
สินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญแรงขาย หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (U.S. 10Y Treasury Yield) ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน จากแรงขายในตลาดพันธบัตรและความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงจากความตึงเครียดบริเวณช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
ด้านการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดราว 82,380 ดอลลาร์ หลังจากที่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อนย่อตัวลงไปแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 76,300 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 2,000–2,370 ดอลลาร์
ประเด็นหลักที่ต้องติดตามคือทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นทะลุ 4.5% ซึ่งถือว่าเป็นแนวต้านในเชิงจิตวิทยา ภายหลังจากที่ตลาดเริ่มให้โอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายปีนี้ โดย INVX เชื่อว่าผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของประเทศสหรัฐฯ หลังจากนี้มีโอกาสที่จะปรับตัวลงถ้าการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านได้ข้อสรุป ซึ่งหากผลตอบแทนปรับตัวลดลงต่ำกว่า 4.5% จะสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อภาพรวมราคาสินทรัพย์ดิจิทัล
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ต้องติดตามคือ S&P Global Manufacturing/Services PMI ของเดือนพฤษภาคม (ประมาณการขั้นต้น) ที่จะรายงานในวันที่ 21 พ.ค. ถ้าออกมาสูงกว่าตลาดคาดจะสร้างแรงกดดันให้กับราคาสินทรัพย์ดิจิทัลเนื่องจากจะสนับสนุนโอกาสในการที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

Source : TradingView as of 20 May 2026

Source : CryptoQuant as of 20 May 2026
STH MVRV (Short-Term Holder MVRV) คือดัชนีที่เปรียบเทียบ “ราคาปัจจุบัน” ของ Bitcoin กับ “ต้นทุนเฉลี่ย” ของนักลงทุนที่ถือ BTC น้อยกว่า 155 วัน หากค่าอยู่ที่ 1.0 หมายความว่ากลุ่มนี้อยู่ที่จุดคุ้มทุนพอดี
ล่าสุด STH MVRV ขึ้นแตะระดับ 1.0 พร้อมกับที่ Bitcoin ปรับขึ้นไปใกล้ $81,000 ซึ่งเป็นต้นทุนเฉลี่ยของกลุ่มนักลงทุนระยะสั้น ก่อนราคาจะถูกขายทำกำไรและอ่อนตัวลง โดยข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่ามีแรงขายจากกลุ่ม STH เพิ่มขึ้นชัดเจนหลังกลับมาถึงจุดคุ้มทุน
สะท้อนว่าแรงซื้อในตลาดยังไม่แข็งแรงพอ นักลงทุนระยะสั้นจำนวนมากยังเลือก “ขายเมื่อกลับมาเท่าทุน” มากกว่าถือต่อเพื่อรอรอบขึ้นใหม่ ทำให้ระดับ $81,000 ยังเป็นแนวต้านสำคัญของตลาดในระยะสั้น และ BTC อาจต้องการ Catalyst ใหม่ เช่น Fund Flow ETF หรือปัจจัย Macro เชิงบวก เพื่อผลักดันราคาให้ผ่านระดับนี้ได้อย่างยั่งยืน

Source : TradingView as of 20 May 2026
EMA200 หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ย้อนหลัง 200 วัน เป็นหนึ่งในเส้นที่นักลงทุนใช้ดู “แนวโน้มหลัก” ของ Bitcoin หากราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นนี้ มักสะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในแนวโน้มขาลงหรือช่วงฟื้นตัว
สัปดาห์ก่อนหน้านี้ INVX ได้ให้จับตา EMA200 บริเวณ ~$82,000 ซึ่งล่าสุด BTC พยายามขึ้นทดสอบแต่ไม่สามารถผ่านได้ ก่อนถูกแรงขายกดลงอีกครั้ง พร้อมกับเกิด BTC ETF Outflows กว่า $1B และ Liquidations สูง
ภาพนี้คล้ายกับปี 2018 และ 2022 ที่ Bitcoin ขึ้นทดสอบ EMA200 แล้วถูก Reject ก่อนเข้าสู่การพักฐานต่อ สะท้อนว่าแรงซื้อในตลาดยังไม่แข็งแรงพอ และ BTC ยังไม่สามารถกลับเข้าสู่ขาขึ้นได้อย่างชัดเจน จนกว่าจะยืนเหนือ EMA200 ได้อย่างมั่นคง พร้อม Volume และ Momentum ที่มากกว่านี้
รัฐบาลของ Donald Trump เตรียมผลักดันกรอบกฎหมายใหม่ เปิดทางให้ “Tokenized Securities” หรือหุ้นในรูปแบบโทเค็นสามารถซื้อขายบนแพลตฟอร์มคริปโทได้ โดย SEC อาจออก “Innovation Exemption” เพื่อผ่อนปรนเกณฑ์สำหรับสินทรัพย์รูปแบบใหม่นี้
จุดสำคัญคือ แพลตฟอร์มคริปโทอาจสามารถนำหุ้นบริษัทต่าง ๆ มาออกเป็นโทเค็นเพื่อซื้อขายได้ แม้ไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทเจ้าของหุ้นอ้างอิง และสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงบน Blockchain อย่างไรก็ตาม ผู้ถือโทเค็นอาจไม่ได้รับสิทธิผู้ถือหุ้นแบบดั้งเดิม เช่น สิทธิออกเสียง (Voting Rights) หรือเงินปันผล เพราะโทเค็นทำหน้าที่เพียงสะท้อนราคาหุ้นเท่านั้น
นี่อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ของตลาดการเงินโลก เพราะสะท้อนว่าสหรัฐฯ เริ่มผลักดันให้ตลาดทุนแบบดั้งเดิมเชื่อมเข้ากับโลกคริปโทและ Blockchain อย่างจริงจัง
หากเกิดขึ้นจริง จะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ลดข้อจำกัดเวลาเทรด และเปิดให้นักลงทุนทั่วโลกเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้นผ่านแพลตฟอร์มคริปโท ขณะเดียวกัน ยังเป็นสัญญาณว่า Tokenization และ RWA กำลังถูกผลักดันจากระดับนโยบาย จนอาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของตลาดทุนในอนาคต

Source : InnovestX Research as of 20 May 2026
ราคาแกว่งพักตัวลงใกล้กรอบล่างของกรอบ Sideways-up ขณะที่ RSI แกว่งลงใกล้ระดับ 50 ส่วน MACD อยู่ใต้ Signal Line แต่ยังอยู่เหนือแกน 0 ประเมินว่าราคามีแนวโน้มแกว่งพักตัวระยะสั้น แต่หากราคาไม่หลุดต่ำกว่ากรอบล่างดังกล่าว ประเมินว่ามีแนวโน้มรีบาวด์ฟื้นขึ้นได้ในระยะถัดไป
แนวรับ: 2,450,000-2,350,000 บาท (74,000 – 71,000 ดอลลาร์)
แนวต้าน: 2,700,000-2,900,000 บาท (83,000 – 93,000 ดอลลาร์)

Source : InnovestX Research as of 20 May 2026
ราคาแกว่งพักตัวลงใกล้กรอบล่างของกรอบ Sideways ขณะที่ RSI แกว่งลงต่ำกว่าระดับ 50 ส่วน MACD อยู่ใต้ Signal Line และลงมาใกล้แกน 0 ประเมินว่าราคายังมีแนวโน้มแกว่งพักตัวระยะสั้น แต่หากราคาไม่หลุดต่ำกว่ากรอบล่างดังกล่าว ประเมินว่ามีแนวโน้มรีบาวด์ฟื้นขึ้นได้ในระยะถัดไป
แนวรับ: 65,000-56,000 บาท (2,000 – 1,800 ดอลลาร์)
แนวต้าน: 78,000-86,000 บาท (2,400 – 2,700 ดอลลาร์)
|
Date |
Events |
|
28 May 2026 |
Core PCE Price Index (MoM) (Apr) Core PCE Price Index (YoY) (Apr) GDP (QoQ) (Q1) Initial Jobless Claims |
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้