Offshore Stock Update

หุ้น AI–ชิปจีนร้อนแรงเกินพื้นฐานหรือไม่หลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง?

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|25 May 26 4:35 PM
Screenshot 2026-05-25 161129
สรุปสาระสำคัญ

หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์จีนปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมาโดยดัชนี STAR50 ทำระดับสูงใหม่ จนเริ่มเห็นสัญญาณการเก็งกำไรชัดเจน ทั้งจากระดับมูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นมาก ปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น และความคึกคักของหุ้น IPO ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธีมนี้ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นรอบนี้ไม่ได้เกิดจากกระแสเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานและนโยบายระยะยาว เช่น แรงสนับสนุนจากนโยบายลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในประเทศ การเพิ่มเงินลงทุนในศูนย์ข้อมูล และผลประกอบการของบางบริษัทที่เริ่มสะท้อนการเติบโตจริง

1) บทสรุป: มีแรงเก็งกำไรจริง แต่ยังมีแรงหนุนเชิงโครงสร้าง

  • หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์จีนปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมาโดยดัชนี STAR50 ทำระดับสูงใหม่ จนเริ่มเห็นสัญญาณการเก็งกำไรชัดเจน ทั้งจากระดับมูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นมาก ปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น และความคึกคักของหุ้น IPO ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธีมนี้ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นรอบนี้ไม่ได้เกิดจากกระแสเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานและนโยบายระยะยาว
  • ประเด็นสำคัญคือ เศรษฐกิจจีนโดยรวมยังอ่อนแอ ทำให้นักลงทุนมองหากลุ่มที่มีการเติบโตเฉพาะตัว ขณะที่กลุ่มปัญญาประดิษฐ์และชิปได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในประเทศ การเพิ่มเงินลงทุนในศูนย์ข้อมูล และผลประกอบการของบางบริษัทที่เริ่มสะท้อนการเติบโตจริง

 

2) เศรษฐกิจจีนอ่อนแอ ทำให้เงินลงทุนไหลเข้ากลุ่มที่มีการเติบโตชัดเจน

ภาพเศรษฐกิจจีนเดือน เม.ย. สะท้อนการชะลอตัวค่อนข้างกว้าง โดยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% YoY ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 4.1% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และการลงทุนสินทรัพย์ถาวรในช่วง 4 เดือนแรกหดตัว 1.6% YoY หลังเคยฟื้นตัวในไตรมาสก่อนหน้า

ปัจจัยที่กดดันเศรษฐกิจจีน ได้แก่

  • การบริโภคในประเทศยังอ่อนแอ โดยเฉพาะรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าคงทน
  • การใช้จ่ายภาครัฐชะลอลง โดยการใช้จ่ายภาครัฐในวงกว้างลดลง 7.3% YoY ในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นการลดลงแรงสุดในรอบ 6 เดือน
  • การใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานในงบประมาณหลักลดลง 17.7% YoY ในเดือน เม.ย.
  • เศรษฐกิจจีนยังอยู่ในภาวะ “สองทาง” คือ ส่งออกยังแข็งแรง แต่การบริโภคและการลงทุนในประเทศยังเปราะบาง โดยยอดส่งออกเดือน เม.ย. ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 14% YoY

ในภาวะที่กลุ่มเศรษฐกิจดั้งเดิม เช่น การบริโภค อสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐาน ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน นักลงทุนจึงให้ความสนใจกับกลุ่มที่ยังมีแนวโน้มเติบโตเด่นกว่า เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ชิป หุ่นยนต์ ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

 

3) นโยบายรัฐเป็นแรงหนุนหลักของกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และชิป

  • แรงสนับสนุนสำคัญของกลุ่มนี้มาจากนโยบายของจีนที่ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังจากจีนเผชิญข้อจำกัดจากสหรัฐฯ ในการเข้าถึงชิปประมวลผลขั้นสูง เครื่องจักรผลิตชิป และเทคโนโลยีสำคัญบางประเภท
  • สิ่งที่เห็นชัดคือ รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับปัญญาประดิษฐ์ การผลิตขั้นสูง หุ่นยนต์อัจฉริยะ และการพึ่งพาตนเองด้านเซมิคอนดักเตอร์ โดยนายกรัฐมนตรี Li Qiang เรียกร้องให้เร่งผสานปัญญาประดิษฐ์เข้ากับภาคการผลิต และส่งเสริมการยกระดับหุ่นยนต์อัจฉริยะ
  • ตัวอย่างที่สะท้อนธีมนี้อย่างชัดเจนคือกลุ่มหน่วยความจำของจีน เช่น YMTC และ CXMT โดย YMTC เริ่มกระบวนการเตรียมเข้าตลาด ขณะที่ CXMT มีรายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 เพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า และคาดว่ากำไรครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2,200% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าแรงหนุนของกลุ่มชิปจีนไม่ได้มีเพียง “ความคาดหวังจากนโยบาย” แต่เริ่มเห็นการเติบโตจริงในบางส่วนของห่วงโซ่อุตสาหกรรมแล้ว

 

ตารางที่ 1: สรุปภาพรวม — ทำไมธีม AI–ชิปจีนถึงโดดเด่นกว่าตลาดโดยรวม

ประเด็นหลัก

ภาพที่เกิดขึ้น

ตัวเลข/ข้อมูลสำคัญ

เศรษฐกิจจีนโดยรวมอ่อนแอ

การบริโภคและการลงทุนในประเทศชะลอตัว

ยอดค้าปลีก เม.ย. +0.2% YoY, การผลิตภาคอุตสาหกรรม +4.1% YoY, การลงทุนสินทรัพย์ถาวรช่วง 4 เดือนแรก -1.6% YoY

การใช้จ่ายภาครัฐชะลอ

แรงกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐลดลงชั่วคราว

การใช้จ่ายภาครัฐในวงกว้าง เม.ย. -7.3% YoY และการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานในงบประมาณหลัก -17.7% YoY

ส่งออกยังแข็งแรง แต่ในประเทศอ่อนแอ

เศรษฐกิจจีนยังเป็นแบบสองทาง

ส่งออก เม.ย. ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 14% YoY

นโยบายลดการพึ่งพาต่างประเทศ

จีนเร่งสร้างความสามารถด้าน AI และชิปในประเทศ

รัฐบาลส่งเสริม AI, การผลิตขั้นสูง, หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์

เงินลงทุนในศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น

ความต้องการกำลังประมวลผล AI ยังโต

ความต้องการศูนย์ข้อมูลจีนคาดโตเฉลี่ย 20% ต่อปีในปี 2025-28E

 

4) จีนกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งพัฒนาเทคโนโลยี AI และชิป

แม้จีนยังตามหลังสหรัฐฯ ในด้านสมรรถนะของแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์และชิปขั้นสูง แต่ปัจจุบันจีนกำลังเร่งไล่ตาม และเริ่มมีพัฒนาการที่ตลาดมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

4.1 DeepSeek V4 ช่วยยืนยันศักยภาพของ AI จีน

  • DeepSeek V4 ถูกจัดอันดับเป็นอันดับ 11 ของโลก บน LiveBench และถูกมองว่าเป็นแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์จีนระดับแนวหน้าที่ช่วยพิสูจน์ว่าจีนสามารถพัฒนาเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้น แม้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านชิปจากต่างประเทศ
  • ประเด็นสำคัญคือ DeepSeek V4 อาจยังไม่ได้เทียบชั้นแบบจำลองชั้นนำของสหรัฐฯ ในด้านสมรรถนะสูงสุด แต่จุดเด่นของจีนอยู่ที่การพัฒนาแบบจำลองที่มีต้นทุนต่ำ ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และพยายามชดเชยข้อจำกัดด้านชิปด้วยการออกแบบระบบและซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมมากขึ้น
  • มุมมองนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มเชื่อว่า แม้จีนยังเข้าไม่ถึงชิปขั้นสูงระดับเดียวกับสหรัฐฯ แต่ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ได้ปิดโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์จีนทั้งหมด

4.2 Huawei พยายามลดช่องว่างกับผู้นำโลก

  • Huawei เปิดเผยแนวทางใหม่ เช่น LogicFolding และ Tau Scaling Law โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ให้สมรรถนะใกล้เคียงระดับ 4 นาโนเมตรภายในปี 2031 ขณะที่ TSMC มีแผนผลิตชิประดับเดียวกันในปี 2028
  • แม้ช่องว่างระหว่างจีนกับผู้นำโลกยังมีอยู่ แต่สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญคือ Huawei กำลังพยายามสร้างระบบชิปของตนเอง ตั้งแต่ชิปสำหรับโทรศัพท์มือถือ ชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงชิปประมวลผล AI ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะช่วยลดความเปราะบางของจีนต่อข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ

4.3 Zhipu AI เป็นตัวอย่างของทั้งโอกาสและความเสี่ยง

  • Zhipu AI เปิดตัว GLM-5.1-highspeed ซึ่งบริษัทระบุว่ามีความเร็วในการตอบสนอง 400 tokens ต่อวินาที ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับขึ้น 26.9% ในวันเดียว และมูลค่าตลาดแตะราว HK$570bn ขณะที่นับตั้งแต่เข้าตลาด ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า
  • อย่างไรก็ดี ภาพพื้นฐานยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะแม้รายได้ปีล่าสุดเพิ่มขึ้น 132% เป็น 724mn หยวน แต่บริษัทขาดทุนเพิ่มขึ้น 59% เป็น 4.7bn หยวน สะท้อนว่าตลาดกำลังให้มูลค่ากับโอกาสเติบโตในอนาคตมากกว่าผลกำไรในปัจจุบัน

 

ตารางที่ 2: ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างของธีม AI–ชิปจีน

ปัจจัยหนุน

รายละเอียด

ตัวอย่างจากไฟล์แนบ

กลุ่มหุ้น/อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์

การลดการพึ่งพาต่างประเทศ

จีนต้องเร่งพัฒนาชิป ระบบประมวลผล และซอฟต์แวร์ของตนเอง หลังเผชิญข้อจำกัดจากสหรัฐฯ

DeepSeek V4 ถูกมองว่าเป็นโมเดลจีนระดับแนวหน้าที่ช่วยลดการพึ่งพาฮาร์ดแวร์ตะวันตก

โรงหล่อชิป, ชิป AI, หน่วยความจำ, ซอฟต์แวร์ AI

ความก้าวหน้าของ AI จีน

จีนยังตามหลังสหรัฐฯ ในโมเดลระดับสูงสุด แต่เริ่มพิสูจน์ความสามารถด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ

DeepSeek V4 ติดอันดับ 11 ของโลกบน LiveBench

AI model, AI application, cloud, data center

ความก้าวหน้าด้านชิป

Huawei พยายามลดช่องว่างกับผู้นำโลกผ่านแนวทางใหม่ด้านการออกแบบชิป

Huawei ตั้งเป้าเทคโนโลยีเทียบเท่า 1.4 นาโนเมตรภายในปี 2031 เทียบกับ TSMC ที่มีแผนผลิตในปี 2028

ชิปประมวลผล, อุปกรณ์ผลิตชิป, ห่วงโซ่ Huawei

ผลประกอบการบางส่วนเริ่มสนับสนุน

บางบริษัทในห่วงโซ่ชิปเริ่มเห็นรายได้และกำไรเติบโตสูง

CXMT รายได้ 1Q26 โต 8 เท่า และคาดกำไรครึ่งปีแรกโตมากกว่า 2,200%

หน่วยความจำ, เซิร์ฟเวอร์, ศูนย์ข้อมูล

เงินลงทุน AI เพิ่มขึ้น

นักลงทุนเอกชนและรัฐยังสนับสนุนบริษัท AI จีน

เงินลงทุนในบริษัท AI จีน 1Q26 เพิ่มขึ้น 185% YoY เป็นมากกว่า 110bn หยวน

AI start-up, หุ่นยนต์, ระบบประมวลผล

โครงสร้างพื้นฐาน AI ขยายตัว

บริษัทเทคโนโลยีต้องลงทุนศูนย์ข้อมูลและกำลังประมวลผลมากขึ้น

ราคาเช่ากำลังประมวลผล GPU เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ตั้งแต่ต้นปี และความต้องการศูนย์ข้อมูลจีนคาดโต 20% ต่อปี

Data center, cloud, GPU rental, cooling, power equipment

 

5) ระดับมูลค่าหุ้นสูงจริง และมีสัญญาณเก็งกำไรชัดเจน

แม้กลุ่มปัญญาประดิษฐ์และชิปจีนมีปัจจัยหนุนจริง แต่ต้องยอมรับว่าราคาหุ้นหลายตัวสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว เช่น SMIC ในตลาดจีนซื้อขายที่ประมาณ 128 เท่าของกำไรคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่ Hua Hong ซื้อขายที่ประมาณ 181 เท่า เทียบกับ Intel และ Hanmi Semiconductor ที่อยู่ราว 90 เท่า

สัญญาณเก็งกำไรที่ควรจับตา ได้แก่

  • ดัชนี STAR50 ทำระดับสูงใหม่ จากแรงซื้อในหุ้นชิปและ AI
  • มูลค่าการซื้อขายในตลาดจีนสูงกว่า 3 ล้านล้านหยวน ต่อเนื่องหลายวัน
  • ยอดใช้เงินกู้เพื่อซื้อหุ้นเพิ่มขึ้น สะท้อนพฤติกรรมการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น
  • นักลงทุนยอมจ่ายมูลค่าหุ้นสูง เพราะคาดหวังการเติบโตจากนโยบายพึ่งพาตนเองและการขยายตัวของ AI

ดังนั้น คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “หุ้นแพงหรือไม่” เพราะหลายตัวอยู่ในระดับแพงแล้ว แต่ควรพิจารณาต่อว่า “บริษัทใดมีการเติบโตจริงเพียงพอที่จะรองรับมูลค่าหุ้นที่สูงได้”

 

ตารางที่ 3: หลักฐานว่ามี “แรงเก็งกำไรจริง” แต่ไม่ใช่ทุกส่วนไร้พื้นฐาน

หลักฐานของแรงเก็งกำไร

สิ่งที่เกิดขึ้น

ทำไมต้องระวัง

อีกด้านที่ยังมีปัจจัยรองรับ

มูลค่าหุ้นชิปจีนสูงมาก

SMIC ซื้อขายที่ราว 128 เท่าของกำไรคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า และ Hua Hong ราว 181 เท่า

ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังสูง ทำให้เสี่ยงปรับฐานหากกำไรไม่โตตาม

ตลาดให้มูลค่าพิเศษกับหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายพึ่งพาตนเองด้านชิป

ราคาหุ้น AI บางตัวขึ้นแรงมาก

Zhipu AI ขึ้น 26.9% ในวันเดียว และราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าหลังเข้าตลาด

รายได้ยังเล็กเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาด และบริษัทยังขาดทุนสูง

รายได้ปีล่าสุดของ Zhipu เพิ่มขึ้น 132% สะท้อนการเติบโตจริงบางส่วน

ปริมาณซื้อขายในตลาดสูง

มูลค่าการซื้อขายในตลาดจีนสูงกว่า 3 ล้านล้านหยวนต่อเนื่องหลายวัน

สะท้อนความร้อนแรงของตลาดและความเสี่ยงจากการเก็งกำไรระยะสั้น

สภาพคล่องสูงช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีระดมทุนได้ง่ายขึ้น

เงินกู้เพื่อซื้อหุ้นเพิ่มขึ้น

ยอดใช้มาร์จิ้นสูงขึ้น

เพิ่มความเสี่ยงหากตลาดปรับฐานแรง

แรงเก็งกำไรยังอาจอยู่ต่อหากมีข่าวดีด้านนโยบายหรือเทคโนโลยี

หุ้นใหม่ด้าน AI–ชิปให้ผลตอบแทนดี

Zhipu AI และธีม YMTC/CXMT ได้รับความสนใจสูง

IPO ที่ร้อนแรงอาจทำให้มูลค่าหุ้นแพงตั้งแต่ต้น

บริษัทจำนวนมากระดมทุนเพื่อขยายกำลังผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีจริง

 

6) ตลาดยังยอมจ่ายแพง เพราะบางกลุ่มเริ่มมีตัวเลขการเติบโตจริง

ตลาดไม่ได้เก็งกำไรจากเรื่องเล่าเพียงอย่างเดียว เพราะในบางกลุ่มเริ่มเห็นผลประกอบการและตัวเลขการใช้งานที่เติบโตจริง

กลุ่มหน่วยความจำ

  • CXMT มีรายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 8 เท่า
  • คาดว่ากำไรครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2,200%
  • ได้แรงหนุนจากความต้องการหน่วยความจำในศูนย์ข้อมูล AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

กลุ่มบริการและแบบจำลอง AI

  • Zhipu มีรายได้เพิ่มขึ้น 132%
  • DeepSeek และ ByteDance ช่วยหนุนการใช้งานแชตบอตจีนให้ทำสถิติใหม่
  • ยอดเข้าชมเว็บไซต์แชตบอต AI 10 อันดับแรกของจีนเพิ่มเป็น 807mn visits ในเดือน เม.ย.

กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

แม้เศรษฐกิจจีนโดยรวมชะลอ แต่กลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงยังแข็งแรง โดยรายงาน China Industrial Indicators ระบุว่า

  • การผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 15% YoY
  • มูลค่านำเข้า IC เพิ่มขึ้น 55% YoY
  • การผลิต IC ในประเทศเพิ่มขึ้น 22% YoY
  • กำลังติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานช่วง ม.ค.-เม.ย. เพิ่มขึ้น 118% YoY

ตัวเลขเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าทำไมนักลงทุนยังมองกลุ่ม AI และชิปจีนเป็นกลุ่มเติบโต แม้มูลค่าหุ้นจะสูงขึ้นมากแล้ว

 

7) กระแสหุ้นใหม่ทำให้ธีม AI และชิปจีนยิ่งได้รับความสนใจ

อีกปัจจัยที่ทำให้ธีมนี้ร้อนแรงคือกระแสหุ้นใหม่ของบริษัท AI และเซมิคอนดักเตอร์จีนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยดึงเงินทุนเข้าสู่กลุ่มนี้มากขึ้น

ตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่

  • Zhipu AI เข้าตลาด และราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าหลังเข้าตลาด
  • YMTC เริ่มกระบวนการเตรียมเข้าตลาด
  • CXMT ถูกมองว่าเป็นอีกบริษัทสำคัญในกลุ่มหน่วยความจำที่มีโอกาสระดมทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต
  • บริษัท AI เช่น Moonshot AI, StepFun, Z.ai, MiniMax และ Galaxea AI ได้รับเงินลงทุนก้อนใหญ่ในไตรมาสแรก

ข้อมูลจาก Zero2IPO ระบุว่า เงินลงทุนในบริษัทเริ่มต้นด้าน AI ของจีนในไตรมาส 1 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 185% YoY เป็นมากกว่า 110bn หยวน หรือราว US$16.2bn โดยเงินทุนจำนวนมากไหลเข้าสู่แบบจำลองภาษา หุ่นยนต์อัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล

กระแสหุ้นใหม่ทำให้เกิดวงจรบวกในตลาดทุน กล่าวคือ ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นช่วยให้บริษัทระดมทุนได้ง่ายขึ้น เงินทุนที่เพิ่มขึ้นถูกนำไปใช้ขยายกำลังการผลิตหรือพัฒนาเทคโนโลยี และตลาดจึงคาดหวังการเติบโตต่อเนื่องมากขึ้น

 

8) เงินลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และศูนย์ข้อมูลหนุนทั้งห่วงโซ่

ธีม AI และชิปจีนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทพัฒนาแบบจำลองหรือผู้ผลิตชิปเท่านั้น แต่กำลังขยายไปสู่ศูนย์ข้อมูล บริการคลาวด์ การให้เช่ากำลังประมวลผล ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน หน่วยความจำ และอุปกรณ์เครือข่าย

รายงาน China Data Centers ระบุว่า

  • ความต้องการศูนย์ข้อมูลของจีนคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปีในช่วงปี 2025-2028
  • เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในจีนยังต่ำกว่าสหรัฐฯ มาก จึงยังมีช่องว่างให้ลงทุนเพิ่ม
  • ราคาเช่ากำลังประมวลผลจาก GPU ในจีนและสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ตั้งแต่ต้นปี
  • ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลอย่าง Range, GDS และ VNET ถูกมองว่ามีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในช่วง 3 ปีข้างหน้า

ประเด็นนี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ซึ่งหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ผลิตชิปเท่านั้น แต่ขยายไปถึงผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล ผู้ผลิตอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน หน่วยความจำ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

 

9) ตารางสรุปปัจจัยหนุนและความเสี่ยง

ประเด็น

ข้อมูลสำคัญจากไฟล์แนบ

ความหมายเชิงลงทุน

เศรษฐกิจจีนอ่อนแอ

ยอดค้าปลีก +0.2%, การผลิต +4.1%, การลงทุนสินทรัพย์ถาวร -1.6% YTD

นักลงทุนหากลุ่มที่มีการเติบโตเฉพาะตัว

นโยบายรัฐ

จีนเร่งหนุน AI การผลิตขั้นสูง หุ่นยนต์ และชิปในประเทศ

เพิ่มมูลค่าพรีเมียมให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการพึ่งพาตนเอง

ความก้าวหน้า AI

DeepSeek V4 ติดอันดับ 11 ของโลก

เพิ่มความเชื่อมั่นต่อศักยภาพ AI จีน

ความก้าวหน้าด้านชิป

Huawei ตั้งเป้าเทคโนโลยีเทียบเท่า 1.4 นาโนเมตรภายในปี 2031

ตลาดคาดหวังว่าจีนจะลดช่องว่างกับผู้นำโลกได้

ผลประกอบการบางส่วนแข็งแรง

CXMT รายได้ 1Q26 โต 8 เท่า และคาดกำไร 1H26 โตมากกว่า 2,200%

มีการเติบโตจริงรองรับบางส่วน

มูลค่าหุ้นสูง

SMIC ประมาณ 128 เท่า, Hua Hong ประมาณ 181 เท่าของกำไรคาดการณ์

สะท้อนความคาดหวังสูงและความเสี่ยงปรับฐาน

หุ้นใหม่และการระดมทุน

เงินลงทุนในบริษัท AI เพิ่มขึ้น 185% YoY เป็น 110bn หยวน

เงินทุนยังไหลเข้าสู่ธีม AI และชิป

ศูนย์ข้อมูล

ความต้องการศูนย์ข้อมูลจีนคาดโตเฉลี่ย 20% ต่อปี

หนุนห่วงโซ่โครงสร้างพื้นฐาน AI ในวงกว้าง

 

10) กลยุทธ์การลงทุน: เก็งกำไรได้ แต่ต้องเลือกหุ้นมากขึ้น

มุมมองต่อธีม AI และชิปจีนคือ ยังมีโอกาสลงทุน แต่ต้องคัดเลือกมากขึ้น เพราะราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นมามาก และบางบริษัทอาจยังไม่มีรายได้หรือกำไรเพียงพอรองรับมูลค่าหุ้นที่สูง

กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ

  • เลือกบริษัทที่มีรายได้จริง ลูกค้าจริง และอยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ได้รับเงินลงทุนชัดเจน
  • ให้ความสำคัญกับกลุ่มศูนย์ข้อมูล คลาวด์ หน่วยความจำ ชิป และโครงสร้างพื้นฐาน AI
  • ระวังหุ้นที่ขึ้นแรงจากกระแสข่าว แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์รายได้หรือกำไรได้
  • ใช้จังหวะราคาย่อตัวเป็นโอกาสสะสม มากกว่าการไล่ซื้อเมื่อราคาปรับขึ้นแรง
  • แยกหุ้นที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างออกจากหุ้นที่ขึ้นจากแรงเก็งกำไรระยะสั้น

 

11) กลุ่มหุ้นที่น่าติดตาม

กลุ่มโรงหล่อชิป (Chip Foundry) และการผลิตชิปในประเทศ

SMIC (981 HK / 688981 CH / SMIC23)
ได้ประโยชน์จากนโยบายพึ่งพาการผลิตชิปในประเทศ และความต้องการผลิตชิปของจีน แต่ต้องระวังมูลค่าหุ้นที่สูงและความผันผวนของกำไร

Hua Hong (1347 HK / 688347 CH/ HUAHONG23)
ได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปในประเทศ โดยเฉพาะชิปที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป แต่ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว

 

กลุ่มชิปประมวลผลและชิป AI

Cambricon (688256 CH)
เป็นตัวแทนสำคัญของธีมชิป AI ในประเทศ แต่ราคาหุ้นมักเคลื่อนไหวตามความคาดหวังสูง จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มาก

Hygon Information (688041 CH)
เกี่ยวข้องกับชิปประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งได้ประโยชน์จากการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ

 

กลุ่มหน่วยความจำและโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์

Montage Technology (688008 CH)
ได้ประโยชน์จากความต้องการหน่วยความจำและการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล

YMTC / CXMT
เป็นบริษัทสำคัญในธีมหน่วยความจำของจีน และควรติดตามความคืบหน้าการเข้าตลาด เพราะอาจกลายเป็นตัวแทนสำคัญของธีมการพึ่งพาตนเองด้านชิป

 

กลุ่มศูนย์ข้อมูลและคลาวด์

GDS (GDS US / 9698 HK / GDS23)
เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลรายสำคัญของจีน และได้ประโยชน์จากความต้องการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

VNET (VNET US)
อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจศูนย์ข้อมูลสำหรับลูกค้ารายใหญ่ และมีโอกาสได้แรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI

Range Intelligent (300442 CH)
ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่เติบโตเร็ว และมีความสามารถในการขยายกำลังการให้บริการ

Kingsoft Cloud (KC US / 3896 HK)
ได้ประโยชน์จากความต้องการคลาวด์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และความเชื่อมโยงกับ Xiaomi ซึ่งมีแผนลงทุน AI ต่อเนื่อง

 

กลุ่มแบบจำลอง AI และ AI Agent

Zhipu AI / Knowledge Atlas (2513 HK / ZAI23)
เป็นตัวแทนของธีม AI Agent และแบบจำลองสำหรับงานเขียนโค้ด แต่เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงสูง เนื่องจากราคาหุ้นปรับขึ้นแรงมาก ขณะที่บริษัทยังขาดทุนสูง

 

12) สรุปมุมมองการลงทุน

  • ธีม AI และชิปจีนมีแรงเก็งกำไรจริง และมูลค่าหุ้นของหลายบริษัทอยู่ในระดับสูง แต่รอบนี้ยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับมากกว่าการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะจีนกำลังเร่งสร้างความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ ภายใต้แรงกดดันจากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และแรงสนับสนุนจากภาครัฐ
  • ในระยะยาว กลุ่มนี้ยังมีโอกาสเติบโตจาก 3 แรงหนุนหลัก ได้แก่ การลดการพึ่งพาต่างประเทศ ความก้าวหน้าด้าน AI และการลงทุนในศูนย์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นต้องระวังความผันผวนจากมูลค่าหุ้นที่สูง การขายทำกำไร และความเสี่ยงที่ผลประกอบการของบางบริษัทอาจยังตามไม่ทันราคาหุ้น

 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5