Offshore Stock Update

AI เข้าสู่ยุคสร้างระบบนิเวศของตัวเอง ลดการพึ่งพาผู้เล่นรายเดียว

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA|21 Aug 26 10:33 AM
ฟร
สรุปสาระสำคัญ

อุตสาหกรรม AI กำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพา Nvidia เป็นศูนย์กลาง ไปสู่ระบบนิเวศหลายขั้วที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่มพัฒนาชิป โมเดล และโครงสร้างพื้นฐานของตนเองมากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านการลงทุนของ GOOGL, META และ AVGO แนวโน้มดังกล่าวยังไม่กระทบ Nvidia อย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อส่วนแบ่งงบลงทุนด้าน AI ในระยะกลาง ขณะที่ Broadcom และ TSMC มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากการเติบโตของชิปเฉพาะทาง

AI เข้าสู่ยุคสร้างระบบนิเวศของตัวเอง ลดการพึ่งพาผู้เล่นรายเดียว

ภาพรวมข่าวของ Meta, Broadcom, Google และ Nvidia สะท้อนว่าอุตสาหกรรม AI กำลังเปลี่ยนจากการ ซื้อโครงสร้างพื้นฐานจากผู้ขายรายเดียวไปสู่การสร้างระบบนิเวศของตัวเองมากขึ้น ทั้งชิปเฉพาะทาง โมเดล ซอฟต์แวร์ และแหล่งเงินทุน เพื่อควบคุมต้นทุนและลดการพึ่งพาซัพพลายเชนภายนอก แนวโน้มนี้เป็นบวกต่อ Broadcom และผู้ผลิตชิปเฉพาะทาง ขณะที่ Nvidia ยังมีสถานะนำ แต่ความเสี่ยงระยะกลางคือสัดส่วนการใช้ชิป Nvidia ต่อหน่วยงานประมวลผลอาจลดลงเมื่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่พัฒนาทางเลือกของตนเองมากขึ้น

  1. Google เดินหน้าสร้างชิปเอง จาก Data Center ลงมาถึง Robotaxi
  • Waymo ของ Alphabet เปิดตัวชิป ASIC ขนาด 5 นาโนเมตรที่ออกแบบเองสำหรับรถไร้คนขับ โดยให้กำลังประมวลผลมากกว่า 1,000 TOPS และผลิตโดย TSMC จุดประสงค์สำคัญไม่ใช่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการ กระจายแหล่งชิปออกจากผู้ผลิตภายนอกอย่าง Nvidia และ AMD และควบคุมต้นทุนของระบบได้มากขึ้น
  • แนวทางนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ Google ในศูนย์ข้อมูลที่พัฒนา TPU มานาน กล่าวคือออกแบบชิป เซนเซอร์ และซอฟต์แวร์ร่วมกันให้เหมาะกับงานเฉพาะมากกว่าการใช้ชิปสำเร็จรูป อย่างไรก็ตาม Waymo ยังระบุว่าระบบปัจจุบันเป็นแบบผสม และยังทำงานร่วมกับ Nvidia, AMD, Micron, Samsung และ TSMC จึงยังไม่ใช่การตัด Nvidia ออกจากระบบทั้งหมด
  1. Broadcom กำลังกลายเป็นแกนหลักของตลาด Custom AI Chip
  • Broadcom กำลังเจรจาระดมเงินกู้มากกว่า $60bn และอาจมีวงเงินรวมสูงถึงราว $100bn เพื่อสนับสนุนการซื้อชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะ Google TPU ที่ Anthropic และบริษัท AI อื่นสามารถเช่าใช้งานผ่านโครงสร้างทางการเงินดังกล่าวได้
  • จุดสำคัญคือ Broadcom ไม่ได้แข่งขันกับ Nvidia เฉพาะด้านตัวชิป แต่กำลังสร้าง ระบบครบวงจรตั้งแต่การออกแบบชิปเฉพาะทาง ไปจนถึงการจัดหาเงินทุนเพื่อเร่งการติดตั้ง โดยแผนร่วมกับสถาบันการเงินตั้งเป้าสนับสนุนกำลังประมวลผลมากกว่า 20 GW และ Broadcom คาดว่ายอดขายชิป AI อาจเกิน $100bn ในปีหน้า
  • ดังนั้น Broadcom จึงเป็นหนึ่งในคู่แข่งเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของ Nvidia โดยเฉพาะในงานที่ลูกค้ารายใหญ่สามารถออกแบบชิปเฉพาะทางให้ตรงกับงานของตนเองได้
  1. Meta กำลังใช้ Supplier ภายนอกไปพร้อมกับสร้างของตัวเอง
  • Meta เป็นหนึ่งในลูกค้า AI รายใหญ่ของ Microsoft โดยใช้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อเข้าถึงโมเดลผ่าน Azure และมีการใช้งานหลายล้านล้านโทเคนต่อสัปดาห์ Meta ยังใช้โมเดลของ OpenAI และผู้ให้บริการรายอื่นเพื่อเปรียบเทียบและพัฒนาโมเดลของตัวเอง
  • แต่ทิศทางระยะยาวคือ Meta ต้องการลดการพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอก โดยกำลังพัฒนาบริการให้ลูกค้าเข้าถึงโมเดล AI ของตนเอง ซึ่งอาจแข่งขันกับ Microsoft Foundry และช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ผู้ให้บริการอื่นในอนาคต นอกจากนี้ Meta ยังลงทุนศูนย์ข้อมูลของตัวเองในขนาดใหญ่มากขึ้น
  • ภาพของ Meta จึงคล้าย Google คือ ช่วงแรกใช้โครงสร้างพื้นฐานและโมเดลจากภายนอกเพื่อเร่งการพัฒนา แต่ในระยะยาวพยายามย้ายส่วนสำคัญเข้ามาควบคุมเอง
  1. Nvidia ตอบโต้ด้วยการขยายจาก “ผู้ขายชิป” ไปสู่เจ้าของระบบ AI
  • ในอีกด้านหนึ่ง Nvidia ก็ไม่ได้อยู่เฉย บริษัทเตรียมจ่ายประมาณ $6bn เพื่อซื้อสิทธิใช้งานโมเดลของ Poolside พร้อมรับทีมวิศวกรส่วนใหญ่เข้ามา และลงทุนเพิ่มอีก $1bn ใน Poolside ที่มูลค่าบริษัท $12bn
  • เป้าหมายของ Nvidia คือขยายตัวจากผู้ผลิต GPU ไปสู่ผู้ให้บริการเทคโนโลยี AI ที่ครอบคลุมทั้ง ชิป ระบบคอมพิวเตอร์ โมเดล ข้อมูล และซอฟต์แวร์ เพื่อเร่งการใช้งาน AI และสร้างอุปสงค์ต่อฮาร์ดแวร์ของ Nvidia ในระยะยาว
  • ดังนั้น Nvidia เองก็กำลังสร้างระบบนิเวศของตนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ลูกค้ารายใหญ่จะพัฒนาชิปเอง โดยพยายามทำให้ลูกค้ายังคงอยู่กับ Nvidia ผ่านซอฟต์แวร์ โมเดล และระบบทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะ GPU

5.ภาพรวมนี้สะท้อนได้ว่าบริษัทเทคฯมีกลยุทธ์ “Vertical Integration” มากขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันคือบริษัท AI รายใหญ่เริ่มต้องการควบคุมองค์ประกอบสำคัญของระบบด้วยตนเองมากขึ้น

  • Google พัฒนาชิปเฉพาะทางทั้งในศูนย์ข้อมูลและรถไร้คนขับ เพื่อลดต้นทุนและการพึ่งพาผู้ผลิตชิปภายนอก
  • Meta ยังเช่าโมเดลและกำลังประมวลผลจากภายนอก แต่พัฒนาโมเดล ระบบบริการ และศูนย์ข้อมูลของตัวเองมากขึ้น
  • Broadcom ช่วยลูกค้าสร้างชิปเฉพาะทาง พร้อมเพิ่มระบบเงินทุนเพื่อให้ลูกค้าขยายกำลังประมวลผลได้เร็วขึ้น
  • Nvidia ขยายจาก GPU ไปสู่ซอฟต์แวร์ โมเดล ข้อมูล และการลงทุนในบริษัท AI เพื่อทำให้ระบบนิเวศของ Nvidia ครอบคลุมมากขึ้น

จุดร่วมจึงไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะผลิตทุกอย่างเองทั้งหมด แต่เป็นการ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดียว และควบคุมต้นทุน ประสิทธิภาพ และกำลังการผลิตได้มากขึ้น

  1. แล้วแนวโน้มนี้กระทบ Nvidia แค่ไหน?
  • ระยะสั้นยังไม่น่ากังวลมาก เพราะความต้องการกำลังประมวลผล AI ยังเพิ่มเร็วมาก และชิปเฉพาะทางจำนวนมากถูกออกแบบมาเพื่อเสริม GPU มากกว่าทดแทนทั้งหมด ตัวอย่าง Waymo เองยังใช้ระบบแบบผสมและยังร่วมมือกับ Nvidia อยู่ ขณะที่ Nvidia ก็กำลังขยายตัวขึ้นไปในส่วนซอฟต์แวร์และโมเดลเพื่อรักษาความเหนียวแน่นของระบบนิเวศ
  • แต่ระยะกลางถึงยาวเป็นความเสี่ยงที่ควรจับตา เพราะลูกค้ารายใหญ่ของ Nvidia เช่น Google, Meta, OpenAI และผู้ให้บริการคลาวด์มีทั้งเงินทุนและขนาดการใช้งานที่มากพอจะทำให้การพัฒนาชิปเฉพาะทางคุ้มค่า หากงานบางประเภท เช่น การประมวลผลเพื่อให้บริการ AI สามารถย้ายไป TPU หรือ ASIC ได้มากขึ้น Nvidia อาจยังมีรายได้เติบโต แต่ ส่วนแบ่งของ GPU ต่อเงินลงทุน AI ทั้งระบบมีโอกาสลดลง
  • ความเสี่ยงสำคัญจึงไม่ใช่ “Nvidia จะถูกแทนที่” แต่คือ AI Capex ในอนาคตอาจไหลไป Nvidia น้อยลง และกระจายไปยังชิปเฉพาะทาง เครือข่าย หน่วยความจำ และโครงสร้างพื้นฐานส่วนอื่นมากขึ้น
  1. ความเสี่ยง
  • การแข่งขันด้านชิปเฉพาะทาง: การพัฒนา TPU และ ASIC ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทำให้ตลาด AI accelerator กระจายตัวมากขึ้น และอาจกดส่วนแบ่ง Nvidia ในงานบางประเภท
  • ความเสี่ยงด้านเงินลงทุน: การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ต้องใช้เงินระดับหลายหมื่นถึงหลายแสนล้านดอลลาร์ ตัวอย่างโครงสร้างเงินทุนของ Broadcom สะท้อนว่าการขยายกำลังประมวลผลเริ่มพึ่งพาหนี้มากขึ้น หากรายได้ AI เติบโตไม่ทัน อาจสร้างแรงกดดันต่อทั้งผู้ให้บริการและสถาบันการเงิน
  • ความเสี่ยงจากการกระจุกตัว: รายได้ AI ยังพึ่งพาบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย ตัวอย่าง Microsoft มี OpenAI คิดเป็นประมาณ 70% ของรายได้ AI ซึ่งสะท้อนว่าหากการใช้จ่ายของลูกค้ารายใหญ่ชะลอ ผลกระทบต่อซัพพลายเชนอาจสูง
  • ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ: รูปแบบการลงทุนและซื้อสิทธิเทคโนโลยีแบบ Nvidia–Poolside หรือ Groq อาจถูกตรวจสอบมากขึ้น เพราะหน่วยงานกำกับมองว่าอาจเป็นวิธีหลีกเลี่ยงการตรวจสอบการควบรวมกิจการ

มุมมองของ InnovestX

  • เรามองว่าประเด็นล่าสุดสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากยุค “Nvidia เป็นศูนย์กลางของ AI” ไปสู่ “AI Ecosystem หลายขั้ว” มากขึ้น แต่ยังไม่ใช่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ความต้องการ Nvidia ลดลงทันที เพราะตลาด AI โดยรวมยังขยายตัวเร็วกว่าการสูญเสียส่วนแบ่ง
  • อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางควรให้น้ำหนักกับความเสี่ยงจาก Custom ASIC/TPU มากขึ้น โดยเฉพาะจาก Google และ Broadcom
  • ขณะที่ Nvidia จำเป็นต้องรักษาความได้เปรียบผ่านทั้ง GPU, networking, software และ AI models เพื่อให้รายได้เติบโตเร็วกว่าการถูกลดสัดส่วนในงบลงทุน AI สำหรับภาพรวมซัพพลายเชน แนวโน้มดังกล่าวเป็นบวกต่อ Broadcom และ TSMC เพราะไม่ว่าลูกค้าจะเลือก GPU หรือชิปเฉพาะทาง ความต้องการออกแบบและผลิตชิปประสิทธิภาพสูงยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
GOOG.NB
AVGO.NB
NVDA.NB
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA

Offshore Investment Team Lead

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5