
Update: จับตาเลือกตั้งทั่วไปญี่ปุ่น 8 ก.พ. 2026 – เสถียรภาพการเมืองเป็นปัจจัยชี้ทิศทางตลาดหุ้นญี่ปุ่น
By INVX Investment Products & Strategy
5 กุมภาพันธ์ 2026
สรุปสถานการณ์
การเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นตัวชี้วัดความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจภายใต้การนำของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) และพรรค Liberal Democratic Party (LDP) การตัดสินใจยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการขอฉันทามติจากประชาชนและเสริมความชอบธรรมในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยดัชนี Nikkei 225 และ TOPIX ต่างทำจุดสูงสุดใหม่ สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อตลาดของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของตลาดในระยะต่อไป
เราประเมินภาพผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่นออกเป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้
Scenario 1: พรรค LDP ชนะเสียงข้างมากและจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างราบรื่น (ความเป็นไปได้สูง)
จากผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนัก รวมถึงข้อมูลจาก Polymarket ที่ประเมินโอกาสสูงราว 99% ที่ ซานาเอะ ทาคาอิจิ จะชนะการเลือกตั้งและเป็นนายกฯ โดยรัฐบาลทาคาอิจิยังคงรักษาคะแนนนิยมไว้ในระดับสูงนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนต.ค. 2025 โดยมีคะแนนนิยมเฉลี่ยของคณะรัฐมนตรีอยู่ที่ 70% ทำให้พรรค LDP มีแนวโน้มสูงที่จะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร สถานการณ์นี้จึงมีความเป็นไปได้มากที่สุด
ในกรณีนี้ เสถียรภาพทางการเมืองจะช่วยให้นายกฯ ทาคาอิจิ มีความพร้อมในการเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศผ่านการลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเหลือ 0% เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและลดแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีแนวโน้มเพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศและเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในระยะยาว
สำหรับตลาดหุ้น สถานการณ์นี้ยังถือเป็นปัจจัยหนุนเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากความต่อเนื่องของนโยบายและความชัดเจนในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ กลุ่มหุ้นที่อิงกับกิจกรรมในประเทศ เช่น ธนาคารและการบริโภค มีแนวโน้มได้รับประโยชน์โดยตรง ขณะที่หุ้น Japan Small Cap ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ในประเทศสูงอาจได้รับการ re-rate เพิ่มเติม นอกจากนี้ หุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ของญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มได้รับความสนใจต่อเนื่อง จากการเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น ตลาดหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาพอสมควรและสะท้อนความคาดหวังต่อชัยชนะของพรรค LDP ไปมากแล้ว จึงอาจเห็นแรงขายทำกำไรหรือภาวะ sell on fact ได้ แต่ในภาพรวมกรณีนี้ยังคงเอื้อต่อทิศทางตลาดหุ้นญี่ปุ่น
Scenario 2: ผลการเลือกตั้งสูสี หรือฝ่ายค้านมีบทบาทจัดตั้งรัฐบาล
แม้สถานการณ์นี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากพรรค LDP ในปัจจุบันมีคะแนนนิยมสูงมาก แต่สถานการณ์ที่พรรค LDP จะไม่สามารถครองเสียงข้างมากได้อย่างเด็ดขาด หรือเกิดการรวมตัวของพรรคฝ่ายค้านจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ยังคงเป็นไปได้ โดยพรรคการเมืองที่อาจเข้ามามีบทบาทสำคัญคือ พันธมิตรปฏิรูปสายกลาง (Centrist Reform Alliance - CRA) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของพรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ (CDP) และพรรคโคเมโต (Komeito)
ภายใต้สถานการณ์นี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะหากรัฐบาลใหม่มีเสียงในสภาไม่มั่นคง การผลักดันกฎหมายด้านการคลังและภาษี เช่น Special Deficit-Financing Bond Act และ Consumption Tax Act จะต้องอาศัยการประนีประนอมระหว่างหลายพรรค ซึ่งมีความเสี่ยงทำให้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจล่าช้าหรือถูกจำกัดขนาด ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและการลงทุนอาจชะลอตัวลงในระยะสั้น
สำหรับตลาดหุ้น ความผิดหวังจากผลการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวังอาจกดดัน sentiment และเพิ่มความผันผวนในระยะใกล้ ตลาดมีแนวโน้มเข้าสู่โหมด wait-and-see ระหว่างรอความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ขณะเดียวกัน หุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงจากธีม “Takaichi Trade” ก่อนหน้า เช่น กลุ่มผู้ส่งออก ป้องกันประเทศ และเซมิคอนดักเตอร์ มีความเสี่ยงเผชิญแรงขายทำกำไร หลัง valuation สะท้อนความคาดหวังเชิงนโยบายไปมากแล้ว
สถิติย้อนหลัง: ตลาดหุ้นญี่ปุ่นกับการเลือกตั้งทั่วไป
ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2000 ชี้ว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีแนวโน้มตอบสนองเชิงบวกต่อการเลือกตั้ง โดยดัชนี TOPIX ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 8% ในช่วง 3 เดือนหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่มีการยุบสภาและรัฐบาลสามารถรักษาอำนาจต่อเนื่องได้ ซึ่งสะท้อนบทบาทของความชัดเจนเชิงนโยบายและเสถียรภาพทางการเมือง และเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น หากสนใจลงทุนกองทุนหุ้นญี่ปุ่นอ้างอิงดัชนี TOPIX เราแนะนำกองทุน K-JPX-A(A) ที่ลงทุนในกองทุนหลักที่อ้างอิงดัชนี TOPIX หรือ iShares MSCI Japan ETF (EWJ)

Source : InnovestX Investment Products & Strategy, Bloomberg as of 5 February 2026