Crypto Weekly Pulse

หุ้นเทคฯสหรัฐฯลง Bitcoin ทรงตัว สัปดาห์นี้ต้องดูอะไรต่อ?

19 Aug 26 2:16 PM
Digital Asset
สรุปสาระสำคัญ
  • หุ้นเทคฯสหรัฐฯ ถูกกดดันจาก Bond Yield ระยะยาวที่ปรับสูงขึ้นสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 กระทบหุ้น Growth และ AI ผ่าน Valuation และต้นทุนการกู้ยืมสำหรับ Data Center ขณะที่ Bitcoin ไม่มีกระแสกำไรในอนาคตให้ถูกคิดลด จึงทรงตัวได้ดีกว่าหุ้นเทคในระยะสั้น โดย Bitcoin เคลื่อนไหวประมาณ 62,500–65,300 ดอลลาร์ และ Ethereum 1,850–1,930 ดอลลาร์

 

  • Bitcoin Apparent Demand พลิกกลับเป็นบวก: หลังติดลบต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ล่าสุดแรงซื้อเริ่มกลับมาดูดซับ Supply ได้ดีขึ้น เพิ่มน้ำหนักต่อภาพการฟื้นตัวของ Bitcoin อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรจับตาว่า Demand จะยืนในแดนบวกและเพิ่มขึ้นต่อเนื่องได้หรือไม่

 

  • Metaplanet สร้าง Bitcoin Treasury Platform ในสหรัฐฯ: บริษัทเตรียมลงทุนใน Super League Enterprise ด้วย 2,100 BTC ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Superplanet, Inc. โดย Metaplanet จะถือหุ้นประมาณ 7% สะท้อนการยกระดับกลยุทธ์จากการถือ BTC สู่การสร้างแพลตฟอร์มและช่องทางระดมทุนโดยเฉพาะ

 

  • SEC เสนอกรอบใหม่สำหรับการระดมทุนคริปโท: ข้อเสนอเปิดทางให้บางโครงการระดมทุนได้สูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ และโครงการขนาดใหญ่สูงสุด 75 ล้านดอลลาร์ต่อปี 

 

  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคือ S&P Global Services PMI เดือน ส.ค. วันที่ 21 ส.ค. หากออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ Fed คงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น และกดดันเชิงลบต่อสินทรัพย์ดิจิทัล

 

  • อีกตัวคือ PCE เดือน ก.ค. วันที่ 26 ส.ค. หากสูงกว่าคาด จะสะท้อนเงินเฟ้อที่ยังหนืด ลดความหวังการลดดอกเบี้ย และกดดันเชิงลบราคาสินทรัพย์ดิจิทัลเช่นกัน

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมา

 

หุ้นเทคฯสหรัฐฯ ถูกกดดันจาก Bond Yield ระยะยาวที่ปรับสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 จากความกังวลต่อฐานะการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งกระทบหุ้น Growth และ AI ผ่านสองปัจจัย ทั้ง Valuation ที่อิงกับกำไรในอนาคต และต้นทุนการกู้ยืมสำหรับการลงทุนใน Data Center ในทางกลับกัน Bitcoin ไม่มีกระแสกำไรในอนาคตให้ถูกคิดลด จึงไม่ถูกกดดันผ่านช่องทางเดียวกับหุ้นกลุ่มดังกล่าว ทำให้ Bitcoin ทรงตัวได้ดีกว่าหุ้นเทคในระยะสั้น แม้ทั้งสองยังจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงเช่นเดียวกัน

ในช่วงที่ผ่านมา ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวระหว่างประมาณ 62,500–65,300 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 1,850–1,930 ดอลลาร์

 

ปัจจัยมหภาคที่ต้องติดตามประจำสัปดาห์

 

ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคือ S&P Global Services PMI หรือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของเดือน ส.ค. ที่จะมีการรายงานในวันที่ 21 ส.ค. (ตลาดคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 53.9) ซึ่งตัวเลขนี้คือดัชนีสำคัญที่ใช้วัดสภาวะและกิจกรรมทางธุรกิจในภาคบริการอันเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยถ้าออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จะแสดงถึงความแข็งแกร่งของภาคบริการที่อาจทำให้ Fed ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานขึ้น และจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล

 

อีกหนึ่งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญคือ PCE หรือ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลของเดือน ก.ค. ที่จะมีการรายงานในวันที่ 26 ส.ค. ซึ่งตัวเลขนี้เป็นมาตรวัดระดับเงินเฟ้อที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่ายจริง และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญมากที่สุดในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงิน โดยถ้าตัวเลขออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด จะสะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงมีความหนืดและอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะทำให้ความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลดน้อยลง และจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลเช่นเดียวกัน

 

 

Big Cap Performance

 

Screenshot-2026-08-19-103951.png

Source : Tradingview as of 19 August 2026

 

 

Key Highlight 1: แรงซื้อ Bitcoin กลับมาเป็นบวก เพิ่มสัญญาณการฟื้นตัว

 

72a76746-ffa0-4e39-b222-d954cea77f31.jpg

Source : CryptoQuant as of 19 August 2026

 

1.1 Apparent Demand บอกอะไรเกี่ยวกับ Bitcoin?

Bitcoin Apparent Demand เป็นตัวชี้วัดความต้องการซื้อ Bitcoin ในตลาด โดยพิจารณา Supply ใหม่เทียบกับการเปลี่ยนแปลงของ Bitcoin ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมานานกว่า 1 ปี หากตัวเลขเป็นบวก สะท้อนว่าความต้องการซื้อสามารถดูดซับ Supply ที่เข้าสู่ตลาดได้ดี ขณะที่ค่าติดลบสะท้อน Demand ที่อ่อนแอ

 

1.2 จุดเปลี่ยนของ Bitcoin? Apparent Demand พลิกบวก หลังอ่อนแรงหลายเดือน

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน Apparent Demand อยู่ในแดนลบต่อเนื่อง สอดคล้องกับช่วงที่ Bitcoin เผชิญแรงกดดันด้านราคา แต่ข้อมูลล่าสุดเริ่มพลิกกลับเข้าสู่แดนบวก สะท้อนว่า แรงซื้อใหม่เริ่มกลับเข้ามาดูดซับ Supply หลัง Demand อ่อนแอต่อเนื่องมาหลายเดือน

 

1.3 Demand กลับมาแล้ว แต่ Bitcoin พร้อมกลับเป็นขาขึ้นหรือยัง?

การกลับมาเป็นบวกของ Apparent Demand ช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อการฟื้นตัวของ Bitcoin เพราะเริ่มเห็น Demand รองรับมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะยืนยันการกลับเป็นขาขึ้น นักลงทุนควรติดตามว่า Demand จะสามารถ ยืนในแดนบวกและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ได้หรือไม่

 

 

Key Highlight 2: Metaplanet ทุ่ม 2,100 BTC สร้าง Bitcoin Treasury Platform ในสหรัฐฯ

 

b6d84eb4-33f4-4952-86f8-934ded8dd8a1.jpg

 

2.1 Metaplanet ขยายกลยุทธ์ Bitcoin Treasury

Metaplanet เตรียมลงทุนใน Super League Enterprise ผ่านบริษัทย่อยในสหรัฐฯ ด้วย 2,100 BTC มูลค่าประมาณ 132.1 ล้านดอลลาร์ พร้อมเงินสด 2.5 ล้านดอลลาร์ แลกกับหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ และใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นประมาณ 134.6 ล้านดอลลาร์

 

2.2 Metaplanet บุกตลาดสหรัฐฯ ผ่าน Superplanet เดินเกม Bitcoin Treasury

หลังธุรกรรมเสร็จสิ้น บริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น Superplanet, Inc. และคาดว่าจะเปลี่ยน Ticker เป็น SUPA โดย Metaplanet จะถือหุ้นสามัญประมาณ 95.7% ทำให้บริษัทดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มสำหรับดำเนินกลยุทธ์ Bitcoin Treasury ในสหรัฐฯ

 

2.3 ทำไมนักลงทุนต้องติดตาม?

ดีลนี้สะท้อนว่า Bitcoin Treasury กำลังพัฒนาจากการ ซื้อ BTC เพื่อถือในงบดุล ไปสู่การสร้างโครงสร้างบริษัทและช่องทางระดมทุนเพื่อดำเนินกลยุทธ์โดยเฉพาะ หากแนวโน้มนี้ขยายตัว อาจเพิ่มช่องทางให้เงินทุนจากตลาดทุนดั้งเดิมเข้าถึง Bitcoin มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่เงินทุนสถาบันและบริษัทจดทะเบียนจะเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลได้มากขึ้น ยังขึ้นอยู่กับอีกปัจจัยสำคัญคือ ความชัดเจนของกฎเกณฑ์ ซึ่งสัปดาห์นี้มีพัฒนาการสำคัญจาก SEC

 

 

Key Highlight 3: SEC เสนอกรอบใหม่ เปิดทางระดมทุนคริปโทในสหรัฐฯ

ee7a9e16-3b06-4e3d-9b02-a889bd0bbbda.jpg

Source :Sec.gov as of 19 August 2026

 

3.1 SEC เปิดกรอบใหม่: จากระดมทุน 5 ล้าน ถึง 75 ล้านดอลลาร์

โครงการบางประเภทอาจระดมทุนได้สูงสุด 5 ล้านดอลลาร์แบบครั้งเดียว ด้วยข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลพื้นฐาน ขณะที่โครงการขนาดใหญ่สามารถระดมทุนได้สูงสุด 75 ล้านดอลลาร์ต่อปี ภายใต้ข้อกำหนดด้านงบการเงินและการรายงานอย่างต่อเนื่อง

อีกประเด็นสำคัญคือ Token อาจ สิ้นสุดสถานะการเป็นหลักทรัพย์ เมื่อทีมพัฒนาดำเนินงานตามที่ให้คำมั่นเสร็จสิ้น หรือยุติการดำเนินงานดังกล่าวอย่างถาวร

 

3.2 ถ้ากฎนี้ผ่าน ตลาดคริปโทสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนอย่างไร?

หากข้อเสนอมีผลบังคับใช้ จะช่วยเพิ่มความชัดเจนในการออกและซื้อขาย Token ลดความไม่แน่นอนด้านกฎเกณฑ์ และอาจเปิดทางให้ธุรกิจคริปโทดำเนินงานและระดมทุนในสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในช่วง รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 60 วัน นักลงทุนจึงควรติดตามรายละเอียดของกฎฉบับสุดท้าย

 

 

มุมมองด้านเทคนิค

 

BTC

 

Screenshot-2026-08-19-163303.png

Source : InnovestX Research as of 19 August 2026

 

ภาพรายสัปดาห์ ราคาฟื้นตัวขึ้นในกรอบ Sideways ขณะที่ RSI ยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line เพียงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ยังคงมุมมองเดิมว่าเป็นการแกว่งตัวผันผวนในกรอบ โดยมีแนวต้านจำกัดที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์และเป็นกรอบบนของกรอบย่อย Sideways อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถขึ้น Breakout แนวต้านดังกล่าวขึ้นไปได้ จะเปิด Upside ในการปรับขึ้นต่อ

 

แนวรับ: 61,000-59,000 ดอลลาร์

แนวต้าน: 68,000-70,000 ดอลลาร์

 

ETH

 

Screenshot-2026-08-19-163315.png

Source : InnovestX Research as of 19 August 2026

 

ภาพรายสัปดาห์ ราคาฟื้นตัวขึ้น โดยยังเคลื่อนไหวบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 10 สัปดาห์ ขณะที่ RSI ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal line แต่ยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ทำให้ยังคงมุมมองเดิมว่าเป็นการแกว่งผันผวนในกรอบ Sideways อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถขึ้นผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 10 สัปดาห์ไปได้ มีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อถึงเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์

 

แนวรับ: 1,700-1,600 ดอลลาร์

แนวต้าน: 2,100-2,200 ดอลลาร์

 

 

คำเตือน

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5