Bites for Breakfast

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 3 เม.ย. 2569

3 Apr 26 7:30 AM
Bites-Thumbnail-01
สรุปสาระสำคัญ

1. หุ้นสหรัฐฯ พลิกบวกแม้ผันผวน น้ำมันพุ่งกว่า 11% กดดัน sentiment ตลาด ท่ามกลางความไม่แน่นอน Hormuz และสงครามตะวันออกกลาง

2. Trump ปรับโครงสร้างภาษีโลหะ แต่คงอัตรา 50% สำหรับสินค้าหลัก ผ่อนคลายบางสินค้าเพื่อเพิ่มความชัดเจนและลดภาระธุรกิจ

3. อิหร่านกำลังจัดทำร่างข้อตกลงกับโอมาน เพื่อจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz สะท้อนสัญญาณเตรียมพิจารณาเปิดเส้นทางอีกครั้ง

4.  อินเดียแบน NDF เพิ่มความเข้มงวดคุมค่าเงิน กระทบตลาด offshore $149 พันล้านต่อวัน หนุนรูปีแข็งค่าและลดความผันผวนระยะสั้น

5. Blue Owl จำกัดการไถ่ถอนกอง private credit หลังนักลงทุนแห่ถอนสูงสุด 41% สะท้อนแรงกดดันในตลาดมูลค่า $1.8 ล้านล้าน

6. คลังไทยเตรียมลดภาษีดีเซลลง 1 บาท/ลิตร เสนอ ครม. 6 เม.ย. พร้อมเตรียมใช้มาตรการควบคุมเพดานค่าการกลั่น มองลบต่อกลุ่มโรงกลั่น

7. กบน. ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเป็นครั้งที่ 4 ในรอบสัปดาห์ 3.50 บาท/ลิตร มองลบต่อกลุ่มขนส่งโลจิสติกส์ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
3 April 2026

 

1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกจากลบมาปิดบวก โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.1% หลังเผชิญแรงขายระหว่างวัน ด้านตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวขึ้นตามทิศทางสหรัฐฯ โดย Nikkei 225 +1.4% และ Kospi +2.7% ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI พุ่งราว 11–12% สู่ระดับประมาณ $111–112 ต่อบาร์เรล จากความกังวล supply disruption หลังช่องแคบ Hormuz ถูกปิดมานาน ด้าน bond yields ทรงตัว โดย US 10Y อยู่ที่ราว 4.30% ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า 0.3% กดดันค่าเงินสกุลหลัก ส่วนทองคำปรับลดลง 1.8% สะท้อนแรงขายทำกำไร นักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดยังคงเคลื่อนไหวตามข่าว (headline-driven) โดยราคาน้ำมันเป็นตัวกำหนด risk sentiment และอาจทำให้ความผันผวนยังอยู่ในระดับสูงในระยะสั้น

 

2. รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ Donald Trump ปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าเหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง โดยยังคงอัตรา 50% สำหรับสินค้าหลัก แต่ผ่อนคลายภาษีสำหรับสินค้าที่มีส่วนประกอบโลหะต่ำ ภายใต้โครงสร้างใหม่ สินค้าที่มีโลหะต่ำกว่า 15% จะได้รับการยกเว้น ขณะที่สินค้าบางประเภทจะถูกเก็บภาษี 25% หรือ 10% หากใช้โลหะสหรัฐฯ ทั้งหมด และอุปกรณ์อุตสาหกรรมบางประเภทอยู่ที่ 15% จนถึงปี 2027 แม้มีการปรับโครงสร้าง แต่ภาษี 50% ยังใช้กับสินค้าหลายรายการ และคิดจากมูลค่าทั้งหมดของสินค้า การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายสนับสนุนการผลิตในประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนและนโยบายการค้าในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

 

3. อิหร่านกำลังจัดทำร่างข้อตกลง (protocol) ร่วมกับโอมานเพื่อกำกับและติดตามการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่เรือขนส่ง รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ Kazem Gharibabadi ระบุว่ามาตรการดังกล่าว “ไม่ใช่ข้อจำกัด” แต่เป็นการจัดระเบียบการจราจรทางทะเล พร้อมย้ำว่าแม้ในภาวะปกติ การเดินเรือควรอยู่ภายใต้การประสานงานของอิหร่านและโอมานในฐานะรัฐชายฝั่ง การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนบทบาทของอิหร่านในการควบคุมช่องแคบทางทะเลที่สำคัญของโลก ซึ่งอาจเป็นก้าวแรกสู่การเปิดเส้นทางอีกครั้ง โดยเส้นทางนี้มีความสำคัญต่อ supply น้ำมันและ LNG ของโลก

 

4. ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) สั่งห้ามธนาคารทำธุรกรรม non-deliverable forwards (NDF) ในตลาด offshore เพื่อสกัดการเก็งกำไรค่าเงิน กระทบตลาดขนาดราว $149 พันล้านต่อวัน ซึ่งใหญ่กว่าตลาดในประเทศกว่าเท่าตัว มาตรการดังกล่าวหนุนค่าเงินรูปีแข็งค่าราว 2% แข็งค่าขึ้นรายวันสูงสุดในรอบกว่า 12 ปี สู่ระดับ 92.83 ต่อดอลลาร์ หลังอ่อนค่าหนักก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การคุมเข้มนี้เพิ่มต้นทุน hedging และกดดันเงินทุนต่างชาติ โดยล่าสุดมีเงินไหลออกจากพันธบัตร 32.85 พันล้านรูปี ($352 ล้าน) สูงสุดในรอบ 10 เดือน ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Shinhan Bank เตือนว่ามาตรการของ RBI อาจลด liquidity และทำให้ spread ระหว่างตลาด onshore และ offshore กว้างขึ้น จากการจำกัด arbitrage และการเก็งกำไรค่าเงิน อาจกระทบเสถียรภาพตลาดการเงินในระยะยาว

 

5. Blue Owl Capital เตรียมจำกัดการไถ่ถอน (redemption) ของกองทุน private credit สองกอง หลังเผชิญคำขอถอนเงินในระดับสูงผิดปกติ โดยกอง Blue Owl Credit Income Corp. มีคำขอถอน 21.9% และกอง Blue Owl Technology Income Corp. สูงถึง 40.7% ในไตรมาสล่าสุด บริษัทจึงกำหนดเพดานไถ่ถอนที่ 5% ตามโครงสร้างกองทุน เช่นเดียวกับผู้เล่นรายใหญ่อื่นในอุตสาหกรรม การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อ private credit ท่ามกลางความเสี่ยงด้าน credit และผลกระทบจาก AI ต่อภาคเทคโนโลยี ขณะที่หุ้น Blue Owl ร่วงสูงสุด 8.7% แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $7.95 บ่งชี้แรงกดดันต่อ sentiment ในตลาดสินทรัพย์ทางเลือก

 

6. กระทรวงการคลังไทยเตรียมลดภาษีดีเซลลง 1 บาท/ลิตร (ระยะเวลา 30 วัน) เริ่มเสนอ ครม. 6 เม.ย. นี้ เพื่อเบรกการขึ้นราคาสินค้า คาดรัฐสูญรายได้ 2 พันลบ. พร้อมเตรียมใช้มาตรการควบคุมเพดานค่าการกลั่นและกำหนดราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นใหม่ มองลบต่อกลุ่มโรงกลั่น จากความกังวลการแทรกแซงกลไกราคาทำให้ความเชื่อมั่นลงทุนลดลง

 

7. กบน. ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลรายวันเป็นครั้งที่ 4 ในรอบสัปดาห์ อีก 3.50 บาท/ลิตร ดันราคาขายปลีกแตะ 47.74 บาท/ลิตร (รวม 7 วันขึ้นไปแล้ว 14.80 บาท/ลิตร) ตามนโยบาย "กึ่งลอยตัว" เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันฯ ที่ชดเชยลดลง มองลบต่อหุ้นที่มีพลังงานเป็นต้นทุนอย่างกลุ่มขนส่งโลจิสติกส์ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจากกำลังซื้อชะลอ
 
ประเด็นที่ต้องติดตาม: RatingDog Services PMI ของจีน เดือน มี.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 54.5 จากก่อนหน้าที่ 56.7, Non-Farm Payrolls  ของสหรัฐฯ เดือน มี.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 50K จากก่อนหน้าที่ -92K และ Unemployment Rate ของสหรัฐฯ เดือน มี.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 4.5% จากก่อนหน้าที่ 4.4%

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5