PDF Available  
Wealth Weekend

งบ 4 ใน Magnificent 7 ดี CAPEX เพิ่ม ใครเด่น

30 Apr 26 12:52 PM
สรุปสาระสำคัญ
  • น้ำมันเข้าใกล้ 120 แม้ UAE จะออกจากโอเปก วางกลยุทธ์ยังไง
  • Fed ตามคาด ทิศทางดอกเบี้ยและการลงทุนข้างหน้าเป็นอย่างไร  
  • กนง. บอกดอกเบี้ยไม่ลงแล้ว ตลาดหุ้นไทยเป็นยังไง

สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้ 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวลงเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง แม้ผลประกอบการหุ้นในกลุ่ม Mag7 จะเติบโตดีกว่าคาด แต่ตลาดกังวลเม็ดเงินลงทุนใน AI ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มพลังงานยังสามารถช่วยประคองตลาดได้ จากความกังวลอุปทานน้ำมันในตะวันออกลางอาจชะงักงันยาวนาน หลัง ปธน. ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของอิหร่านที่ต้องการเปิด Hormuz ก่อนแล้วค่อยเจรจานิวเคลียร์ในภายหลัง อีกทั้งยังสั่งการให้เตรียมพร้อมขยายเวลาปิดล้อมท่าเรืออิหร่านเพื่อบีบให้อิหร่านยอมจำนนต่อการเจรจา ด้านผลการประชุมนโยบายการเงินของ FOMC มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ตามคาด แต่ที่น่าจับตา คือ จำนวนเสียงแตกชัดเจนสุดในรอบ 34 ปี สะท้อนมุมมองที่เริ่มไม่เป็นเอกฉันท์ โดย Statement ระบุเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่งแต่ตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว ส่วนตลาดหุ้น EM อ่อนตัวลงเช่นกัน จากความเปราะบางของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งหนุนให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรง สร้างแรงกดดันต้นทุนการผลิตของกลุ่มประเทศผู้นำเข้าพลังงานในเอเชียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังสามารถปรับเพิ่มขึ้นสวนตลาดโลกได้ โดยได้อานิสงส์จากแรงซื้อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์และหุ้นขนาดใหญ่ (DELTA SCC SCGP) ที่ประกาศผลประกอบการ 1Q26 ออกมาดีกว่าตลาดคาด ส่วน กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตามคาด ในส่วนของราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นแรงสู่เกิน 110 USD/BBL เนื่องจากระยะสั้นตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก ถึงแม้จะมีประเด็น UAE ประกาศถอนตัวจากกลุ่ม OPEC แต่เป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันในระยะยาว 

 

ตลาดหุ้นโลก 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวลงเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย (1) ปธน. ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของอิหร่านที่ต้องการเปิด Hormuz ก่อนแล้วค่อยเจรจานิวเคลียร์ในภายหลัง   (2) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวออกจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) (3) คณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50–3.75% ตามที่ตลาดคาด 

 

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดบ (1) กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี ตามตลาดคาด (2) กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้า ครม.เศรษฐกิจ 4 พ.ค. รวมเม็ดเงินรัฐกว่า 1.36 แสน ลบ. (3) กระทรวงการคลังปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2026 เหลือขยายตัว 1.6% จากเดิมคาด 2.0% ปัจจัยหลักมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กดดันต้นทุนราคาพลังงาน

 

ตลาดพันธบัตร

ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นที่ 4.43% ขณะที่ระยะสั้น 2 ปีเพิ่มขึ้นที่ 3.93% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 50 bps
ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.15% ขณะที่ระยะสั้นอายุ 2 ปี ทรงตัวที่ 1.22% ส่วนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 1,710 ล้านบาท

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้น 8.4%WoW สู่ US$110.44/bbl สหรัฐฯ เตรียมขยายระยะเวลาปิดล้อมท่าเรืออิหร่านเพื่อกดดันให้เกิดการเจรจายุติสงคราม ด้านราคาทองคำ (Spot) ลดลง 4.1%WoW สู่ 4,543.54 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

 

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แข็งค่าที่ 98.98 จุด  ด้านค่าเงินยูโรทรงตัวที่ 1.17 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทอ่อนค่าที่ 32.74 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าที่ 160.34 เยน และเงินหยวนทรงตัวที่ระดับ 6.84 หยวน

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5