Offshore Stock Update

รายได้ธนาคารของจีนออกมาดีกว่าคาด แต่กำไรถูกกดดันจากตั้งสำรอง

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|4 May 26 7:29 AM
chinese-banking-article
สรุปสาระสำคัญ

ผลประกอบการ 1Q26 ของธนาคารขนาดใหญ่ของจีนออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ในแง่ของรายได้ แต่กำไรสุทธิเติบโตค่อนข้างจำกัด รายได้จากการดำเนินงานก่อนตั้งสำรอง (Pre-Provision Operating Profit หรือ PPOP) เติบโต 12% YoY ซึ่งได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) และรายได้จากการลงทุนที่พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับเติบโตเฉลี่ยเพียง 4% เนื่องจากธนาคารจีนพร้อมใจกันตั้งสำรอง (Provisions) เพิ่มขึ้น 29% YoY เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย สะท้อนให้เห็นว่าแม้รายได้จะฟื้นตัว แต่ธนาคารเลือกที่จะสร้างกันชนเพื่อความมั่นคงมากกว่าการเติบโตในระยะสั้น

ผลประกอบการธนาคารใหญ่ของจีนออกมาดีกว่าที่คาด

ผลประกอบการ 1Q26 ของธนาคารขนาดใหญ่ของจีนออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ในแง่ของรายได้ แต่กำไรสุทธิเติบโตค่อนข้างจำกัด รายได้จากการดำเนินงานก่อนตั้งสำรอง (Pre-Provision Operating Profit หรือ PPOP) เติบโต 12% YoY ซึ่งได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) และรายได้จากการลงทุนที่พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับเติบโตเฉลี่ยเพียง 4% เนื่องจากธนาคารจีนพร้อมใจกันตั้งสำรอง (Provisions) เพิ่มขึ้น 29% YoY เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย สะท้อนให้เห็นว่าแม้รายได้จะฟื้นตัว แต่ธนาคารเลือกที่จะสร้างกันชนเพื่อความมั่นคงมากกว่าการเติบโตในระยะสั้น

 

ตัวชี้วัดการดำเนินงานหลัก

  • อัตราการเติบโตของสินเชื่อ (Loan growth) เติบโตได้ดีเฉลี่ย 7% YoY ขับเคลื่อนโดยสินเชื่อภาคธุรกิจเป็นหลัก โดย ABC โดดเด่นสุดด้วยการเติบโตถึง 9% YoY จากความแข็งแกร่งในสินเชื่อพื้นที่ชนบท ในขณะที่ BoCom และ PSBC มีแรงกดดันเฉพาะตัว
  • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-interest income หรือ NII) เติบโตเฉลี่ย 10% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการลงทุนที่พุ่งขึ้นถึง 89% YoY จากฐานที่ต่ำในปี 2025 ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตได้ประมาณ 7% YoY ทั้งนี้ CCB และ ABC โดดเด่นด้านรายได้จากการลงทุนจากฐานที่ต่ำมากใน 1Q25 ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมของ PSBC สูงสุดที่ +17% ส่วน BoCom มีรายได้ค่าธรรมเนียมลดลง 3% YoY
  • ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net interest margin หรือ NIM)ฟื้นตัวขึ้นเฉลี่ย 2 bps QoQ (ดีกว่าที่ตลาดคาด) สาเหตุหลักมาจากการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง
  • ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit cost) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 bps YoY (บางธนาคารพุ่งสูงมาก เช่น ICBC +89bps YoY และ CCB) บ่งบอกถึงการรับรู้ค่าใช้จ่ายด้านเครดิตที่สูงขึ้นเพื่อรองรับหนี้เสีย
  • หนี้เสีย (Non-Performing Loan) อัตราส่วน NPL ค่อนข้างทรงตัว (เช่น ABC 1.25%, BOC 1.22%, ICBC 1.31%) แต่อัตราการเกิดหนี้เสียใหม่ (NPL formation rate) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8 bps YoY โดยเฉพาะ CCB (+32 bps) และ ABC (+13 bps)
  • การตั้งสำรอง (Provision) เพิ่มขึ้น 29% YoY (สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์มาก) เพื่อรักษาระดับอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) ให้แข็งแกร่ง โดย Coverage Ratio เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 227% โดย PSBC มีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 65% จากการปล่อยกู้รายย่อยและการบริโภค
  • อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to income ratio) ปรับตัวดีขึ้น โดยลดลง 2% มาอยู่ที่ 6% เนื่องจากรายได้เติบโต (8%) เร็วกว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (2%) โดย BOC ทำได้แย่สุดซึ่งมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานโตถึง 11% ซึ่งเร็วกว่ารายได้ที่โต 8%

 

Bank Loan growth YoY NIM (%, YoY/QoQ bps) Non-NII YoY Credit cost (%) YoY bps NPL ratio (%) NPL coverage (%) CIR (%) YoY ppt
ICBC 7% 1.25 (-1, +2) +12% 0.9 (+12) 1.3% 214 23.3 (-1)
CCB 7% 1.33 (-4, +5) +20% 0.8 (-20) 1.3% 234 22.0 (-2)
BOC 8% 1.22 (-2, -2) +1% 0.6 (-5) 1.2% 203 29.0 (-1)
ABC 9% 1.21 (-6, +4) +20% 1.0 (+16) 1.2% 293 25.2 (-2)
BoCom 6% 1.17 (+2, +0) 0% 0.6 (+2) 1.3% 203 31.1 (-3)
PSBC 8% 1.55 (+2, +2) +9% 0.7 (+18) 1.0% 216 52.8 (-5)


ประเด็นสำคัญของผลประกอบการ

  1. ธนาคารทุกแห่งเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองอย่างมาก ซึ่งกดดันกำไรสุทธิไม่ให้เติบโตแรง
  2. ธนาคารขนาดใหญ่ทั้ง 6 แห่งมีรายได้ NII ที่ฟื้นตัว และได้รับอานิสงส์จากกำไรจากการลงทุนที่เติบโตสูง โดยรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น 89% YoY ส่วนหนึ่งมาจากกำไรจากพอร์ตตราสารหนี้ที่ได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง
  3. NIM เริ่มเสถียรและฟื้นตัวตามลำดับหลังถูกกดดันยาวนานในช่วงที่ธนาคารกลางจีนปรับลดดอกเบี้ยลง ตอกย้ำว่าแรงกดดัน NIM อาจใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับการที่ PBOC ยุติการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากอย่างรวดเร็วและมาตรการที่ต้องการลดการแข่งขันการปล่อยกู้ระหว่างธนาคาร
  4. คุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอลงล้วนมาจากภาคครัวเรือน/รายย่อย สะท้อนความเปราะบางของผู้บริโภคและสถานะทางการเงินของครัวเรือนจีนยังไม่หายตึงตัว สอดคล้องกับตัวเลขยอดค้าปลีกและเงินเฟ้อที่ยังฟื้นตัวช้า
  5. สถาบันจัดลำดับความน่าเชื่อถือ Moody's ปรับเพิ่มแนวโน้มเป็นมีเสถียรภาพ ในขณะที่การก่อตัวของหนี้เสียใหม่เร่งตัว บ่งชี้ว่าชี้ว่าภาพรวมของรัฐบาลจีนที่แข็งแกร่งสามารถชดเชยปัจจัยความเสี่ยงด้านหนี้เสียไว้ชั่วคราว


มุมมองของ
INVX

  • ผลประกอบการในไตรมาสนี้ของธนาคารจีนบ่งชี้ว่ารัฐบาลเน้นอัดฉีดเงินผ่านนโยบายไปที่ภาคธุรกิจก่อน แต่ภาคครัวเรือนยังคงเปราะบาง ทั้งนี้บริษัทใหญ่ๆ เริ่มฟื้นตัวตามนโยบายรัฐ แต่ฝั่งประชาชนยังเน้นลดหนี้มากกว่าการใช้จ่ายหากว่าใช้เวลานานกว่าคาดจะกดดัน credit cost ต่อเนื่องไปตลอด 2026
  • เรามองว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มเผชิญกับเงินฝืดน้อยลงและต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลให้การลดดอกเบี้ยทำได้น้อยลงและจะเป็นแรงกดดันต่อ NIM น้อยลงในครึ่งปีหลังของปี 2026
  • แม้การดำเนินงานหลักจะทำกำไรได้ดี (PPOP) แต่กำไรสุทธิกลับไม่โตตามที่ควรจะเป็น เพราะต้องนำกำไรส่วนใหญ่ไปตั้งสำรองเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นทำให้เรามองว่ารัฐบาลจีนจะยังต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องในครึ่งปีหลังของปี 2026
  • ความคาดหวังว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอาจจะผิดหวัง แต่ถ้าเน้นกินปันผลเรายังมองว่าเป็นโอกาสที่ดี โดยกลุ่มธนาคารจีนให้เงินปันผลเฉลี่ยประมาณ 5% ซึ่งสูงกว่าทั้งพันธบัตรรัฐบาล (8%) และดอกเบี้ยเงินฝากประจำ (ต่ำกว่า 1%)
  • แม้ธนาคารจะแข็งแกร่ง แต่ตัวเลข ROE (อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) กำลังลดลง ซึ่งจะทำให้ Valuation ในมุมของ P/B จะต่ำลง เหตุผลหลักคือรัฐบาลกำลังเตรียมอัดฉีดเงินทุนรอบใหม่ให้กับธนาคารอย่าง ABC และ ICBC


คำแนะนำการลงทุน

  • เรามองหุ้นธนาคารจีนไม่ใช่หุ้นที่เน้นกำไรเติบโตโดดเด่น แต่เป็นหุ้นให้เงินปันผลสูงและเคลื่อนไหวไปกับนโยบายรัฐบาลจีนเป็นหลัก หากรัฐสั่งอัดฉีดเศรษฐกิจ ธนาคารจะเป็นเครื่องมือแรกที่ถูกใช้ช่วยแบกรับภาระทางสังคมหรืออุ้มธุรกิจอื่นจนกำไรลดลง ทำให้ Valuation ในระยะยาวไม่สูง
  • เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ BOC, CCB, ICBC, ABC ในกลุ่มธนาคารจีน และมองว่า BoCom มีความเสี่ยงจากการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและผลประกอบการไม่สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาลแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุน
  • กลยุทธ์การลงทุน: มองว่า BOC และ CCB ลงทุนได้ ส่วน ICBC และ ABC แนะนำให้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง 5% และสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงมองไปที่ PSBC ที่ NIM สูงสุด ค่าธรรมเนียมเติบโตดี และหลีกเลี่ยง BoCom
  • ปัจจัยที่ต้องติดตาม 1) ธนาคารทำกำไรจากดอกเบี้ยได้ดีแค่ไหนในภาวะดอกเบี้ยต่ำ 2) การตั้งสำรองหนี้เสีย ถ้าเริ่มตั้งสำรองลดลง แปลว่ากำไรสุทธิมีโอกาสดูดีขึ้น 3) ติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น (LGFV) และวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ทั้งนี้มองว่าปัจจุบันยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5