Special Report - Global Strategy

Update: หุ้นเอเชียร่วงแรง รับแรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ & Apple หันหาซัพพลายเออร์จีนคุกคาม Margin แนะปรับพอร์ตกระจายความเสี่ยงด้วยกลุ่ม Healthcare & Financials

2 Jul 26 2:00 PM
Special Report (Global Strategy)
สรุปสาระสำคัญ

Update: หุ้นเอเชียร่วงแรง รับแรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ & Apple หันหาซัพพลายเออร์จีนคุกคาม Margin แนะปรับพอร์ตกระจายความเสี่ยงด้วยกลุ่ม Healthcare & Financials

 

by INVX Investment Strategy & Research

 

2 กรกฎาคม 2569

 

สรุปสถานการณ์

 

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงต่อเนื่องในวันนี้ (2 ก.ค. 69 เวลา 13.45น) นำโดย KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลงอีก 7.9% ต่อเนื่องจากการปรับตัวลดลง 2.0% เมื่อวันพุธ และ Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลง 2.3% แรงกดดันหลักมาจากกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และชิปหน่วยความจำ โดย SK Hynix ร่วงลง 10.9% Samsung Electronics ปรับตัวลดลง 8.1% ตามหุ้นชิปฝั่งสหรัฐฯ ที่นำโดย Micron เมื่อคืนราคาลงไป 10.6% 

 

สำหรับวันนี้ตลาดเผชิญกับ 2 ปัจจัยกดดันหลัก ได้แก่

 

1.  Apple หันหาซัพพลายเออร์ชิปหน่วยความจำจากจีน โดยมีรายงานระบุว่า Apple กำลังเจรจากับผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากจีนที่อยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการส่งออก เพื่อใช้ในอุปกรณ์ที่จำหน่ายในตลาดจีนโดยเฉพาะ นี่คือสัญญาณที่แตกต่างจากการปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. อย่างมีนัยสำคัญ เพราะครั้งก่อนที่ราคาลงมาแรง เป็นความกังวลด้านอุปสงค์ (Apple ขึ้นราคา อาจทำให้ ผู้บริโภคแบกรับต้นทุนไม่ไหว) ส่วนครั้งนี้เป็นภัยคุกคามด้านการแข่งขันจากฝั่งอุปทาน ที่กดดัน Pricing Power และ Margin ระยะกลางของ SK Hynix, Samsung และ Kioxia โดยตรง

 

2. ตลาดให้น้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เดือนกันยายนอยู่ Fed Chair Kevin Warsh กล่าวในการประชุม Sintra Forum ว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อผ่อนคลายลงบ้าง แต่ยืนยันชัดเจนว่าจะ "ยึดมั่นในเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% อย่างเคร่งครัด" และจะ "ทำให้ทุกคนที่รอนโยบายการเงินผ่อนคลายต้องผิดหวัง" ส่งผลให้ตลาด Price in โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนมากขึ้น ด้าน US 10Y Yield พุ่งขึ้น 12bps สัปดาห์นี้สู่ระดับ 4.491% และ US 2Y Yield ขึ้น 9bps สู่ระดับ 4.181% 

Implication

 

INVX ประเมินว่า การปรับตัวลดลงสัปดาห์นี้ไม่ใช่แค่ "ขายทำกำไร" แต่สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

 

1. Margin กลุ่มชิปหน่วยความจำอาจได้รับผลกระทบ: การที่ Apple หันหาซัพพลายเออร์จีนต่างจากความกังวลเรื่อง Demand ของเดือนที่แล้วอย่างสิ้นเชิง เพราะหมายความว่าผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในโลกอาจกำลังพิจารณาทางเลือกทดแทน SK Hynix และ Samsung ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะกดดัน Pricing Power ระยะกลางอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้องมองในบริบทที่ว่าการเปลี่ยน Semiconductor Supply Chain ใช้เวลาหลายปีและมีต้นทุนสูง Samsung ยังซื้อขายที่ P/E ต่ำกว่า 7 เท่า และ SK Hynix ที่ราว 5 เท่า ซึ่งยังไม่ใช่ระดับ Bubble ดังนั้นการปรับตัวลดลงอาจ Overshoot ความเสี่ยงที่แท้จริงในระยะสั้น

 

2. ไม่ใช่การขาย Broad Based เห็น Sector Rotation ชัดเจน: สัญญาณที่โดดเด่นที่สุดวันนี้คือการ Diverge ภายในตลาดเอง Hang Seng ของฮ่องกงปรับตัวขึ้น +0.9% สวนทางตลาดส่วนใหญ่ สะท้อนว่าจีนได้รับประโยชน์จากข่าว Apple หันหาซัพพลายเออร์จีน และมีความเชื่อมโยงกับ Semiconductor Upcycle ของเกาหลี-ญี่ปุ่นน้อยกว่า ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ เราเห็นการ Rotation ชัดเจนระหว่าง AI Hardware (Micron -10.6%, CoreWeave -13.9%) กับ AI Software และหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ปรับตัวขึ้นมาโดดเด่น (Meta +8.8% หลังประกาศขายกำลังประมวลผล AI ส่วนเกินแก่ลูกค้าภายนอก, AppLovin +9.6%, Palantir +7.8%, ELV Elevance Health +7.6%, General Mills +8.5%)


สรุปคือ ตลาดยังอยู่ในโหมด "Selective Positioning" แต่มีความซับซ้อนขึ้น จากการขาย AI ทั้งกลุ่มสู่การ Rotate เฉพาะเจาะจงจากกลุ่ม Semiconductor Hardware ไปยัง AI Software, Healthcare, และ Financials เพราะ พอร์ตที่กระจายตัวดีจะ Navigate สภาพแวดล้อมนี้ได้ดีกว่าพอร์ตที่กระจุกตัวในชิปเอเชีย

 

Recommendations

 

เรายังคงแนะนำนักลงทุนใช้ความผันผวนที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้เป็นโอกาสปรับพอร์ต โดยมุ่งเน้นการลด Concentration Risk เป็นหลัก เน้นการกระจายพอร์ตออกจากกลุ่ม High-Beta Semiconductor เอเชีย เพื่อลดความผันผวนโดยรวมในสภาพแวดล้อมที่ทั้ง Volatility สูงและทิศทาง Fed ชัดเจนขึ้นว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก และเน้นลงทุนกลุ่ม Defensive เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตลงทุนในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะในกลุ่ม Healthcare ผ่านกองทุน TUSHEALTH-A ที่เป็นกลุ่มที่มีความ Defensive มี Earnings Visibility ที่สูง และกระแสเงินสดแข็งแกร่ง Demand ไม่ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ 

 

อีกกลุ่มที่น่าสนใจคือกลุ่ม Financials ผ่านกองทุน TUSFIN-A ที่มีปัจจัยหนุนผ่านโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนที่ชัดเจนขึ้น เป็นภาพบวกโดยตรงต่อ Net Interest Margin (NIM) ของธนาคารขนาดใหญ่ ประกอบกับ US GDP ยังขยายตัวและกิจกรรม M&A และ IPO ในตลาดทุนที่ยังคงมีต่อเนื่อง

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5