สรุปสาระสำคัญ
GM ปรับทิศทางมุ่งรุกธุรกิจกักเก็บพลังงาน โดยร่วมมือพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่ต้นทุนต่ำ พร้อมเปิดใช้ระบบ V2G ให้รถ EV กว่า 2.5 แสนคันจ่ายไฟคืนกลับสู่บ้านและโครงข่ายไฟฟ้าได้ และเปิดตัวบริการ Energy Pass เพื่อเชื่อมต่อการชาร์จข้ามเครือข่าย รวมถึงปรับโรงงานร่วมทุนกับ LG ซึ่ง INVX ประเมินว่า กลยุทธ์ข้างต้นจะช่วยลดการขาดทุนในธุรกิจ EV และเพิ่มกระแสเงินสดจากธุรกิจพลังงานที่มีอัตรากำไรดีกว่าเข้ามาทดแทน
General Motors จัดงาน Empower 2026 ประกาศการปรับทิศทางกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยหันมาเน้นธุรกิจกักเก็บพลังงาน และการเชื่อมต่อยานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับระบบสายส่ง (V2G) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
สรุปกลยุทธ์และเทคโนโลยีเด่นของ GM
1. แบตเตอรี่โซเดียมไอออน: GM ได้เข้าถือหุ้นและร่วมมือกับ Peak Energy Technologies เพื่อร่วมกันพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่โซเดียมไอออนสำหรับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าได้หลังปี 2028
- ข้อได้เปรียบ: โซเดียมซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีราคาถูกและมีปริมาณมหาศาล แบตเตอรี่ประเภทนี้มีความปลอดภัยสูง มีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยต่ำ และไม่ต้องพึ่งพาแร่โคบอลต์ที่มักมีปัญหาจริยธรรมด้านแรงงานเด็กในกระบวนการทำเหมือง
- ลดต้นทุนระบบ: แบตเตอรี่โซเดียมไอออนของ GM สามารถทำงานได้ในอุณหภูมิที่กว้างและไม่ต้องใช้ระบบทำความเย็น ช่วยลดความซับซ้อนและลดต้นทุนระบบลงได้ 20% ถึง 25% เมื่อเทียบกับระบบที่นำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเก่ามาดัดแปลง
2. ระบบชาร์จสองทิศทาง: GM มีแผนที่จะเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้าในมือของผู้บริโภคให้กลายเป็นแหล่งจ่ายไฟย่อยเคลื่อนที่ ผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า Vehicle-to-Grid หรือ V2G
- ระบบชาร์จสองทิศทางคืออะไร: คือ เทคโนโลยีการจัดการพลังงานของรถยนต์ไฟฟ้าที่ยอมรับกระแสไฟฟ้าให้ไหลเข้าและออกจากตัวรถได้ทั้งสองทาง ต่างจากระบบชาร์จทั่วไปในอดีตที่เป็นแบบทิศทางเดียว ที่รับไฟจากบ้านหรือสถานีชาร์จเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่รถยนต์เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ หลักการทำงานง่ายๆ ของระบบนี้คือ เมื่อผู้ใช้งานเสียบปลั๊กชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่จะทำหน้าที่เป็นทั้ง ผู้รับพลังงาน มาเก็บไว้เมื่อมีความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อย เช่น ช่วงเวลากลางคืนที่ค่าไฟถูก และสามารถเปลี่ยนบทบาทเป็น ผู้จ่ายพลังงาน ปล่อยกระแสไฟฟ้าที่กักเก็บไว้ในแบตเตอรี่รถย้อนกลับออกมาใช้งานภายนอกได้ในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงหรือเกิดไฟดับ
- การใช้งานจริง: ปัจจุบัน GM มีรถยนต์ไฟฟ้าที่รองรับระบบชาร์จสองทิศทางวิ่งอยู่บนท้องถนนในสหรัฐฯ แล้วกว่า 250,000 คัน โดยบริษัทได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่ที่ช่วยให้รถยนต์เหล่านี้สามารถจ่ายไฟกลับเข้าสู่ระบบโครงข่ายหรือบ้านเรือนได้ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ
- แนวคิด: เจ้าของรถยนต์สามารถตั้งค่าให้รถชาร์จไฟเก็บไว้ในช่วงกลางคืนที่อัตราค่าไฟฟ้าต่ำ และปล่อยไฟฟ้าขายคืนสู่ระบบในช่วงเย็นที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย
- พันธมิตรผู้ให้บริการไฟฟ้า: GM กำลังทดสอบระบบร่วมกับผู้ให้บริการพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ เช่น PG&E ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และ DTE Energy ในรัฐมิชิแกน
3. บริการ Energy Pass และการปรับทิศทางของโรงงานแบตเตอรี่
- Energy Pass: ระบบที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าของ GM สามารถเข้าถึง ค้นหา และชำระเงินค่าวินิจฉัยพลังงานไฟฟ้า ณ สถานีชาร์จกระแสตรงความเร็วสูง หรือ DC Fast Charger ได้กว่า 70% ของสถานีทั้งหมดในสหรัฐฯ รวมถึงเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ผ่านแอปพลิเคชันหลักของตัวรถโดยไม่ต้องลงทะเบียนหลายแอปพลิเคชัน
- การปรับพอร์ตแบตเตอรี่ในอนาคต: มีความเป็นไปได้สูงที่ GM จะยกเลิกแผนการใช้แบตเตอรี่ LFP ในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นถัดๆ ไป โดยจะหันไปมุ่งเน้นแบตเตอรี่ชนิด LMR ที่ให้ความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าในต้นทุนที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ดี โรงงานที่ร่วมทุนกับ LG Energy Solution ในรัฐเทนเนสซี จะยังคงผลิตเซลล์แบตเตอรี่ LFP ต่อไป แต่จะเปลี่ยนวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในระบบกักเก็บพลังงานของโครงข่ายไฟฟ้าแทน
มุมมองของ INVX
เราประเมินว่า กลยุทธ์นี้ช่วยคลายข้อจำกัดและช่วยให้เงินลงทุนที่จมไปกับโรงงานแบตเตอรี่ EV ซึ่งปัจจุบันมียอดขายต่ำกว่าเป้าหมาย โดย GM ขายรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ได้เพียง 170,000 คันในปีที่ผ่านมา จากกำลังการผลิตที่ตั้งเป้าไว้ 1 ล้านคัน ดังนั้น การเปลี่ยนโรงงานมาผลิตแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานจะช่วยลดอัตราการขาดทุนและเพิ่มกระแสเงินสดจากธุรกิจพลังงานที่มีอัตรากำไรดีกว่าเข้ามาทดแทน