สรุปสาระสำคัญ
Horizon Robotics ประกาศคาดการณ์ผลประกอบการเบื้องต้น โดยคาดว่าจะพลิกมีกำไรสุทธิ 3.5–4.0 พันล้านหยวนในครึ่งแรกของปี 2026 แต่กำไรส่วนใหญ่เกิดจากรายการพิเศษที่ไม่ใช่เงินสด ขณะที่ธุรกิจหลักยังขาดทุนเพิ่มขึ้น รายได้เติบโต 24.8–34.5% จากยอดขายผลิตภัณฑ์ ระบบช่วยขับขี่ และการให้สิทธิใช้เทคโนโลยี แต่ยังต่ำกว่าความคาดหวังของตลาด ภาพรวมแนวโน้มระยะยาว Horizon Robotics ยังน่าสนใจจากตลาดรถยนต์อัจฉริยะ แต่ผลประกอบการระยะสั้นยังมีความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายสูงและการปรับลดประมาณการ
1. รายงานกำไรสุทธิพลิกเป็นบวก แต่ไม่ได้มาจากการดำเนินงานหลัก
- Horizon Robotics ประกาศคาดการณ์ผลประกอบการเบื้องต้น โดยคาดว่าจะรายงานกำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ที่ 3.5–4.0 พันล้านหยวน เทียบกับขาดทุนสุทธิ 5.23 พันล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นหลักจากกำไรทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด ซึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของเงินกู้แปลงสภาพที่เกี่ยวข้องกับ CARIAD ตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น จึงยังไม่สะท้อนว่าธุรกิจหลักสามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืน
2. รายได้ยังเติบโตจากชิปขับขี่อัจฉริยะและการให้สิทธิใช้เทคโนโลยี
- รายได้จากธุรกิจต่อเนื่องคาดว่าจะอยู่ที่ 1.93–2.08 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 24.8–34.5% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากสองธุรกิจหลัก ได้แก่ การขายผลิตภัณฑ์และระบบสำหรับรถยนต์อัจฉริยะ และรายได้จากการให้สิทธิใช้เทคโนโลยีแก่ลูกค้า ฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำระบบช่วยขับขี่ในเมือง Horizon SuperDrive ไปใช้ในรถยนต์จำนวนมากขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
3. อัตรากำไรขั้นต้นยังแข็งแกร่ง แต่มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย
- กำไรขั้นต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงสุดราว 34.3% สู่ระดับไม่เกิน 1.37 พันล้านหยวน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 60.1–65.9% เทียบกับ 65.4% ในปีก่อน แม้อัตรากำไรยังอยู่ในระดับสูง แต่กรอบประมาณการด้านล่างสะท้อนความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา ต้นทุนการขยายธุรกิจ และสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่อาจเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้จากการให้สิทธิใช้เทคโนโลยี
4. ผลขาดทุนจากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น สะท้อนค่าใช้จ่ายที่ยังสูง
- เมื่อหักรายการพิเศษ บริษัทคาดว่าผลขาดทุนสุทธิปรับปรุงแล้วจะอยู่ที่ 1.4–1.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นประมาณ 5–28% จากขาดทุน 1.33 พันล้านหยวนในปีก่อน สะท้อนว่าค่าใช้จ่ายด้านการวิจัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการขยายตลาดยังสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ดังนั้น ตัวเลขกำไรสุทธิที่เป็นบวกจึงไม่ควรถูกใช้เป็นหลักในการประเมินคุณภาพผลประกอบการรอบนี้
5. การเติบโตของรายได้ต่ำกว่าความคาดหวังของตลาด
- แม้รายได้จะเติบโตมากกว่า 20% แต่ประมาณการครึ่งปีแรกคิดเป็นเพียง 32–35% ของประมาณการรายได้ทั้งปีของตลาด ซึ่งเดิมคาดว่าจะเติบโตราว 59% ทำให้นักวิเคราะห์มีแนวโน้มปรับลดประมาณการรายได้และยอดขายชิปทั้งปี โดยสมมติฐานยอดส่งมอบอุปกรณ์ถูกปรับลดจาก 5.4 ล้านหน่วยเหลือ 5.0 ล้านหน่วย ส่งผลให้ประมาณการรายได้ทั้งปีลดลง 17.8% และผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 17.4%
|
ประเด็นสำคัญ
|
ครึ่งแรกปี 2026
|
เทียบกับปีก่อน
|
มุมมอง
|
|
กำไรสุทธิที่รายงาน
|
3.5–4.0 พันล้านหยวน
|
จากขาดทุน 5.23 พันล้านหยวน
|
พลิกเป็นกำไรจากรายการพิเศษ
|
|
ผลขาดทุนหลังหักรายการพิเศษ
|
1.4–1.7 พันล้านหยวน
|
เพิ่มขึ้น 5–28%
|
ธุรกิจหลักยังขาดทุนสูง
|
|
รายได้
|
1.93–2.08 พันล้านหยวน
|
เพิ่มขึ้น 24.8–34.5%
|
เติบโตแต่ต่ำกว่าตลาดคาด
|
|
กำไรขั้นต้น
|
สูงสุด 1.37 พันล้านหยวน
|
เพิ่มขึ้นสูงสุด 34.3%
|
ยังเติบโตตามรายได้
|
|
อัตรากำไรขั้นต้น
|
60.1–65.9%
|
เทียบกับ 65.4%
|
ยังสูง แต่มีแรงกดดัน
|
|
สมมติฐานยอดขายอุปกรณ์ทั้งปี
|
5.0 ล้านหน่วย
|
ลดจาก 5.4 ล้านหน่วย
|
สะท้อนความต้องการต่ำกว่าคาด
|
|
ปัจจัยสนับสนุน
|
Horizon SuperDrive, BPU, การให้สิทธิใช้เทคโนโลยี
|
—
|
ช่วยขยายฐานรายได้ระยะยาว
|
|
ความเสี่ยงหลัก
|
การแข่งขันด้านราคาและการยอมรับของผู้ผลิตรถยนต์
|
—
|
อาจกดดันรายได้และอัตรากำไร
|
6. ความร่วมมือกับ BYD ยังมีความสำคัญต่อแนวโน้มระยะยาว
- แม้ BYD จะเปิดตัวชิปขับขี่อัจฉริยะ Xuanji A3 ของตนเอง แต่ Horizon Robotics ยังมีแนวโน้มรักษาความร่วมมือกับ BYD ได้หลายด้าน บริษัทอาจได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนชิปจากเทคโนโลยีหน่วยประมวลผล BPU ยังคงเป็นผู้จัดหาชิปสำคัญให้ระบบช่วยขับขี่ God’s Eye C สำหรับรถยนต์ระดับกลางถึงล่าง และอาจจัดหาชิปรุ่นใหม่สำหรับระบบ God’s Eye B รวมถึงระบบ Horizon SuperDrive ในรถยนต์ระดับสูงขึ้น
7. ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่การแข่งขันและการยอมรับจากผู้ผลิตรถยนต์
- แนวโน้มธุรกิจของบริษัทขึ้นอยู่กับความสามารถในการเพิ่มยอดติดตั้งระบบช่วยขับขี่ การขยายส่วนแบ่งตลาด และการสร้างรายได้จากการให้สิทธิใช้เทคโนโลยี ความเสี่ยงหลัก ได้แก่ การลดราคารถยนต์อย่างรุนแรงซึ่งอาจกดดันราคาชิปและอัตรากำไร รวมถึงการที่ผู้ผลิตรถยนต์นำระบบ Horizon SuperDrive ไปใช้ช้ากว่าคาด นอกจากนี้ การพัฒนาชิปภายในของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อาจเพิ่มแรงกดดันในระยะยาว
มุมมองของ InnovestX
- ผลประกอบการรอบนี้มีทั้งปัจจัยบวกและลบ โดยรายได้ยังเติบโตดี อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูง และความร่วมมือกับ BYD ยังช่วยสนับสนุนโอกาสระยะยาว
- อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนใหญ่เกิดจากรายการทางบัญชี ขณะที่ธุรกิจหลักยังขาดทุนเพิ่มขึ้นและรายได้ต่ำกว่าความคาดหวังของตลาด
- ในระยะยาวเรายังมองบวกต่อ Horizon Robotics (HORIZON23) จากแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของรถยนต์อัจฉริยะและความร่วมมือกับ BYD ทั้งในระบบ God’s Eye และชิปขับขี่รุ่นต่าง ๆ
- แต่แนวโน้มระยะสั้นยังมีความเสี่ยงจากการปรับลดประมาณการรายได้ การแข่งขันด้านราคา และการที่ผู้ผลิตรถยนต์พัฒนาชิปเอง โดยแนะติดตามการเติบโตของยอดส่งมอบ การควบคุมค่าใช้จ่าย และความสามารถในการลดผลขาดทุนจากธุรกิจหลัก
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน