
1. ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงต่อ โดย Nasdaq ปรับตัวลดลงกว่า 10% จาก All-time high สงครามยังคงกดดันการลงทุน
2. ราคาน้ำมันดิบพุ่งต่อเนื่อง หลังความหวังยุติสงครามตะวันออกกลางริบหรี่ จากอิหร่านที่ปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ
3. ทรัมป์หยุดโจมตีโรงงานพลังงานอิหร่าน 10 วัน ถึง 6 เม.ย. พร้อมระบุการเจรจาดำเนินไปด้วยดีและอิหร่านควรทำข้อตกลง
4. World Bank เตรียมให้ความช่วยเหลือทางการเงินผ่านการให้สินเชื่อแก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง
5. จีนพิจารณาผ่อนคลายกฎการถือหุ้นธนาคาร ให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุน รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว
6. โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ Kirishi ของรัสเซียหยุดดำเนินการหลังถูกโดรนยูเครนโจมตี เพิ่มแรงกดดันอุปทานพลังงาน
7. ส.อ.ท. ประเมินการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท/ลิตร จะส่งผลต่อต้นทุนโลจิสติกส์ และกระทบ GDP ให้เติบโตไม่เกิน 1%
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
27 March 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ โดย S&P 500 ลด 1.74%, Nasdaq ร่วง 2.34% เข้าสู่ภาวะ Correction หลังจากต่ำกว่า All-time High กว่า 10% ความไม่แน่นอนในสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่ง 4.6-5.7% กดดันความกังวลเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดไม่คาดหวัง Fed ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ด้าน Meta และ Alphabet ร่วงหนักหลังแพ้คดีละเมิดสิทธิ์เด็ก ขณะที่ OECD เตือนสงครามฉุดการเติบโตเศรษฐกิจโลก
2. Brent Futures ปิดที่ $108.01/บาร์เรล (+5.7%) และ WTI ที่ $94.48/บาร์เรล (+4.6%) หลังอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ ว่า "ไม่เป็นธรรม" ขณะที่กลุ่ม Houthi พร้อมโจมตีเส้นทาง Red Sea อีกครั้ง นอกจากนี้ การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนและการยึดเรือบรรทุกน้ำมันส่งผลให้กำลังการส่งออกน้ำมันของรัสเซียหยุดชะงักกว่า 40% ด้าน Strait of Hormuz ซึ่งขนส่งน้ำมันดิบและ LNG ราว 1 ใน 5 ของโลก ยังคงหยุดชะงัก ส่งผลให้ Brent พุ่งขึ้นเกือบ 50% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
3. ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศหยุดโจมตีโรงงานพลังงานอิหร่านเป็นเวลา 10 วัน จนถึง 6 เม.ย. 2026 พร้อมระบุการเจรจาดำเนินไปด้วยดี สงครามเริ่มต้นเมื่อ 28 ก.พ. เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพัน ราคาน้ำมันพุ่งสูง และตลาดการเงินโลกปั่นป่วน ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ "ชนะสงครามในแง่หนึ่งแล้ว" แต่ยืนยันอิหร่านต้องทำข้อตกลงมิเช่นนั้นจะเผชิญการโจมตีต่อเนื่อง
4. World Bank ประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยใช้ fast-disbursing policy financing instruments หรือการให้สินเชื่อช่วยเหลือภาครัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น พร้อมสนับสนุน liquidity, trade finance และ working capital แก่ภาคเอกชน ขณะที่การหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือกำลังส่งผลให้ต้นทุนปุ๋ยและวัตถุดิบทางการเกษตรพุ่งสูงขึ้นด้วย
5. จีนกำลังพิจารณาผ่อนคลายกฎ shareholding ในภาคธนาคารมูลค่า 70 ล้านล้านดอลลาร์ โดย NFRA อาจอนุญาตให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เพิ่มการลงทุนในธนาคารได้มากขึ้น จากเดิมที่จำกัดให้ถือหุ้น 5%+ ได้ไม่เกิน 2 แห่ง ท่ามกลางแรงกดดันด้าน capital replenishment จากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจชะลอตัว หลังจีนอัดฉีดเงิน 3 แสนล้านหยวนเข้าธนาคารรัฐในปีนี้
6. โรงกลั่นน้ำมัน Kirishinefteorgsintez หนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ต้องหยุดการผลิตหลังถูกโดรนยูเครนโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้ในหลายส่วน โรงกลั่นแห่งนี้มีกำลังการผลิต 350,000 บาร์เรล/วัน คิดเป็น 6.6% ของกำลังการกลั่นทั้งประเทศ เหตุการณ์นี้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาอุปทานน้ำมันของรัสเซีย ที่ขณะนี้กำลังการส่งออกน้ำมันดิบราว 40% หยุดชะงักแล้วจากการโจมตีของโดรน การยึดเรือบรรทุก และการปิดท่อส่งน้ำมัน Druzhba
7. ส.อ.ท. ประเมินการปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 6 บาท/ลิตร ทำให้ดีเซลปรับขึ้นสู่ 39.84 บาท/ลิตร จะส่งผลต่อต้นทุนด้านโลจิสติกส์และขนส่งของภาคอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นราว 20-25% และจะทำให้ราคาสินค้าปรับขึ้นราว 8-10% และหากทรงตัวในระดับนี้ต่อเนื่อง ประเมินจะกระทบ GDP ปี 2569 ให้เติบโตไม่เกิน 1% ส่วนเงินเฟ้อพุ่งสู่ 5-6%
ประเด็นที่ต้องติดตาม: UK Retail sale (YoY) เดือน ก.พ. คาดการณ์ที่ 2.1% ก่อนหน้าที่ 4.5%