
ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนว่ากลุ่มเสื้อผ้าไม่ได้ฟื้นตัวพร้อมกันทั้งอุตสาหกรรม แต่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของแต่ละแบรนด์และการขายสินค้าเต็มราคา โดย ANF โดดเด่นสุดจากกำไรพื้นฐานที่ดีกว่าคาดมากและการปรับเพิ่มรายได้และกำไรทั้งปี, URBN มีรายได้และยอดขายสาขาเดิมโตดีจาก Free People และ Nuuly แต่กำไรปรับปรุงแล้วถูกกดดันจากการลดราคาของ Anthropologie ขณะที่ Anta Sports มีกำไรพื้นฐานและมาร์จิ้นใน 1H26 ได้ดีกว่าคาดจากการเติบโตของกลุ่มแบรนด์พรีเมียม และสินค้า Outdoor ซึ่งช่วยชดเชยกำลังซื้อจีนที่ชะลอตัว ทั้งนี้ INVX ประเมินว่าการเติบโตระยะถัดไปกระจุกตัวเฉพาะบริษัทที่ลดการพึ่งพาโปรโมชั่นและบริหารพอร์ตแบรนด์ได้ดี โดยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในแต่ละบริษัท ได้แก่ การรักษาแรงส่งยอดขายช่วง 2H26 ของ ANF, การฟื้นมาร์จิ้นของ Anthropologie ใน URBN และความคืบหน้าในการปรับโครงสร้าง Jack Wolfskin กับดีล Puma ของ Anta Sports เพื่อสร้างการเติบโตใหม่ในระยะกลาง-ยาว
ภาพรวมผลประกอบการทั้งสามบริษัท (ANF, UBRN, ANTA)
ผลประกอบการล่าสุดของ Abercrombie & Fitch, Urban Outfitters และ Anta Sports สะท้อนว่าการเติบโตของกลุ่มเสื้อผ้ายังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง แต่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของแต่ละแบรนด์และความสามารถในการบริหารสินค้าเป็นหลัก โดย Abercrombie & Fitch ทำได้ดีกว่าคาดชัดเจนและปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี, ขณะที่ Anta Sports ทำกำไรพื้นฐานและมาร์จิ้นดีกว่าคาด แม้รายได้ใกล้เคียงคาดการณ์ ส่วน Urban Outfitters มีรายได้และยอดขายสาขาเดิมดีกว่าคาด แต่กำไรปรับปรุงแล้วต่ำกว่าคาดเล็กน้อย จากแรงกดดันด้านการลดราคาสินค้าและต้นทุนบางส่วน
ภาพที่แตกต่างกันดังกล่าวชี้ว่าแรงขับเคลื่อนระยะถัดไปจะมาจาก ยอดขายสินค้าเต็มราคา การรักษาความนิยมของแบรนด์ การเพิ่มผลิตภาพของร้านค้า และการขยายแบรนด์ที่เติบโตเร็ว มากกว่าการฟื้นตัวของกำลังซื้อโดยรวม โดย Abercrombie มีแรงส่งเข้าสู่ครึ่งปีหลังจากแบรนด์หลักและ Hollister ที่เริ่มดีขึ้น, Urban Outfitters ยังพึ่งพา Free People และ Nuuly เป็นหลัก ขณะที่ Anta กำลังเพิ่มน้ำหนักไปยังแบรนด์พรีเมียมและ Outdoor รวมถึง Jack Wolfskin และ Puma ในระยะกลาง
1. Abercrombie & Fitch
สรุปผลประกอบการ
ผลประกอบการ 2Q26 ดีกว่าคาด โดยรายได้อยู่ที่ $1.27bn เพิ่มขึ้น 4.8% YoY สูงกว่าคาด $1.25bn ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วรวมเงินคืนภาษีนำเข้าอยู่ที่ $4.17 เทียบกับ $2.32 ในปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นราว 80% YoY อย่างไรก็ตาม หากตัดผลประโยชน์จากเงินคืนภาษีนำเข้าราว $1.75 ต่อหุ้นออก กำไรต่อหุ้นพื้นฐานยังอยู่ที่ $2.42 สูงกว่าคาด $1.96 อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยสำคัญมาจากแบรนด์ Abercrombie ซึ่งยอดขายเพิ่ม 8% YoY และยอดขายสาขาเดิม +4% ขณะที่ Hollister ยอดขายรวมยังเพิ่ม 2% แม้ยอดขายสาขาเดิมลดลง 3% การลดโปรโมชั่นและเพิ่มการขายสินค้าในราคาเต็มช่วยให้อัตรากำไรพื้นฐานดีกว่าคาด ขณะที่สินค้าคงคลังยังทรงตัว YoY ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทไม่ได้เร่งสะสมสินค้าเพื่อรองรับการเติบโต
ตารางผลประกอบการ Abercrombie & Fitch
|
รายการ |
2Q26 |
การเปลี่ยนแปลง |
เทียบคาด |
|
รายได้ |
$1.27bn |
+4.8% YoY |
สูงกว่าคาด $1.25bn |
|
ยอดขายสาขาเดิมรวม |
0% |
— |
ต่ำกว่าคาด +0.69% |
|
Abercrombie ยอดขาย |
$596.8mn |
+8% YoY |
สูงกว่าคาด |
|
Abercrombie ยอดขายสาขาเดิม |
+4% |
— |
สูงกว่าคาด +1.8% |
|
Hollister ยอดขายสาขาเดิม |
-3% |
— |
ต่ำกว่าคาด -0.2% |
|
กำไรต่อหุ้นปรับแล้ว |
$4.17 |
+80% YoY โดยประมาณ |
สูงกว่าคาด |
|
กำไรต่อหุ้นพื้นฐาน ไม่รวมเงินคืนภาษี |
$2.42 |
— |
สูงกว่าคาด $1.96 |
|
อัตรากำไรพื้นฐานจากการดำเนินงาน |
ราว 12.1% |
ลดลง 1.8 จุด YoY |
สูงกว่าคาด 10.2% |
แนวโน้มรายได้และกำไร
บริษัท ปรับเพิ่มรายได้และกำไรทั้งปี โดยคาดยอดขายเติบโตประมาณ 5% จากเดิม 3-5% และเพิ่มกรอบกำไรต่อหุ้นเป็น $13.10-13.60 จาก $10.20-11.00 ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มเป็น 14.5-15.0% จากเดิม 12.0-12.5%. สำหรับ 3Q บริษัทคาดยอดขายโต 5-6%, อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 13-14% และ EPS $2.90-3.20 สูงกว่าคาดตลาดที่ $2.86
สมมติฐานสำคัญคือ แรงส่งของ Abercrombie ยังต่อเนื่อง, Hollister ฟื้นตัวในช่วงเปิดเทอม, การขายสินค้าเต็มราคายังอยู่ในระดับสูง และแรงกดดันจากภาษีนำเข้าครึ่งปีหลังต่ำกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า
มุมมองผู้บริหาร
ผู้บริหารระบุว่าความต้องการยังแข็งแรงและกระจายตัวดีขึ้นทั้งในด้านภูมิภาคและแบรนด์ โดยยอดขายไตรมาสสองสูงกว่าที่บริษัทคาดไว้ และทั้ง Abercrombie และ Hollister ทำยอดขายไตรมาสสองสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อีกประเด็นที่สำคัญคือ สินค้าบางหมวดมีความต้องการสูงกว่าสินค้าคงคลังที่เตรียมไว้ โดยเฉพาะใน Hollister ทำให้ทีมงานต้องเร่งเติมสินค้า ขณะที่บริษัทเข้าสู่ช่วงเปิดเทอมด้วยแรงส่งที่ดี นอกจากนี้ผู้บริหารมองว่าการเพิ่มอัตรากำไรไม่ได้เกิดจากการขึ้นราคาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลดโปรโมชั่น การตอบรับสินค้าที่ดี และประสิทธิภาพจากยอดขายที่สูงขึ้น
2. Urban Outfitters
สรุปผลประกอบการ
ผลประกอบการ 2Q26 ถือว่า ผสมกัน โดยรายได้ดีกว่าคาด แต่กำไรปรับแล้วต่ำกว่าคาดเล็กน้อย รายได้เพิ่ม 10.4% YoY เป็น $1.66bn สูงกว่าคาด $1.65bn และยอดขายสาขาเดิมเพิ่ม 6.2% สูงกว่าคาด 5.8% อย่างไรก็ตามกำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ $1.72 ต่ำกว่าคาด $1.73 เล็กน้อย
แรงขับเคลื่อนหลักยังมาจาก Free People และ Nuuly โดยยอดขายสาขาเดิม Free People เพิ่ม 10%, Urban Outfitters +8.4% และ Anthropologie +3% ขณะที่รายได้ Nuuly เพิ่ม 28.6% จากจำนวนสมาชิกเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 30.4%. อัตรากำไรขั้นต้นปรับแล้วอยู่ที่ 37.7% เพิ่มเพียง 0.04 จุด YoY เนื่องจากผลบวกจากยอดขายและต้นทุนร้านค้าที่ดีขึ้นถูกหักล้างด้วยการลดราคาสินค้าของ Anthropologie ต้นทุนภาษีนำเข้า และค่าขนส่ง
ตารางผลประกอบการ Urban Outfitters
|
รายการ |
2Q26 |
การเปลี่ยนแปลง |
เทียบคาด |
|
รายได้ |
$1.66bn |
+10.4% YoY |
สูงกว่าคาด $1.65bn |
|
ยอดขายสาขาเดิมรวม |
+6.2% |
— |
สูงกว่าคาด 5.8% |
|
Free People ยอดขายสาขาเดิม |
+10% |
— |
สูงกว่าคาด 7.7% |
|
Urban Outfitters ยอดขายสาขาเดิม |
+8.4% |
— |
สูงกว่าคาด 7.8% |
|
Anthropologie ยอดขายสาขาเดิม |
+3.0% |
— |
ต่ำกว่าคาด 3.5% |
|
Nuuly ยอดขายสาขาเดิม |
$178.6mn |
+28.6% YoY |
สูงกว่าคาด |
|
อัตรากำไรขั้นต้นปรับแล้ว |
37.7% |
+0.04 จุด YoY |
ทรงตัว |
|
อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับแล้ว |
11.6% |
ทรงตัว YoY |
สูงกว่าคาด 10.2% |
|
EPS ปรับแล้ว |
$1.72 |
— |
ต่ำกว่าคาด $1.73 |
ขณะที่ กำไรสุทธิที่รายงานอยู่ที่ $240.7mn เพิ่มขึ้นจาก $143.9mn หรือประมาณ 67% YoY แต่ตัวเลขดังกล่าวได้รับประโยชน์จากรายการคืนภาษีนำเข้า จึงควรให้น้ำหนักกับกำไรปรับแล้วมากกว่าในการประเมินผลดำเนินงานพื้นฐาน
แนวโน้มรายได้และกำไร
แนวโน้มไตรมาสสาม ยังอยู่ในทิศทางเติบโต โดยบริษัทคาด ยอดขายสาขาเดิมเพิ่มประมาณ 5% สูงกว่าคาดตลาดที่ 4.5% ภายใต้สมมติฐานว่า Free People โตระดับสูงหลักเดียว, Urban Outfitters โตระดับกลางหลักเดียว และ Anthropologie โตระดับต่ำถึงกลางหลักเดียว ธุรกิจค้าส่งคาดเติบโตระดับกลางสิบกว่า % และ Nuuly ยังมีโอกาสโตระดับสูง 20% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดขยาย 0.25-0.50 จุด
ข้อมูลยอดขายช่วงต้น 3Q ยังสะท้อนว่า Free People โดยเฉพาะ FP Movement และแบรนด์ Urban Outfitters ยังเป็นตัวนำการเติบโต ขณะที่ Anthropologie เริ่มเห็นการขายสินค้าเต็มราคาดีขึ้นหลังบริษัทระบายสินค้าที่ขายช้าในช่วงปลายไตรมาสสอง
มุมมองผู้บริหาร
ผู้บริหารมองว่าลูกค้ายังคงตอบรับสินค้าของบริษัทดี และระบุว่าไตรมาสสอง เป็น ไตรมาสที่มีกำไรปรับปรุงแล้วสูงที่สุดของบริษัท รวมถึงเป็นไตรมาสที่ 8 ติดต่อกันที่ยอดขายและกำไรทำระดับสูงสุดใหม่ โดยทุกแบรนด์ในธุรกิจค้าปลีกมีการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม ขณะที่ธุรกิจค้าส่งและ Subscription เติบโตระดับสองหลัก
ประเด็นที่ต้องติดตามคือ Anthropologie ซึ่งยังต้องใช้การลดราคาเพื่อจัดการสินค้าบางส่วน ขณะที่บริษัทเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้า และเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI ซึ่งอาจจำกัดการขยายตัวของมาร์จิ้นในระยะสั้น แม้ยอดขายยังเติบโตดี
3. Anta Sports
สรุปผลประกอบการ
Anta Sports รายงาน 1H26 ดีกว่าคาดด้านกำไรและมาร์จิ้น ขณะที่รายได้ใกล้เคียงคาดการณ์ รายได้เพิ่ม 12.9% YoY เป็น RMB43.5bn เทียบคาด RMB43.25bn ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่ม 0.5 จุดเป็น 63.9% สูงกว่าคาด 63.3%. กำไรจากการดำเนินงานเพิ่ม 16.1% YoY เป็น RMB11.8bn ทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มเป็น 27.0% จาก 26.3%
กำไรสุทธิที่รายงานเพิ่ม 35% YoY เป็น RMB9.49bn แต่มีผลบวกจากกำไรจากการลดสัดส่วนการถือหุ้น Amer Sports หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรพื้นฐานอยู่ที่ RMB7.94bn เพิ่ม 12.9% YoY และสูงกว่าประมาณการประมาณ 6%
ตารางผลประกอบการ Anta Sports
|
รายการ |
1H26 |
การเปลี่ยนแปลง |
เทียบคาด |
|
รายได้ |
RMB43.5bn |
+12.9% YoY |
ใกล้เคียง/สูงกว่าคาดเล็กน้อย |
|
Anta Brand |
RMB17.8bn |
+4.8% YoY |
ใกล้เคียงคาด |
|
Fila |
RMB15.0bn |
+6.1% YoY |
ใกล้เคียงคาด |
|
แบรนด์อื่น |
RMB10.7bn |
+44.2% YoY |
สูงกว่าคาด |
|
กำไรขั้นต้น |
RMB27.8bn |
+13.8% YoY |
— |
|
อัตรากำไรขั้นต้น |
63.9% |
+0.5 จุด YoY |
สูงกว่าคาด |
|
กำไรจากการดำเนินงาน |
RMB11.8bn |
+16.1% YoY |
สูงกว่าคาด |
|
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน |
27.0% |
+0.7 จุด YoY |
สูงกว่าคาด |
|
กำไรสุทธิรายงาน |
RMB9.49bn |
+35% YoY |
— |
|
กำไรพื้นฐาน |
RMB7.94bn |
+12.9% YoY |
สูงกว่าคาดราว 6% |
แนวโน้มรายได้และกำไร
ผู้บริหาร คง Guidance ปี 2026 โดยคาด Anta Brand เติบโตระดับต่ำหลักเดียว, Fila ระดับกลางหลักเดียว และแบรนด์อื่นมากกว่า 20% แนวโน้มเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมค่อนข้างอ่อน แต่เริ่มเห็นการฟื้นตัวในเดือนสิงหาคม โดยแบรนด์พรีเมียมทำได้ดีกว่าแบรนด์ตลาดมวลชน และผู้บริหารคาดว่าความต้องการอาจดีขึ้นในช่วงวันหยุดเดือนกันยายน-ตุลาคม
ในระยะกลาง การเติบโตจะมาจาก Descente, Kolon, Jack Wolfskin และ Puma มากขึ้น โดย Descente และ Kolon จะเน้นการเพิ่มยอดขายต่อสาขามากกว่าการเปิดร้านจำนวนมาก ขณะที่ Jack Wolfskin อยู่ในช่วงปรับโครงสร้างในปี 2026 และตั้งเป้ากลับมาทำกำไรในปี 2027
อีกส่วนหนึ่งคือการขยายต่างประเทศ โดยรายได้ต่างประเทศเพิ่ม 35% YoY ใน 1H26 ผู้บริหารคาดรายได้ต่างประเทศราว RMB2bn ในปี 2026 และตั้งเป้ามากกว่า RMB10bn ภายใน 5 ปี โดยเริ่มจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนขยายไปตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ และยุโรป
มุมมองผู้บริหาร
ผู้บริหารยังมั่นใจว่าโมเดลหลายแบรนด์สามารถช่วยลดผลกระทบจากกำลังซื้อจีนที่อ่อนแอ โดยการเติบโตของกลุ่มแบรนด์ Outdoor และ Premium ช่วยชดเชยการเติบโตที่ช้ากว่าของ Anta และ Fila ขณะที่การบริหารต้นทุนและช่องทางจำหน่ายช่วยรักษามาร์จิ้นได้
สำหรับ Puma ผู้บริหารมองเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์และคาดปิดดีลใน 4Q26 ก่อนเริ่มหารือแผนปรับปรุงการดำเนินงาน ส่วน Jack Wolfskin จะเน้นลดสินค้าคงคลัง ปรับช่องทางสู่การขายตรง และเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนก่อนเร่งขยายตั้งแต่ปลายปี 2026 เป็นต้นไป
4. มุมมองของ INVX
ภาพรวมอุตสาหกรรม
ผลประกอบการทั้งสามบริษัท ยังไม่สนับสนุนมุมมองว่ากลุ่มเสื้อผ้ากำลังฟื้นตัวพร้อมกันทั้งอุตสาหกรรม แต่สะท้อนว่าการเติบโตกระจุกตัวอยู่ในบริษัทที่มีแบรนด์แข็งแรง สินค้าตรงกับความต้องการ และสามารถลดการพึ่งพาโปรโมชั่นได้ ปัจจัยที่ควรติดตามในช่วงครึ่งปีหลังจึงได้แก่ ยอดขายสาขาเดิม การขายสินค้าเต็มราคา ระดับสินค้าคงคลัง และทิศทางมาร์จิ้นหลังผลกระทบจากภาษีนำเข้า
ปัจจัยอะไรที่จะขับเคลื่อนราคาหุ้นในระยะข้างหน้า?
Abercrombie & Fitch
ปัจจัยที่จะทำให้ราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นต่อคือ ยอดขาย 3Q-4Q สูงกว่า Guidance, Hollister กลับมาเติบโตของยอดขายสาขาเดิม, การขายเต็มราคายังแข็งแรง และมาร์จิ้นพื้นฐานยังสูงกว่าคาดหลังหมดผลบวกจากเงินคืนภาษีนำเข้า Guidance ใหม่ยังแฝงการเร่งตัวของยอดขายใน 4Q ราว 7% ดังนั้นการรักษาแรงส่งดังกล่าวจะเป็นตัวกำหนดการปรับประมาณการกำไรระยะต่อไป
Urban Outfitters
ปัจจัยสำคัญต่อราคาหุ้นคือ Free People และ FP Movement ต้องรักษาการเติบโตระดับสูง ขณะที่ Anthropologie ต้องกลับมาขายสินค้าเต็มราคาได้มากขึ้น หากการลดราคาสินค้าลดลงและ Nuuly ยังรักษาการเติบโตระดับสูง 20% ได้ จะช่วยให้อัตรากำไรเริ่มขยายตัวตามรายได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการปรับประมาณการกำไรขึ้น
Anta Sports
การเติบโตระยะใกล้ยังขึ้นกับการรักษา Guidance ของ Anta และ Fila ท่ามกลางกำลังซื้อจีนที่ยังอ่อน ขณะที่ แรงขับเคลื่อนราคาหุ้นในระยะกลางจะอยู่ที่การเติบโตของแบรนด์อื่น การกลับมาทำกำไรของ Jack Wolfskin ในปี 2027 และความคืบหน้าในการปรับโครงสร้าง Puma หลังปิดดีล. หาก Anta สามารถนำความสามารถด้านการบริหารแบรนด์ การขายตรง และการเพิ่มผลิตภาพร้านค้าที่เคยใช้กับ Fila และ Descente ไปใช้กับ Puma ได้สำเร็จ จะเป็นแหล่งรายได้และกำไรใหม่ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน