
Update สถานการณ์ทองคำหลังราคาดิ่งลงแรง หลังทรัมป์เสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟด และการ force sell จากการเติมมาร์จิ้น นักลงทุนระยะกลาง-ยาว ทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัว นักเก็งกำไรที่รับความเสี่ยงได้น้อยรอราคาสร้างฐานชัดเจนก่อน
By INVX Investment Products & Strategy (31/1/2026)
สรุปสถานการณ์
ราคาทองคำเมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวลงต่อเนื่องราว -9% จากแรงขายทำกำไร เช่นเดียวกับราคาของแร่เงินที่ปรับตัวลดลงราว -26% ในค่ำคืนที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ Kevin Warsh ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งตลาดมองการตั้ง Kevin Warsh จะช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดการเงินมากขึ้นกว่า candidate ท่านอื่น มาจากแนวทางการบริหารของ Kevin Warsh ที่คาดว่าจะไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินแบบสุดโต่ง และเน้นการรักษาวินัยด้านงบดุลของเฟดมากกว่าอัดฉีดสภาพคล่องผ่าน QE รวมถึงต้องการกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้น นอกจากนั้นความคาดหวังต่อ Debasement trade ที่เคยขับเคลื่อนราคาทองคำและโลหะมีค่า จากความกังวลการลดค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (Currency Debasement) ภายใต้นโยบายการเงินผ่อนคลายพิเศษ และความกังวลกังวลต่อเฟดที่เป็นอิสระน้อยลง นอกจากนั้นราคาที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดแรงเก็งกำไรเพิ่มขึ้น อีกทั้งการปรับเพิ่มระดับ Maintenance margin ของสัญญาโลหะมีค่าของตลาด CME ล่าสุด (13 ม.ค. 2026) ยังทำให้การปรับลดลงของราคาจากการ force sell รุนแรงกว่าปกติอีกด้วย
มุมมองและคำแนะนำลงทุน
การลดลงของราคาทองคำสอดคล้องกับมุมมองของเราใน “เคาะซื้อ” ล่าสุดว่าทองมีโอกาสปรับฐาน หลังพุ่งขึ้นแรง และมี RSI ในระดับ Overbought
ระยะสั้นความผันผวนในตลาดยังคงสูงอยู่ สำหรับนักเก็งกำไรระยะสั้นที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ควรรอให้ราคาสร้างฐานที่มั่นคงก่อน โดยประเมินแนวรับเชิงเทคนิคที่ 4,780 ดอลลาร์ (Fibonacci 61.8% และเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน) หากหลุดลงมาอาจลงได้ต่อถึง 4,650-4,520 ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 5,020-5100
สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว แนะนำทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัวลงแถวแนวรับดังกล่าว สำหรับสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ ควรมีอยู่ในสัดส่วน 5-10% เนื่องจากเราประเมินว่าแรงขายในทองคำและโลหะมีค่าในครั้งนี้เป็นลักษณะปรับฐาน หลังราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนเทรนด์ใหญ่ที่ช่วยหนุนราคาทองคำ เช่น ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในหลายแห่ง เช่น สหรัฐฯ กับยุโรป สหรัฐฯ กับอิหร่าน จีนกับญี่ปุ่น และอื่นๆ ยังไม่หายไป ซึ่งจะยังส่งผลให้ธนาคารกลางต่างๆ จะยังคงซื้อทองคำต่อ ช่วยหนุนราคาทองคำได้ในระยะถัดไป ด้านนโยบายการเงินของสหรัฐฯ แม้มีการเปลี่ยนประธานเฟด แต่ยังคงมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอยู่ (INVX มองเฟดจะยังคงลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ขณะที่ตลาดประเมินการปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้)
สำหรับเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้
กรณี Base case ภายใต้สมมติฐานว่าธนาคารกลางซื้อทองคำ 800 ตันราคาทองคำมีเป้าหมายอยู่ที่ประมาณ 5,000 ดอลลาร์
ขณะที่ กรณี Best case หากธนาคารกลางยังคงซื้อทองคำในระดับ 1,100 ตัน ใกล้เคียงกับปีก่อน ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อยู่ในระดับสูง ราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นได้ถึง 5,700 ดอลลาร์ ส่วนนักวิเคราะห์ในตลาดให้เป้าหมายของราคาทองปี 2026 ในระดับ 4,800 - 6,200 ดอลลาร์