สรุปสาระสำคัญ
Microsoft ปรับทิศทางบริษัทที่ต้องการจะลดการพึ่งพา OpenAI โดยเปิดตัวโมเดล AI ภายในองค์กร 7 รุ่น และผู้ช่วย AI Agent 'Scout' ควบคู่ไปกับการบุกขยายตลาดฮาร์ดแวร์ด้วยชิปควอนตัม Majorana 2 ที่มีความเสถียรเพิ่มขึ้น 1,000 เท่า โดยตั้งเป้าสร้างระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมเชิงพาณิชย์ให้พร้อมใช้จริงในปี 2029 จากภาพทั้งหมดสะท้อนถึงยุทธศาสตร์การพึ่งพาตัวเองและเป็นผู้นำเทคโนโลยีตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลไปจนถึงแอปพลิเคชันเชิงองค์กร เรามองว่า Microsoft มีแนวโน้มที่จะเป็น Full-stack AI ได้ในระยะยาวแม้ว่าจะช้ากว่าคนอื่น ราคาหุ้นในระยะยสั้นสะท้อนข่าวลบไปในระดับหนึ่งแล้วมองเป็นจังหวะในการฟื้นตัวของราคาหุ้น
3 ประเด็นสำคัญ
- Microsoft มุ่งเป้าเป็นองค์กรพึ่งพาตนเองและลดการพึ่งพา OpenAI ด้วยการสร้างโมเดลตระกูล MAI ที่พัฒนาด้วยตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงในอุตสาหกรรม AI ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
- Microsoft เข้าสู่ยุค Agentic AI โดยพัฒนาการจาก Chatbot ธรรมดาสู่ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (Scout) ที่มีอิสระในการตัดสินใจและจัดการงานแทนมนุษย์ได้
- Microsoft เปิดตัวชิปควอนตัม Majorana 2 ที่ยืดอายุ Qubit ได้ถึง 20 วินาที ทำให้ Microsoft ลดระยะเวลาเป้าหมายการสร้างเครื่องควอนตัมเชิงพาณิชย์ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2029
Microsoft เปิดตัวโมเดลตระกูล MAI ที่พัฒนาด้วยตัวเอง
Microsoft เปิดตัวโมเดลตระกูล MAI จำนวน 7 รุ่น และแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมการทำงานหลายด้าน โดยจุดเด่นของ MAI คือการทำโมเดลจากจุดเริ่มต้นไม่มีการอะไรใช้จาก OpenAI และข้อมูลที่ใช้เป็นของตัวเอง
|
Model
|
ประเภท
|
ความสามารถหลัก
|
|
MAI-Thinking-1
|
Reasoning
|
วิเคราะห์ปัญหาทีละขั้น (เทียบชั้น Claude Sonnet 4.6)
|
|
MAI-Code-1-Flash
|
Coding
|
ขนาดเล็ก (5 พันล้านพารามิเตอร์), ฝังใน GitHub Copilot/VS Code
|
|
MAI-Image-2.5
|
Image Gen + Editing
|
Text-to-image และตกแต่งรูป image, ดีกว่า Nano Banana Pro
|
|
MAI-Transcribe-1.5
|
Audio Transcription
|
เร็วกว่าคู่แข่ง 5 เท่า, รองรับ 43 ภาษา
|
|
MAI-Voice-2
|
Voice/TTS
|
เสียงธรรมชาติ 15 ภาษา, เลียนแบบเสียงจากตัวอย่างสั้นๆ
|
- ระบบให้เหตุผล (Reasoning): MAI-Thinking-1 เป็นโมเดลหลักที่สามารถคิดวิเคราะห์แยกแยะปัญหาเป็นขั้นตอน มีความโดดเด่นด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์และคณิตศาสตร์
- ระบบเขียนโค้ด (Coding): MAI-Code-1-Flash ออกแบบมาสำหรับการใช้งานแบบ Agentic ประมวลผลบนพารามิเตอร์ 5 พันล้านตัว ผสมผสานการทำงานเข้ากับ GitHub, Copilot และ VS Code
- ระบบภาพ (Image): MAI-Image-2.5 และรุ่น Flash รองรับการสร้างภาพจากข้อความ (Text-to-image) และการตัดต่อภาพขั้นสูง
- ระบบเสียง (Voice & Transcription): MAI Transcribe-1.5 รองรับการถอดเสียง 43 ภาษาด้วยความเร็วที่ดีกว่าคู่แข่ง 5 เท่า และ MAI-Voice-2 / Voice-2-Flash สำหรับสร้างเสียงสังเคราะห์ที่เป็นธรรมชาติและเลียนแบบเสียงจากตัวอย่างสั้นๆ ได้
Agentic AI ในรูปแบบของ Microsoft
- ระบบผู้ช่วยอัตโนมัติ (Autonomous Agent) Microsoft Scout (พัฒนาจาก OpenClaw) ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยผู้บริหาร สามารถจัดการอีเมล ตารางนัดหมาย และขอเลื่อนการประชุมได้เองเมื่อเวลาทับซ้อนโดยอัตโนมัติ
- ความกังวลของ OpenClaw ยังมีอยู่ แต่การนำเสนอเทคโนโลยีของ Microsoft จะอยู่ในรูปแบบที่ปลอดภัย รัดกุม และสร้างความไว้ใจให้กับลูกค้าองค์กรที่ยังมีความระมัดระวังสูง
- ความโดดเด่นของ AI กลุ่มนี้คือความสามารถในการเข้าไปควบคุมคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เพื่อทำงานที่ซับซ้อนให้เสร็จสิ้นได้ ซึ่งบริษัทคู่แข่งอย่าง Anthropic และ OpenAI ก็กำลังโปรโมทเทคโนโลยี AI ที่สามารถเข้าถึงเดสก์ท็อปของผู้ใช้ได้เช่นกัน
- Microsoft ได้นำเสนอฮาร์ดแวร์ต้นแบบ เช่น ลำโพงตั้งโต๊ะที่มีหน้าจอจดจำใบหน้าเพื่อแสดงตารางงาน ที่พัฒนาร่วมกับ Qualcomm สำหรับการพูดคุยสั่งงาน AI Agent ได้ในทุกที่
- Frontier Tuning เป็นระบบ fine-tune model บน workflow ของแต่ละองค์กรด้วยปัญญาประดิษฐ์และ Machine Learning ที่สอนให้ AI หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์เรียนรู้ที่จะตัดสินใจแบบลองผิดลองถูก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คล้ายกับวิธีที่มนุษย์เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ
- มีการพัฒนา Healthcare AI โดยเฉพาะกับ Mayo Clinic โมเดลเฉพาะทางทางการแพทย์
Microsoft เปิดตัวชิปควอนตัม Majorana 2
- ประมวลผลด้วย 12 Qubits (เพิ่มขึ้นจาก 8 Qubits ในรุ่น Majorana 1) และเปลี่ยนการใช้วัสดุตัวนำยิ่งยวดจากอลูมิเนียมเป็นตะกั่ว (Lead superconductor) ซึ่งช่วยให้เกิดรูปแบบการจัดเรียงตัวของอนุภาคและการแสดงคุณสมบัติทางฟิสิกส์ที่เสถียรขึ้นสำหรับ topological qubits
- ดีกว่าชิปรุ่นก่อน (Majorana 1) ตรงที่อายุสถานะของ Qubit อยู่ได้นานกว่า 20 วินาที เพิ่มขึ้นอย่างมากจากรุ่นแรกที่อยู่ได้ไม่ถึง 12 มิลลิวินาที และมีความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพเพิ่มขึ้นถึง 1,000 เท่า
- Majorana 2 ได้รับการตรวจสอบโดยสำนักโครงการวิจัยขั้นสูงด้านกลาโหม(Defense Advanced Research Project Agency – DARPA) อย่างใกล้ชิด
|
บริษัท
|
แนวทาง
|
จุดเด่น
|
|
Microsoft
|
Topological Qubit
|
โอกาสในการผิดพลาดน้อยกว่าในทางทฤษฎี, ขยายธุรกิจง่ายกว่า
|
|
Google
|
Superconducting Qubit
|
แก้ไขข้อผิดพลาดได้เร็วแม้ว่าจะเป็นรับบขนาดใหญ่
|
|
IBM
|
Superconducting Qubit
|
มี quantum computer เชิงพาณิชย์แล้ว, ecosystem กว้าง
|
Topological Qubit คืออะไร?
- Topological Qubit เป็นรูปแบบการคำนวณเชิงควอนตัมที่อาศัยคุณสมบัติของอนุภาคเสมือน (Quasi-particle) ที่ชื่อว่า Majorana
- เป้าหมายหลักของแนวทางนี้คือการสร้าง Qubit ที่มีความทนทานต่อปัจจัยรบกวนภายนอก (เช่น อุณหภูมิ และแรงสั่นสะเทือน) ได้ดีกว่า เพื่อลดอัตราการเกิดข้อผิดพลาดในการคำนวณ (Less error-prone)
- Qubit ทั่วไป (superconducting) มีข้อมูลอยู่ที่จุดเดียว ถ้าจุดนั้นถูก noise (อุณหภูมิ, การสั่น, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) รบกวน ข้อมูลหายทันที ในขณะที่ Topological Qubit ข้อมูลถูกซ่อนเป็น topological pattern หาก noise ธรรมดาทำลายไม่ได้ง่ายๆ เพราะต้องทำลาย pattern ของข้อมูลทั้งหมดพร้อมกันถึงจะเกิดข้อผิดพลาด ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดของระบบลงได้อย่างมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ
- ข้อได้เปรียบหลักของ Microsoft หาก topological qubit สำเร็จ จะสามารถทนทานต่อข้อผิดพลาดได้มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ต้องการ Qubits ในการประมวลผลเพื่อแก้ข้อผิดพลาดที่น้อยกว่า ทำให้การขยายขนาดไปสู่ล้าน qubits ได้ถูกกว่า
มุมมองของ INVX
- การขยาย Ecosystem ระดับโครงสร้าง การที่ Microsoft ลดความเสี่ยงที่ต้องพึ่งพา OpenAI ไปเป็นผู้พัฒนาโมเดล AI ของตนเอง และทำชิปประมวลผลควอนตัมที่ดีกว่ารุ่นเดิม จะปลดล็อกข้อจำกัดที่ตลาดกังวลอยู่ในระดับหนึ่ง ทำให้การนำ AI เข้าสู่ตลาดทำได้ง่ายขึ้นและด้วยการพัฒนาทั้งระบบประมวลผลและ Ecosystem ขนาดใหญ่ทั้งปริมาณคนใช้งานและปริมาณสินค้าทำให้ Microsoft จะมีต้นทุนที่ต่ำลงและการฟื้นตัวของกำไรจะดีขึ้น
- Microsoft กำลังสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ซึ่งการครอบคลุมทั้ง กรอบความคิดปัจจุบัน (AI Model และ AI Agent) และสิ่งที่กำลังเปลี่ยนในอนาคต (Quantum) พร้อมกัน ซึ่งตลาดมองว่า Google/Amazon นำ Microsoft แต่ทุกอย่างกำลังสะท้อนภาพที่ Microsoft กำลังลดช่องว่าที่ตลาดกังวล
- ตลาดมอง Microsoft เป็น AI distributor ไม่มี AI เป็นของตัวเอง แต่การเปิดตัว MAI พร้อมแผนการพัฒนา Quantum ที่มี DARPA สนับสนุนกำลังเปลี่ยนภาพนี้ หาก MAI-Thinking models พิสูจน์ตัวเองใน production ได้ในอีก 2-3 ไตรมาสข้างหน้า โอกาสที่จะมีการขยายตัวของ Valuation มีค่อนข้างสูง
- Azure คือทุกอย่างของ Microsoft ทั้ง MAI models (Frontier Tuning), ระบบประมวลผล Quantum (Azure Quantum), และ healthcare AI (Mayo Clinic) ล้วนประมวลผลผ่าน Azure ถ้ายิ่งบริษัทและผู้ใช้งานผูกติดกับ Azure มากขึ้น เพราะการใช้งานและปริมาณงานทั้งสองประเภทนี้ย้ายออกยากมาก
- Forward P/E ปรับตัวลดลง 22% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาแม้ว่าปัจจัยพื้นฐานจะแข็งแรงมากก็ตาม ด้วยภาพที่ตลาดซื้อ Semiconductor และขาย Software ทำให้เกิดแรงกดดันต่อ Valuation เรามองว่าด้วยการเติบตาของ Azure ประมาณ 40% YoY ในอีก 2 ไตรมาสข้างหน้าซึ่งจะตรงกับการตอบรับของ MAI และ Scout พอดี ซึ่งน่าจะเปลี่ยนภาพของ Microsoft ที่จะถูก AI ทดแทนได้
- ปัจจุบัน MSFT เทรดอยู่ที่ 22.8x P/E หากไปเทรดที่ค่าเฉลี่ยระยะยาวของ Microsoft ที่ 27.7x P/E และใช้ EPS ปี 2027 ที่ 19.5 (ค่าเฉลี่ยที่ตลาดคาดการณ์) ราคาจะไปอยู่ที่ 530-540 เหรียญสหรัฐ บนสมมุติฐานที่ MAI และ Scout ได้แรงตอบรับจากลูกค้าดี
- ดังนั้นเราจึงมองว่า Microsoft มีความน่าสนใจในเชิงปัจจัยพื้นฐานและการประเมินมูลค่าหุ้น และดูเหมือนการปรับกลยุทธ์ของ Microsoft จะช่วยให้ตลาดคลายความกังวลที่เกี่ยวกับ AI ได้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ Microsoft ในระยะสั้นและระยะยาว
