Special Report - Global Strategy

Update สถานการณ์ KOSPI ปรับตัวลดลงแรง พร้อมกับหุ้นเอเชียปรับฐาน ยังแนะนำกระจายความเสี่ยงเข้า Sector Defensive เพื่อลดความผันผวน

26 Jun 26 12:30 PM
Special Report (Global Strategy)
สรุปสาระสำคัญ

Update: Update สถานการณ์ KOSPI ปรับตัวลดลงแรง พร้อมกับหุ้นเอเชียปรับฐาน ยังแนะนำกระจายความเสี่ยงเข้า Sector Defensive เพื่อลดความผันผวน

 

by INVX Investment Strategy & Research

 

26 มิถุนายน 2569

 

สรุปสถานการณ์

 

ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงเทขายต่อเนื่องเป็นระลอกที่สองของสัปดาห์ โดยในวันนี้ (26 มิถุนายน 2569) KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลง 8.18% จนเกิด Circuit Breaker อีกครั้ง ขณะที่หุ้นในภูมิภาคเอเชียมีการปรับฐานเช่นกัน Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปรับลดลง 4.32% China A50 ร่วง 3.55% Hang Seng ลดลง 2.23% TOPIX ปรับลง 1.26% และดัชนี SET ของไทยปรับตัวลดลงราว -0.98% ซึ่งถือเป็นระดับการร่วงที่รุนแรงผิดปกติและสะท้อนภาวะ Risk-Off ที่ลุกลามทั่วภูมิภาค

สำหรับแรงกดดันที่กลับมาอีกครั้งในวันนี้เกิดจาก 4 ปัจจัย

 

1.  ตัวเลข PCE เดือนพฤษภาคม 2569 ของสหรัฐฯ ประกาศออกมาที่ +4.1% YoY ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบสามปี ตอกย้ำว่า Fed มีโอกาสสูงขึ้นที่จะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเฉพาะหลังจากที่ประธาน Fed คนใหม่ Kevin Warsh ส่งสัญญาณ Hawkish อย่างชัดเจนผ่าน Dot Plot เมื่อสัปดาห์ก่อน และประกาศยกเลิก Forward Guidance ทำให้ตลาดต้องรับความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินมากยิ่งขึ้น

 

2. หุ้น Apple ลง 6% ในคืนวันพฤหัสบดี ฉุด Nasdaq ลงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ (-0.46%) ขณะที่ SoftBank ปรับลดลงกว่า 11% ในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการลงทุนใน AI Infrastructure ที่สูงขึ้น บวกกับ Arm Holdings ที่ร่วง 3.2%

 

3. มีรายงานว่า OpenAI อาจเลื่อนแผน IPO ออกไป เนื่องจากประสบปัญหาในการสร้างความต้องการ ณ มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตลาดมองว่าเป็นสัญญาณว่า AI Valuation กำลังถูกตั้งคำถามอย่างจริงจังในวงกว้าง

 

4. KOSPI ที่เคยขึ้นมาแล้วถึงกว่า 90% YTD ทำให้มีแรงกดดัน Profit-Taking สะสมอยู่ในระดับสูงมาก เมื่อ Sentiment พลิกกลับ แรงขายจึงรุนแรงกว่าที่ปัจจัยพื้นฐานจะอธิบายได้ในระยะสั้น

Implication

 

INVX ประเมินว่า การร่วงลงของตลาดหุ้นเอเชียในสัปดาห์นี้มีนัยที่กว้างกว่าการปรับฐานระยะสั้น เนื่องจากสะท้อนความเสี่ยงสองระดับที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

 

ความเสี่ยงระดับโครงสร้าง (Structural Risk) ต้องยอมรับว่าดัชนี KOSPI ที่ปรับขึ้นมา 90%+ ในปีนี้ พึ่งพา AI และเซมิคอนดักเตอร์เป็นแกนหลัก ทำให้พอร์ตที่มี Concentration สูงในกลุ่มนี้มีความเปราะบางและผันผวนสูงมากเป็นพิเศษ การปรับตัวลงครั้งนี้จึงสะท้อนภาพของพอร์ตที่กระจุกตัวในภูมิภาคหรือ Theme เดียวมีความเสี่ยง Drawdown สูงหาก Sentiment พลิก แม้ปัจจัยพื้นฐานจะยังโดดเด่นอยู่ก็ตาม

 

ระดับมหภาค (Macro Risk) ตัวเลข PCE +4.1% YoY ประกอบกับ Hawkish Signal จาก Fed ยิ่งกดดัน Growth Stocks และตลาดเอเชียที่มี Valuation สูง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะอยู่สูงนานกว่าเดิมจะเพิ่ม Discount Rate และลด Present Value ของกำไรในอนาคต ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นยังเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อสกุลเงินเอเชียและอาจกระตุ้นให้เม็ดเงินต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง

 

Recommendations

 

เราแนะนำนักลงทุนใช้ความผันผวนที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้เป็นโอกาสปรับพอร์ต โดยมุ่งเน้นการลด Concentration Risk ที่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI มาสู่กลุ่ม Defensive  เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนในระยะถัดไป โดยแนะนำเพิ่มการลงทุนในหุ้น Healthcare เราแนะนำเพิ่มน้ำหนักในพอร์ต เนื่องจากเป็นกลุ่ม Defensive ที่มี Earnings Visibility สูง กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และมีความสัมพันธ์ต่ำกับกลุ่ม Tech และ AI หุ้นกลุ่ม Healthcare ยังมี Pricing Power และความต้องการที่ไม่ขึ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจ ทำให้สามารถลด Beta ของพอร์ตได้ดีในภาวะที่ Tech Sector ผันผวนสูงเช่นนี้ ทั้งนี้ เรามองว่ากลุ่ม Healthcare เป็น Defensive Allocation เชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ Short-Term Trade และเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความสมดุลระหว่าง Risk กับ Return ในระยะกลาง

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5