สรุปสาระสำคัญ
Airbus เลื่อนส่งมอบเครื่องบิน A350-1000ULR ลำแรกให้ Qantas เป็นเมษายน 2027 จากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งกระทบต่อตารางบินตรง Project Sunrise ของ Qantas แต่คาดว่าจะฟื้นตัวกลับสู่แผนเดิมได้ภายในพฤศจิกายน 2027 โดย INVX ยังคงมุมมองบวกต่อ Airbus จากพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเป็นผู้นำตลาดเครื่องบินลำตัวกว้าง ขณะที่มองว่า Qantas ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในอิหร่านและต้นทุนราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง
รายละเอียดและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ล่าช้า
- กำหนดการส่งมอบใหม่: Airbus ระบุว่า เครื่องบินรุ่น A350-1000ULR ลำแรก จะสามารถส่งมอบเข้าสู่ฝูงบินของสายการบิน Qantas ได้ในเดือนเมษายน ปี 2027
- การคาดการณ์เดิม: สายการบิน Qantas เคยคาดการณ์ว่าจะได้รับมอบเครื่องบินลำดังกล่าวภายในสิ้นปี 2026
- สาเหตุหลักของปัญหา: Airbus ชี้แจงว่า ความล่าช้าในครั้งนี้มีสาเหตุมาจากผลกระทบของปัญหาห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
- ผลกระทบต่อโครงการ Project Sunrise ของ Qantas: เดิมทีสายการบิน Qantas มีแผนที่จะเริ่มเปิดให้บริการเส้นทางบินตรงเชื่อมต่อระหว่าง ซิดนีย์ สู่ ลอนดอน และนิวยอร์ก ภายใต้ชื่อโครงการ Project Sunrise ในช่วงกลางปี 2027 แต่ตารางเวลาดังกล่าวจำเป็นต้องตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าจะต้องได้รับเครื่องบินลำแรกภายในปีนี้ เพื่อนำมาดำเนินการทดสอบการบินและผ่านกระบวนการรับรองมาตรฐานเป็นเวลาหลายเดือนล่วงหน้า
- สถานะปัจจุบันของเครื่องบินทดสอบ: ในปัจจุบัน การเตรียมความพร้อมสำหรับการบินทดสอบครั้งแรกของเครื่องบินลำดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนที่ก้าวหน้าอย่างมาก และคาดว่าจะพร้อมขึ้นบินทดสอบภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
แผนการปรับตัวและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของสายการบิน Qantas
- ตารางการรับมอบในอนาคต: ทางสายการบิน Qantas คาดการณ์ว่าเครื่องบินรุ่น A350 จำนวน 4 ลำถัดไป จะได้รับการส่งมอบอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งจะส่งผลให้ตารางเวลาการส่งมอบฝูงบินโดยรวมกลับมาเป็นไปตามกำหนดการเดิมได้ภายในเดือนพฤศจิกายน ปี 2027 ทั้งนี้ ทางสายการบินยังไม่ได้มีการระบุแน่ชัดว่าเที่ยวบินเชิงพาณิชย์เที่ยวแรกจะสามารถเริ่มออกเดินทางได้เมื่อใด
- คุณลักษณะเฉพาะของฝูงบิน: สายการบิน Qantas ได้ดำเนินรายการสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น A350 จำนวน 12 ลำ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2022 โดยเครื่องบินรุ่นปรับแต่งพิเศษนี้จะมีการติดตั้งถังน้ำมันสำรองเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรองรับการบินต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ชั่วโมงได้อย่างเต็มพิกัดบรรทุกโดยไม่ต้องแวะพัก
- ประมาณการผลประกอบการ: ทางสายการบินประเมินว่า เมื่อฝูงบินรุ่น A350 ทั้งหมดเข้าประจำการในระบบอย่างเต็มรูปแบบ โครงการ Project Sunrise จะสามารถสร้างกำไรจากการดำเนินงานได้ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (หรือคิดเป็นประมาณ 287 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี
มุมมองของ INVX
เรายังมีความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของ Airbus และยังมองบวกต่อ Airbus เนื่องจาก ปัจจัยพื้นฐานของ Airbus ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ การเลื่อนส่งมอบในครั้งนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรม ไม่ใช่ความบกพร่องเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์ เครื่องบินตระกูล A350-1000 ของ Airbus ยังคงเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มเครื่องบินลำตัวกว้างพิสัยไกล ซึ่งหาตัวเปรียบเทียบได้ยากในปัจจุบัน ส่งผลให้เรายังมองบวกต่อ Airbus ในระยะยาวอยู่
ขณะที่เรามองว่า Qantas ราคาหุ้นยังคงเคลื่อนไหวตามความคืบหน้าของสถานการณ์ในอิหร่านเป็นหลักมากกว่าปัจจัยเฉพาะตัว อย่างไรก็ดี เรายังมองว่ากลุ่มสายการบินยังมีความน่ากังวลในแง่ต้นทุนที่สูงขึ้น จากราคาน้ำมันดิบที่เราคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับสูง แม้ว่าสงครมในอิหร่านจะจบลงก็ตาม