ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนบวก หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดกับอิหร่าน โดยทรัมป์ประกาศเลื่อนคำสั่งโจมตีโรงไฟฟ้า เนื่องจาก ทรัมป์ระบุว่าผลการหารือระหว่างสหรัฐฯ และเตหะรานเป็นไปในทิศทางที่ดี
ญี่ปุ่นตกลงลงทุนในสหรัฐฯ $550bn เพื่อแลกการลดภาษีรถยนต์ โดยมี 4 โปรเจกต์หลัก 1) นิวเคลียร์ SMR และก๊าซ รองรับ Data Center 2) Portsmouth AI Consortium 3) ห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญเพือลดการพึ่งพาจีน 4) ฐานผลิตอาวุธร่วมกัน
Musk สร้างเครือข่ายเซมิฯผ่านโครงการ Terafab หลังซัพพลายเออร์ในปัจจุบันขยายกำลังการผลิตได้ไม่เร็วพอที่จะรองรับแผนการระยะยาว โดยเรามองเป็นบวกต่อกลุ่มอุปกรณ์ผลิตชิป (ASML, AMAT, KLA และ Lam Research) เนื่องจาก Terafab จำเป็นต้องซื้อเครื่องจักรระดับสูงจำนวนมาก
Nvidia ร่วมมือ 6 บริษัทพลังงานสหรัฐฯสร้างศูนย์ข้อมูล AI รูปแบบใหม่ที่ดึงศักยภาพพลังงานที่ยังไม่ได้ถูกใช้งาน โดยเรามองบวกหลัง NVDA เน้นความเร็วในการเปิดศูนย์ข้อมูลเพื่อข้ามขั้นตอนการรอเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าที่ใช้เวลานาน แต่โครงการนี้จะช่วยให้ระบายชิป GPU เข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีแผนจะยกระดับระบบ Maven Smart System ของ Palantir ให้เป็น Program of Record ภายในสิ้นปีงบประมาณนี้ ซึ่งมองบวกต่อ PLTR หลังปัจจุบันรายได้เกือบครึ่งมาจากภาครัฐ ประกอบกับประเด็นนี้จะช่วยให้ Palantir ได้รับดีลอื่นๆ จากหน่วยงานรัฐบาลกลางเพิ่มขึ้น
Gilead ซื้อ Ouro Medicines เพื่อคว้าสิทธิ์ยาสำหรับรักษาโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองที่หายาก พร้อมจับมือ Galapagos แบ่งเบาต้นทุน มองเป็นการรุกเข้าสู่ New S-Curve เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากกลุ่มยาต้านไวรัส (HIV) และขยายพอร์ตสู่กลุ่มโรคเรื้อรังที่มีคู่แข่งน้อยและมีอำนาจการตั้งราคาสูง
Estée Lauder เจรจาควบรวม Puig หวังผนึกสกินแคร์เข้ากับพอร์ตน้ำหอมหรูเพื่อสู้ L’Oréal แต่หุ้นร่วง 8-11% จากความกังวลด้านการรวมกิจการ และงบดุลท่ามกลางช่วงปรับโครงสร้าง มองดีลนี้มีความไม่แน่นอนสูงและตลาดคาดหวังให้บริษัทโฟกัสธุรกิจหลักเพื่อ Turnaround มากกว่าการเข้าซื้อ
Grab ซื้อ Foodpanda ไต้หวัน คาดเสร็จสิ้นปี 2026 มองช่วยหนุนกำไรระยะยาวแต่ลดโอกาสควบรวมกับ GoTo ในระยะสั้น ทั้งนี้ยังมีความเสี่ยงด้านกฎหมายผูกขาดที่ต้องจับตาหลังหน่วยงานไต้หวันเคยปัดดีล Uber มาก่อน
จีนเรียกแพลตฟอร์มใหญ่หารือเพื่อลดการแข่งขันรุนแรงและพฤติกรรมกดราคา แม้ระยะสั้นผลกระทบจำกัดเพราะยังเป็นการ “กดดันเชิงนโยบาย”แต่ระยะกลางการแข่งขันมีแนวโน้มผ่อนคลาย หนุน margin โดยเฉพาะผู้นำตลาดอย่าง Meituan
CTGDF แม้กำไรปี 2025 หด แต่เริ่มเห็น quality demand ดีขึ้นจากลูกค้าระดับบน ขณะที่ traffic ยังฟื้นไม่ทั่วถึงปี 2026 ยังพึ่ง Hainan หนุน แต่มีความเสี่ยงจากการแข่งขันและมาตรการรัฐที่อาจลดลง โดยภาพรวมเป็น K-shaped recovery หนุนกลุ่ม luxury เช่น LVMH, Kering, Chow Tai Fook