโดยเฉพาะในเอเชียและยุโรป
|
|
เหตุการณ์สำคัญ |
|
ก.ค. 2024 |
CATARC, สถาบันวิจัย Geely, Li Auto และผู้ผลิตรายอื่น ๆ ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานด้านความปลอดภัย (safety taskforce) เริ่มศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีมือจับประตูรถและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น |
|
ก.ย. 2024 |
การประชุมคณะทำงานครั้งที่ 1 ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้ผลิตรถยนต์ทั้งจากจีนและต่างประเทศ |
|
พ.ย. 2024 |
การประชุมคณะทำงานครั้งที่ 2 หารือถึงข้อบกพร่องของมือจับประตูที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน |
|
มี.ค. 2025 |
การประชุมคณะทำงานครั้งที่ 3 หารือถึงข้อกำหนดเฉพาะของมือจับประตู |
|
พ.ค. 2025 |
การประชุมคณะทำงานครั้งที่ 4 จัดทำร่างข้อเสนอ (draft proposal) |
|
ก.ค. 2025 |
การประชุมคณะทำงานครั้งที่ 5 หารือถึงแนวโน้มการออกแบบมือจับประตู |
|
ส.ค. 2025 |
การประชุมคณะทำงานครั้งที่ 6 ปรับปรุงร่างข้อเสนอให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น |
|
1 ก.ย. 2025 |
การประชุมคณะทำงานครั้งที่ 7 ผู้ผลิตรถยนต์หารือถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต |
|
4 ก.ย. 2025 |
การประชุมคณะทำงานครั้งที่ 8 สรุปร่างข้อเสนอฉบับสุดท้าย รวมถึงข้อกำหนดเรื่องพื้นที่ปฏิบัติงานเชิงกายภาพ (physical operational space) |
|
24 ก.ย. 2025 |
เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างกฎระเบียบใหม่ที่เสนอ (public comment) |
|
22 พ.ย. 2025 |
สิ้นสุดช่วงการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ |
ต้นตอของปัญหา
การพึ่งพาระบบปลดล็อกไฟฟ้า (Electronic Actuator) เพียงอย่างเดียว เมื่อแบตเตอรี่ 12V ถูกทำลายขณะชนหรือเกิดอุบัติเหตุ ประตูจะล็อกไม่สามารถดึงที่เปิดประตูได้ ในขณะที่กลไกแมนนวล (Mechanical backup) ถูกซ่อนอย่างแนบเนียนจนมองไม่เห็นเพราะเป็นสีเดียวกับตัวรถในบางรุ่น

Tesla ถูกเรียกคือมากที่สุด ตามด้วย Xiaomi
Tesla ถูกเรียกคืนมากที่สุดประมาณ 2.98 ล้านคัน (Model 3/Y/S/X ทั้งที่ผลิตในจีนและนำเข้า) ตามด้วย Xiaomi (~390,000 คัน ของรุ่น SU7), Leapmotor (~371,200 คัน), Xpeng (~264,840 คัน), Zeekr (~92,660 คัน), Chery (~68,490 คัน), Dongfeng (~53,450 คัน), BAIC (~46,850 คัน), FAW (~11,910 คัน) นอกจากนั้น Tesla ยังเรียกคืนรถอีก 2.74 ล้านคันสำหรับปัญหาระบบตรวจจับสมาธิผู้ขับขี่ในฟังก์ชันช่วยขับ (Driver Assistance)
ในเบื้องต้นกระทบต้นทุนจำกัด แต่ไม่จำกัดในระยะยาว
ในเบื้องต้นเรามองว่ากระทบต้นทุนไม่สูงมากนัก เพราะการแก้ไขการเตือนตำแหน่งมือจับฉุกเฉินหรือติดสติ๊กเกอร์สีแตกต่างจากตัวรถ และอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน OTA (Over-The-Air เป็นเทคโนโลยีสื่อสารแบบไร้สายที่สามารถส่งซอฟต์แวร์ เฟิร์มแวร์ การแก้ไขข้อบกพร่อง รวมถึงข้อมูลต่างๆ ไปยังอุปกรณ์โดยไม่จำเป็นต้องนำอุปกรณ์เข้าศูนย์บริการ) ให้กระจกหน้าต่างเลื่อนลงอัตโนมัติหลังเกิดอุบัติเหตุ เรามองว่าวิธีนี้เป็นเพียงมาตรการแก้ขัดแต่ปัญหาที่ต้องแก้คือการแยกส่วนกลไกไฟฟ้าและระบบล๊อคออกจากกัน ทั้งนี้ค่ายรถจีนบางราย (Geely Galaxy M9, BYD Seal 06) มีการปรับดีไซน์กลับไปใช้มือจับแบบเดิมล่วงหน้าแล้ว แสดงถึงการตั้งรับเชิงรุกก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้ และเรามองว่าบริษัทรถยนต์จะต้องมีต้นทุนด้านการออกแบบและ R&D ที่สูงขึ้นสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต โดยเฉพาะรถกลุ่ม premium ที่ใช้มือจับซ่อนเป็นจุดขาย
มุมมองของ InnovestX
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน