สรุปสาระสำคัญ
ยอดส่งมอบ EV จีนเดือน พ.ค. 2026 เติบโตเด่นในกลุ่ม BYD, Leapmotor, NIO แต่ Li Auto และ XPeng ยังหดตัว YoY จากการปรับโมเดลและติดคอขวดการผลิต โดย INVX มองว่ากลุ่มค่ายรถยนต์ยังเผชิญศึกหนักจากสงครามราคาและการแข่งขันเทคโนโลยี จึงมองบวกต่อกลุ่มต้นน้ำอย่าง CATL (CATL23) และ Horizon Robotics (HORIZON23) ที่ไม่มีแรงกดดันอัตรากำไรเท่ากลุ่มผลิตรถยนต์
ภาพรวมการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าจีนเดือน พ.ค.
|
บริษัท
|
ยอดจัดส่ง พ.ค. 2026 (คัน)
|
MoM%
|
YoY%
|
|
BYD
|
383,453
|
0.20%
|
0.30%
|
|
Leapmotor
|
81,569
|
14.30%
|
81.00%
|
|
NIO
|
37,705
|
28.40%
|
62.30%
|
|
Li Auto
|
33,350
|
-2.10%
|
-18.40%
|
|
XPeng
|
32,158
|
4.00%
|
-4.00%
|
รายละเอียดยอดขายและยอดส่งมอบเดือน พ.ค. แยกรายบริษัท
1. BYD
- ยอดส่งมอบ: ยอดขายรวมในเดือน พ.ค. มีทั้งหมด 383,453 คัน คิดเป็นการเติบโตขึ้นเล็กน้อยที่ 3% YoY และเติบโต 0.2% MoM ซึ่งถือเป็นการกลับมาเติบโตแบบ YoY ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน
- ยอดขายในต่างประเทศ: มียอดส่งออกและขายในตลาดยอดขายนอกประเทศจีนสูงถึง 160,644 คัน เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 80% YoY
- ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค: ยอดขายในต่างประเทศที่แข็งแกร่งเป็นแรงหลักที่ช่วยพยุงบริษัทในภาวะที่ความต้องการซื้อภายในประเทศจีนเริ่มชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยังคงลดลง 3 เนื่องจากบริษัทยังคงได้รับผลกระทบจากการทยอยสิ้นสุดเงินอุดหนุนของภาครัฐและการแข่งขันที่รุนแรง
- แผนงานสำคัญ: บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายนอกประเทศจีนในปีนี้ไว้ที่ 3 ล้านคัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 25% จากปี 2025 และกำลังเจรจากับ Stellantis รวมถึงผู้ผลิตยุโรปรายอื่นเพื่อเข้าใช้ประโยชน์จากโรงงานผลิตที่ยังมีกำลังการผลิตเหลือในภูมิภาคยุโรป
2. Leapmotor
- ยอดส่งมอบ: ทำสถิติยอดจัดส่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในตลาดยอดขายค้าส่งที่จำนวน 81,569 คัน เติบโตขึ้นถึง 81% YoY และเพิ่มขึ้น 3% MoM ทำให้ยอดขายสะสม 5 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 263,111 คัน หรือเพิ่มขึ้น 52% YoY
- ยอดขายแยกตามตลาด: ยอดขายในต่างประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 41% MoM และ 447% YoY สู่ระดับ 20,000 คัน ขณะที่ยอดขายภายในประเทศจีนเติบโต 8% MoM และ 49% YoY อยู่ที่ประมาณ 61,600 คัน
- ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค: ยอดขายได้รับแรงหนุนจากการเร่งกำลังการผลิตรถยนต์ประเภท SUV สองรุ่นหลักในประเทศ คือรุ่น A10 ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้น 60% MoM และรุ่น D19 ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้น 57% MoM อย่างไรก็ดียอดคำสั่งซื้อใหม่รวม ในเดือน พ.ค. ลดลง 18% MoM เนื่องจากความต้องการเริ่มปรับฐานเข้าสู่ระดับปกติหลังผ่านพ้นช่วงของการเปิดตัวโมเดลใหม่ในเดือนเมษายน
- แผนงานสำคัญ: บริษัทยังคงมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายที่ 1 ล้านคันในปี 2026 ได้ โดยในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ มีกำหนดจะเริ่มสายการผลิตรถยนต์รุ่น B10 SUV ในประเทศสเปน ภายใต้ความร่วมมือกับ Stellantis และเตรียมปรับลดเงินอุดหนุนส่วนลดในเดือนมิถุนายนลงรุ่นละ 2,000 หยวนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับโฉมผลิตภัณฑ์
3. NIO
- ยอดส่งมอบ: ยอดจัดส่งรวมเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งถึง 3% YoY และเพิ่มขึ้น 28.4% MoM โดยมียอดจัดส่งสะสมจนถึงวันที่ 31 พ.ค. อยู่ที่ 1,148,118 คัน
- ยอดขายแยกตามแบรนด์:
- แบรนด์ NIO: ยอดจัดส่ง 20,013 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 5% MoM โดยรุ่น NIO ES8 ทำยอดขายได้ 11,475 คัน แม้ว่าจะลดลง 12% MoM แต่ยังครองแชมป์รถยนต์ SUV ที่มียอดขายสูงสุดในระดับราคาเกิน 400,000 หยวน
- แบรนด์ ONVO: ยอดจัดส่ง 12,029 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 125% MoM ขับเคลื่อนด้วยรุ่นใหม่ ONVO L80 จำนวน 5,949 คัน
- แบรนด์ Firefly: ยอดจัดส่ง 5,663 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 14% MoM
- ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค: ยอดคำสั่งซื้อใหม่พุ่งขึ้นเป็นประมาณ 60,000 คั ซึ่งเพิ่มขึ้น 43% MoM จากการเปิดตัวของ ONVO L80 และรุ่นเรือธงอย่าง NIO ES9 แม้บริษัทจะลดการจัดโปรโมชั่นลงก็ตาม อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบชิ้นส่วน เช่น ชิปหน่วยความจำ DRAM และลิเทียมคาร์บอเนตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 10,000 หยวนต่อคัน
- แผนงานสำคัญ: ตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์ในไตรมาสที่ 2 ไว้ที่ 110,000 ถึง 115,000 คัน โดยคาดการณ์ว่ารุ่น ES9 จะทำยอดขายได้ 6,000 และ 8,000 คันในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. ตามลำดับ พร้อมแผนนำชิปที่พัฒนาขึ้นเองอย่าง NX9301 SoC มาใช้เพื่อทดแทนการนำเข้าชิ้นส่วนความจำเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของรถยนต์ไว้ที่ 17-18%
4. Li Auto
- ยอดส่งมอบ: ยอดจัดส่งรวมอยู่ที่ 33,350 คัน ปรับตัวลดลง 2% MoM และลดลงถึง 4% YoY ซึ่งสวนทางกับผู้ประกอบการรายอื่น
- ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค: สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดจัดส่งชะลอตัวลง เกิดจากการที่บริษัทตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการปรับลดและถอดตัวเลือกโมเดลย่อยบางประเภทของรถยนต์ตระกูลเดิม (L6, L8, L9) ออกจากระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการออกรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงปลายปี ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่น i6 ยังคงทำยอดขายได้ดีที่ระดับเกิน 20,000 คันในเดือนนี้ ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อใหม่รวมฟื้นตัวขึ้น 16% MoM จากกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมของรุ่น L9 เจเนอเรชันใหม่
- แผนงานสำคัญ: คาดการณ์เป้าหมายการส่งมอบในไตรมาสที่ 2 ไว้ที่ 95,000 ถึง 100,000 คัน และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของรถยนต์จะฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10% จาก 1% ในไตรมาส 1 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดจัดส่งทั้งปีที่มากกว่า 20% YoY ผ่านแผนการปรับตำแหน่งทางการตลาดของรถยนต์ตระกูล L-Series ทั้งหมด และการเปิดตัวรุ่น i9
5. XPeng
- ยอดส่งมอบ: เพิ่มขึ้น 4% MoM แต่ยังคงลดลง 4% YoY
- ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค: การฟื้นตัวในระยะสั้นแบบ MoM มีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเปิดตัวรถเอสยูวีขนาดใหญ่รุ่นเรือธงอย่าง GX เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ซึ่งสามารถสร้างยอดจองแบบยกเลิกไม่ได้ไปได้ถึง 24,863 คัน ภายในเวลาเพียง 12 ชั่วโมงแรก ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อใหม่รวมพุ่งขึ้น 40% MoM อย่างไรก็ตาม ปัญหาคอขวดในปัจจุบันคือระยะเวลาในการรอรับรถที่ค่อนข้างนาน เนื่องจากกำลังการผลิตยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
- แผนงานสำคัญ: คาดการณ์เป้าหมายการส่งมอบในไตรมาสที่ 2 ไว้ที่ 100,000 ถึง 106,000 คัน โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของรถยนต์จะทรงตัวที่ประมาณ 12% และอัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ราว 20% พร้อมเตรียมเปิดตัวรถเอสยูวีขนาดใหญ่ 5 ที่นั่งรุ่น G9L ในไตรมาสที่ 3 และรถยนต์ภายใต้แบรนด์ย่อยอย่าง Mona อีกสองรุ่นในช่วงครึ่งปีหลัง
มุมมองของ INVX
เราประเมินว่า กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าจีนยังมีแรงกดดัน 2 ปัจจัย ได้แก่ 1) สงครามด้านราคาที่ยังไม่ลดลง ส่งผลเสียต่ออัตรากำไรอย่างรุนแรง 2) การแข่งขันทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นตัวเร่งในราคาของรถยนต์ปรับตัวลดลงอีกในระยะข้างหน้า
ดังนั้น เรายังมองบวกต่อกลุ่มต้นน้ำที่สามารถเติบโตตามปริมาณการขายของรถยนต์ไฟฟ้าในจีนอย่างแบตเตอรี่ CATL (CATL23) และระบบขับขี่ Horizon Robotics (HORIZON23) มากกว่ากลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ที่มีการแข่งขันสูง