
สินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวสูงขึ้น แม้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวแข็งแกร่ง สะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักกับแนวโน้มสภาพคล่องและทิศทางนโยบายการเงินมากกว่าปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์
Bitcoin ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 66,400 ดอลลาร์ หลังเคลื่อนไหวในกรอบ 61,800–66,400 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบ 1,750–1,940 ดอลลาร์
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงวันที่ 23-29 ก.ค. ค่อนข้างที่จะเบาบาง ทำให้เรามองว่าความผันผวนของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลจากประเด็นของตัวเลขเศรษฐกิจจะค่อนข้างจำกัด โดยตัวเลขที่ต้องติดตามคือ S&P Global Composite PMI หรือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแบบผสม (หรือรวม) จัดทำโดยสถาบัน S&P Global ของเดือน ก.ค. ที่จะมีการรายงานในวันที่ 24 ก.ค. โดยเฉพาะรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับดัชนีราคาปัจจัยการผลิตและราคาขายสินค้าและบริการ ซึ่งสองตัวเลขนี้ถือเป็นเครื่องชี้นำล่วงหน้าหรือ Leading Indicator ที่สะท้อนถึงแนวโน้มเงินเฟ้อของประเทศสหรัฐฯ ถ้าตัวเลขนี้ออกมาต่ำกว่าคาดจะส่งผลบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากจะลดโอกาสในการที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

Source : TradingView as of 22 July 2026

Source : Coinmarketcap as of 22 July 2026
สัญญาณนี้คืออะไร?
ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ปรับตัวจาก Extreme Fear (17) สู่ระดับ Fear (40) สะท้อนว่าความกังวลของนักลงทุนเริ่มลดลง และแรงขายจากภาวะ Panic เริ่มคลี่คลาย แม้ความเชื่อมั่นของตลาดยังไม่กลับมาเต็มที่
ปัจจุบันบอกอะไร?
การฟื้นตัวของ Sentiment สอดคล้องกับการที่ Bitcoin ปรับตัวขึ้นจากบริเวณ 61,800ดอลลาร์ กลับมายืนเหนือ 66,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ดัชนี Fear & Greed เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการยืนยันแนวโน้ม จึงควรพิจารณาควบคู่กับ Spot Bitcoin ETF Flows, กระแสเงินทุน และการเคลื่อนไหวของราคา
นักลงทุนควรจับตาอะไร?
หาก Spot Bitcoin ETF กลับมามีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflows) ต่อเนื่อง พร้อมกับ Fear & Greed ปรับขึ้นสู่ระดับ Neutral และ Bitcoin สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญได้ จะเป็นสัญญาณที่มีน้ำหนักมากขึ้นว่าความเชื่อมั่นกำลังฟื้นตัว และโมเมนตัมขาขึ้นอาจแข็งแกร่งขึ้นในระยะถัดไป แต่หาก ETF Flows ยังอ่อนแอ การฟื้นตัวของ Sentiment อาจเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้นเท่านั้น.
|
วันที่ |
Net Flow |
|
14 ก.ค. |
+181.1 ล้านดอลลาร์ |
|
15 ก.ค. |
+107.7 ล้านดอลลาร์ |
|
16 ก.ค. |
+79.1 ล้านดอลลาร์ |
|
17 ก.ค. |
+132.3 ล้านดอลลาร์ |
|
20 ก.ค. |
+226.9 ล้านดอลลาร์ |
|
รวม |
+727.1 ล้านดอลลาร์ |
จุดที่น่าสนใจคือ เงินไม่ได้ไหลเข้าเพียงกองทุนเดียว แต่กระจายไปหลายกองทุน เช่น IBIT, ARKB, FBTC และ Grayscale Bitcoin Mini Trust ขณะที่ GBTC ยังมีเงินไหลออก
การที่เงินไหลเข้าหลายกองทุนพร้อมกัน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะสะท้อนว่า ความสนใจลงทุนใน Bitcoin กระจายตัวมากขึ้น ไม่ได้พึ่งพาเพียงกองทุนใดกองทุนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เงินที่ไหลเข้า ETF ไม่ได้หมายความว่าเป็นการซื้อสะสมเพื่อถือระยะยาวทั้งหมด เพราะอาจมีธุรกรรมของนักลงทุนสถาบัน เช่น การทำ Arbitrage หรือการปรับพอร์ตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

Source : Sosovalue as of 21 July 2026
สิ่งที่ต้องติดตาม คือ หาก Bitcoin ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐ เงินจะยังไหลเข้า ETF ต่อหรือไม่ เพราะหากยังมีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณที่สนับสนุนแนวโน้มเชิงบวกได้มากขึ้น
ประเด็นที่น่าสนใจ: Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้า 5 วันทำการติดต่อกัน รวมกว่า 727 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าความสนใจจากนักลงทุนสถาบันเริ่มกลับมาดีขึ้น แต่ยังต้องติดตามว่ากระแสเงินจะต่อเนื่องหรือไม่เมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้านสำคัญ
ในช่วงเดียวกัน Spot Ethereum ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 158.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเงินไหลเข้า 4 จาก 5 วันทำการ
|
วันที่ |
Net Flow |
|
14 ก.ค. |
+58.3 ล้านดอลลาร์ |
|
15 ก.ค. |
+53.9 ล้านดอลลาร์ |
|
16 ก.ค. |
−28.0 ล้านดอลลาร์ |
|
17 ก.ค. |
+36.7 ล้านดอลลาร์ |
|
20 ก.ค. |
+38.0 ล้านดอลลาร์ |
|
รวม |
+158.9 ล้านดอลลาร์ |
แม้เงินจะไหลเข้า ETF อย่างต่อเนื่อง แต่ราคา Ethereum ยังปรับตัวขึ้นได้ไม่มากเมื่อเทียบกับ Bitcoin
สาเหตุอาจเป็นเพราะแรงซื้อจาก ETF ยังไม่มากพอที่จะผลักดันราคา หรือยังมีแรงขายจากนักลงทุนเดิมออกมารองรับ ขณะเดียวกัน นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงให้น้ำหนักกับ Bitcoin มากกว่า Ethereum
ดังนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเงินลงทุนกำลังย้ายจาก Bitcoin ไปยัง Ethereum เพราะนอกจากเงินไหลเข้า ETF แล้ว ควรเห็นการฟื้นตัวของราคา ปริมาณการซื้อขาย และกิจกรรมบนเครือข่าย Ethereum เพิ่มขึ้นควบคู่กันด้วย

Source : Sosovalue as of 21 July 2026
ประเด็นที่น่าสนใจ: แม้ Spot Ethereum ETF มีเงินไหลเข้าเกือบ 159 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ราคา ETH ยังตอบสนองค่อนข้างจำกัด จึงยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเม็ดเงินกำลังหมุนจาก Bitcoin ไปยังกลุ่ม Altcoin อย่างชัดเจน

Source : Tradingview as of 22 July 2026
สัญญาณนี้คืออะไร?
Bitcoin ยังเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างเส้น 200-Week SMA ซึ่งเป็นแนวรับระยะยาว และ Bear Market Resistance Band ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญ สะท้อนว่าราคากำลังอยู่ในช่วงสะสมกำลังเพื่อเลือกทิศทางรอบใหม่
ปัจจุบัน Bitcoin อยู่ตรงไหน?
การยืนเหนือเส้น 200-Week SMA แสดงว่าภาพระยะยาวยังแข็งแรง ขณะที่การเข้าใกล้ Bear Market Resistance Band หมายความว่า Bitcoin กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญ หากผ่านได้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
นักลงทุนควรจับตาอะไร?
หาก Bitcoin สามารถ ทะลุและยืนเหนือ Bear Market Resistance Band ได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่เพิ่มโอกาสเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่ แต่หากยังไม่ผ่าน ราคาอาจยังแกว่งตัว เพื่อสะสมกำลังต่อ อย่างไรก็ตาม การที่ราคายังยืนเหนือแนวรับระยะยาวได้ ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนมุมมองเชิงบวกในระยะกลางถึงระยะยาว
Robinhood เปิดตัว Robinhood Chain ซึ่งเป็น Ethereum Layer 2 ที่พัฒนาบน Arbitrum Orbit Stack เพื่อรองรับการซื้อขาย Tokenized Stocks, ETFs และ Real World Assets (RWA) ผ่าน Robinhood Wallet โดยผู้ใช้งานสามารถถือครองสินทรัพย์แบบ Self-custody โอนข้ามเชน และซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมวางรากฐานให้สินทรัพย์ดั้งเดิมเชื่อมต่อกับระบบ DeFi ได้ง่ายขึ้น
การตอบรับหลังเปิด Mainnet
หลังเปิด Public Mainnet เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 Robinhood Chain มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้าน Active Wallets ภายในราว 2 สัปดาห์ สะท้อนความสนใจต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ว่าธุรกรรมช่วงแรกส่วนใหญ่ยังมาจากการซื้อขายคริปโทมากกว่า Tokenized Stocks
ทำไมนักลงทุนต้องติดตาม
การพัฒนา Robinhood Chain สะท้อนแนวโน้มที่สถาบันการเงินเริ่มนำ หุ้นและ ETF มาอยู่บนบล็อกเชน มากขึ้น หากการ Tokenization ได้รับการยอมรับในวงกว้าง อาจช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ลดต้นทุน และเปิดโอกาสให้ซื้อขายสินทรัพย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว

Source : InnovestX Research as of 22 July 2026
ภาพรายสัปดาห์ ราคาฟื้นตัวขึ้นมาใกล้ถึงแนวต้านย่อยกรอบบน Sideways ขณะที่ RSI ไต่ระดับขึ้นใกล้กับระดับ 50 ส่วน MACD พลิกขึ้นมาเหนือ Signal Line และยกตัวขึ้นแต่ยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ทั้งนี้ หากราคาขึ้น Breakout แนวต้านย่อยกรอบบนขึ้นไปได้ จะเปิด Upside ในการปรับขึ้นต่อ แต่หากยังไม่ผ่าน คาดราคาย่อตัวลงและแกว่งตัวในกรอบต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง
แนวรับ: 60,500-55,500 ดอลลาร์
แนวต้าน: 68,000-70,500 ดอลลาร์

Source : InnovestX Research as of 22 July 2026
ภาพรายสัปดาห์ ราคาฟื้นตัวไต่ระดับขึ้นจากจุดต่ำเดิมและขึ้นผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ขึ้นไปได้แล้ว ขณะที่ RSI เคลื่อนไหวยกตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 50 ส่วน MACD พลิกขึ้นมาเหนือ Signal Line แต่ยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ทั้งนี้ หากราคายังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ได้ ประเมินราคาปรับขึ้นได้ต่อ แต่หากย่อตัวลงมา อาจเห็นการย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ฐานราคาเดิมอีกครั้ง
แนวรับ: 1,700-1,600 ดอลลาร์
แนวต้าน: 2,100-2,200 ดอลลาร์
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้