Bites for Breakfast

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 31 มี.ค. 2569

31 Mar 26 7:30 AM
Bites-Thumbnail-01
สรุปสาระสำคัญ

1. ดัชนี S&P 500 ใกล้เข้า Correction วานนี้ลดลง 0.4% ทำจุดต่ำสุดใหม่ของปี Nasdaq ร่วงต่อเนื่อง กังวลสงคราม-น้ำมันกดดันเศรษฐกิจ

2. พันธบัตรสหรัฐฟื้นตัว Bond yield ลดลง หลัง Powell ลดความกังวลขึ้นดอกเบี้ย หนุนคาดการณ์ลดดอกเบี้ยปี 2026

3. อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันคูเวตใกล้ดูไบ สหรัฐฯขู่ยกระดับสงคราม น้ำมันพุ่งเหนือ $112 เสี่ยงกระทบอุปทานโลก

4.รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่นส่งสัญญาณเตือนแทรกแซงค่าเงินเยน-ตลาดคาด BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น

5. ธนาคารขนาดใหญ่ของจีนกำไรโตต่ำ 2–3% จากแรงกดดัน NIM ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แม้รัฐเตรียมอัดฉีดทุนหนุนระบบการเงิน

6. มาตรการคุมเก็งกำไรค่าเงินรูปีของ RBI ไม่ได้ผล รูปีพลิกอ่อนค่าแม้พุ่ง 1.4% ช่วงเปิดตลาดวานนี้ กังวลน้ำมันสูงกดดันต่อเนื่อง

7.  ทรัมป์ประกาศขู่การโจมตีอีกครั้งต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน หากอิหร่านไม่รีบตอบรับข้อเสนอสันติภาพ

8. วันนี้ ติดตาม รมว. คลังไทยประชุมภายในกระทรวง เพื่อเดินหน้า 3 มาตรการบรรเทาค่าครองชีพสู้วิกฤตพลังงาน

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
31 March 2026

 

1. ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.4% ปิดที่ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนสิงหาคม และอยู่ห่างจากระดับ correction ไม่ถึง 1% ขณะที่ดัชนี Nasdaq 100 ลดลง 0.8% หลังเข้าสู่ correction ก่อนหน้า ขณะที่ดัชนี MSCI Asia Pacific ลดลง 1.1% ลบต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยตลาดหุ้นเอเชียปรับลงรวม 13% ในเดือนนี้ ใกล้ทำสถิติแย่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 แรงขายเกิดจากความกังวลสงครามตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ หลังสหรัฐฯส่งทหารเพิ่ม และความเสี่ยงราคาน้ำมันพุ่งสูงกดดันเงินเฟ้อและการเติบโต ขณะที่ Bond yields ปรับลดลงจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย และตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม Morgan Stanley มองว่าการปรับฐานอาจใกล้สิ้นสุด หลังตลาดสะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจไปมากแล้ว

 

2. พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasuries) ปรับตัวขึ้นหลังถูกเทขายก่อนหน้า โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีลดลง 9 bps สู่ระดับ 4.34% หลังประธาน Fed Jerome Powell ระบุว่าเงินเฟ้อระยะยาวยังอยู่ในระดับควบคุมได้ และยังไม่มีความจำเป็นต้องตอบสนองทันทีต่อแรงกดดันจากราคาพลังงาน ส่งผลให้นักลงทุนลดความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ย และกลับมาคาดการณ์โอกาสการลดดอกเบี้ยในปี 2026 มากขึ้น โดยตลาดมองว่าความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยมีสูงกว่าการขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนการปรับมุมมองต่อแนวโน้มนโยบายการเงินในระยะถัดไป

 

3. ความตึงเครียดตะวันออกกลางทวีความรุนแรง หลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของคูเวตใกล้ท่าเรือดูไบ แม้ไม่มีผู้บาดเจ็บแต่มีความเสี่ยงเกิดน้ำมันรั่ว ขณะที่สหรัฐฯส่งสัญญาณยกระดับการโจมตี หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 และการเข้าร่วมของกลุ่ม Houthi ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อ โดย Brent อยู่เหนือ $112 ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มทำสถิติปรับขึ้นรายเดือนสูงสุด สะท้อนความกังวลต่อ supply disruption ในตลาดโลก

 

4. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่นส่งสัญญาณเตือนแรงที่สุดถึงความเป็นไปได้ในการแทรกแซงตลาด หากความผันผวนของค่าเงินเยนยังดำเนินต่อ โดยเมื่อวานนี้ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าจากระดับอ่อนสุด 160.46 มาอยู่ที่ราว 159.74 ต่อดอลลาร์ ทางการส่งสัญญาณจับตาแรงเก็งกำไรทั้งในตลาดน้ำมันและค่าเงิน ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเยน ขณะที่ผู้ว่าการ BOJ เปิดทางต่อการขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อเร่งตัวจากวิกฤตตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมองว่าการแทรกแซงอาจยังไม่เกิดขึ้นทันที โดยต้องรอค่าเงินอ่อนทะลุระดับสำคัญใกล้ 161 ก่อน ขณะที่แรงหนุนดอลลาร์จากฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ยังเป็นแรงกดดันหลักต่อเยนในระยะสั้น

 

5. ธนาคารขนาดใหญ่ของจีนรายงานกำไรปี 2025 เติบโตต่ำ โดย Agricultural Bank of China มีกำไรเพิ่ม 3.2% สู่ 291,000 ล้านหยวน ขณะที่ Bank of China โตเพียง 2.2% สะท้อนแรงกดดันจากนโยบายรัฐที่ผลักดันสินเชื่อเพื่อพยุงเศรษฐกิจ แม้ NPL ratio ดีขึ้นเล็กน้อย แต่คุณภาพสินทรัพย์ฝั่ง retail โดยเฉพาะบัตรเครดิตเริ่มเสื่อมลง ขณะที่ Net Interest Margin (NIM) อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ กดดันความสามารถในการทำกำไร (Profitability) แม้กำไรรวมกลุ่มธนาคารยังอยู่ในระดับสูงที่ 2.38 ล้านล้านหยวน แต่เติบโตเพียง 2.3% สะท้อนแรงกดดันต่อ profitability ด้านทางการจีนเตรียมออกพันธบัตรรัฐเพื่อเพิ่มทุนธนาคาร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเงินกองทุนและรองรับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ พร้อมสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อในระบบ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley คาด NIM จะทำจุดต่ำสุดใน 1H26 

 

6. มาตรการของธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ที่จำกัดสถานะค่าเงินของธนาคารไว้ที่ $100 ล้านต่อวัน แม้ช่วยให้รูปีแข็งค่าขึ้นสูงสุดระหว่างวัน 1.4% ในช่วงเปิดตลาดวันที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถรักษาโมเมนตัมได้ โดยค่าเงินพลิกอ่อนค่าทำจุดต่ำใหม่ในช่วงท้ายวัน สะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งกระทบเงินเฟ้อและดุลการค้า ขณะที่ทุนสำรองของ RBI ลดลงจากการแทรกแซง โดยนักวิเคราะห์จาก DBS Bank ระบุว่า มาตรการของ RBI ในการจำกัดสถานะค่าเงินยังไม่สามารถแก้ปัญหาค่าเงินรูปีอ่อนค่าได้ โดยล่าสุดค่าเงินรูปีปิดที่ 94.83 ต่อดอลลาร์ อ่อนค่าราว 4% นับตั้งแต่เกิดสงคราม และเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชียปีนี้ ภาพรวมค่าเงินรูปีมีโอกาสอ่อนค่าต่อในระยะสั้น

 

7. วานนี้ ปธน. ทรัมป์ประกาศขู่การโจมตีอีกครั้งต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน รวมถึง โรงไฟฟ้าและเกาะ Kharg หากอิหร่านไม่รีบตอบรับข้อเสนอสันติภาพและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ด้านอิหร่านออกแถลงการณ์ปฏิเสธและฉีกข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ เนื่องจากเห็นว่าเรียกร้องมากเกินไป

 

8. นายกฯ ไทยเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม. ว่าล่าสุดตนได้ลงนามเสนอรายชื่อ ครม. เพื่อนำทูลเกล้าฯ แล้วตามขั้นตอน ส่วนรายละเอียดรายชื่อจะรอให้โปรดเกล้าฯ ก่อน หลัง ครม. โปรดเกล้าฯ แล้ว เบื้องต้นประเมินนายกฯ จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงวันที่ 7-9 เม.ย. 69 โดยวันนี้ ติดตาม รมว. คลังประชุมภายในกระทรวง เพื่อเดินหน้า 3 มาตรการบรรเทาค่าครองชีพสู้วิกฤตพลังงาน ได้แก่ การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน, การอัดฉีดเงินเพิ่มเติมแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท/คน จำนวน 13.4 ล้านคน และการเตรียมสินเชื่อ Soft Loan เพื่อเสริมสภาพคล่อง
 
ประเด็นที่ต้องติดตาม: NBS Manufacturing PMI ของจีน เดือนมี.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 49.8 จากก่อนหน้าที่ 49.0,  Inflation Rate YoY Flash ของยุโรป เดือนมี.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 2.7% จากก่อนหน้าที่ 1.9% และ JOLTs Job Openings ของสหรัฐฯ เดือนก.พ. คาดว่าจะออกมาที่ 6.7M จากก่อนหน้าที่ 6.946M

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5