PDF Available  
Macro Making Sense

ธนาคารกลางทั่วโลกมีท่าทีเข้มงวดขึ้น GDP สหรัฐฯ ยังแกร่งจากการลงทุนและบริโภค เศรษฐกิจไทยทรงตัวในเดือน มี.ค.

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|5 May 26 6:37 AM
สรุปสาระสำคัญ

สรุป ธนาคารกลางทั่วโลกท่าทีเข้มงวดขึ้น, เศรษฐกิจสหรัฐฯยังแข็งแกร่งท่ามกลางเงินเฟ้อสูง, INVX ปรับโมเมนตัมเศรษฐกิจไทย

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางหลักทั้ง BoJ, BoT, ECB, Fed และ BoE ต่างมีมติคงดอกเบี้ยพร้อมกัน แต่ส่งสัญญาณเข้มงวดขึ้น ผ่านสามช่องทาง ได้แก่ (1) เสียงโหวตสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยหรือคัดค้านการผ่อนคลาย (Hawkish) ที่เพิ่มขึ้น (2) การปรับคาดการณ์เงินเฟ้อสูงขึ้น และ (3) น้ำเสียงนโยบายที่แข็งกร้าวขึ้น โดยแรงกดดันหลักมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากสงคราม ซึ่งดันเงินเฟ้อขึ้นพร้อมกับกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการดูแลเสถียรภาพราคาและการพยุงเศรษฐกิจ (Stagflation Dilemma) INVX มองว่าจากบทเรียนในอดีต ธนาคารกลางจะให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อเป็นลำดับแรก ทั้งนี้หากสงครามยืดเยื้อเกินกว่าที่คาด มีความเสี่ยงที่นโยบายการเงินจะเข้มงวดกว่าที่ประเมินไว้
  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัว 2.0% ในไตรมาสแรก ปี 2026 (รายงานเบื้องต้น) ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อย โดยมีแรงหนุนหลักจากการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคธุรกิจ ขณะที่การค้าระหว่างประเทศเป็นแรงฉุด ด้านเงินเฟ้อ PCE เดือน มี.ค. เร่งตัวขึ้นสู่ 3.5% และ Core PCE อยู่ที่ 3.2% สูงกว่าเป้าหมายของ Fed อย่างมีนัย โดยมีแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่เริ่มส่งผ่านเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง แม้การใช้จ่ายยังแข็งแกร่งแต่เริ่มพึ่งพาการดึงเงินออมออกมาใช้มากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องจับตา โดยรวม INVX มองว่า Fed อยู่ในสถานะ "รอดูและประเมินสถานการณ์" และมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยตลอดปี 2026 อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันทรงตัวสูงต่อเนื่อง มีความเสี่ยงที่ Fed จะดำเนินนโยบายเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดไว้อย่างมีนัยสำคัญ

  • เศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นผลกระทบจากสงคราม INVX ปรับประมาณการโมเมนตัมเศรษฐกิจเศรษฐกิจไทยเดือน มี.ค. และ 1Q26 ขยายตัวดีเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) จาก Front-loading ส่งออก-นำเข้า Electronics และปิโตรเลียมก่อนความไม่แน่นอนซึ่งเป็นผลจากสงครามจะชัดเจนขึ้น ทำให้ GDPnow 1Q26 พุ่งสู่ 3.6% แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) เริ่มชะลอตัว โดยบริโภคและภาคบริการถูกกดดันจากสงครามตะวันออกกลางที่ฉุดนักท่องเที่ยวยุโรปและตะวันออกกลาง ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรุดตัวและเงินเฟ้อยังติดลบแม้จะปรับดีขึ้นจากราคาพลังงาน INVX จึงปรับ momentum รายไตรมาสโดยคาดว่าสงครามจะดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อสูงขึ้น กัดกินกำลังซื้อและฉุดการท่องเที่ยวในช่วง 2Q-3Q ก่อนที่แรงกดดันด้านราคาจะเริ่มคลี่คลายและมาตรการการคลังเข้าช่วยพยุงใน Q4 โดยคงประมาณการ GDP ทั้งปี 2026 ที่ 1.4%
  • ในส่วนรายละเอียดมาตรการเศรษฐกิจ รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเสนอ ครม. 5 พ.ค. แบ่งเป็นเยียวยาประชาชน 2 แสนล้านผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส และเปลี่ยนผ่านพลังงานอีก 2 แสนล้าน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างค่าไฟแบบอัตราก้าวหน้าที่อุดหนุนผู้ใช้น้อยและผลักภาระไปยังผู้ใช้มาก ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าคาด
  • INVX มองว่ามาตรการดังกล่าวอาจดึงโมเมนตัมเศรษฐกิจใน 2Q–3Q ให้ดีกว่าคาด แต่ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่ประสิทธิภาพของมาตรการเงินโอน (Cash Transfer) และความเสี่ยงที่หนี้สาธารณะจะทะลุเพดาน 70% ของ GDP เร็วกว่าที่เคยประเมินไว้
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5