
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในกรอบ ขณะที่ Bond Yield พุ่ง หลังเงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มตามคาด ตลาดยังมีความกังวลจากสงคราม
2. น้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 5% หลังมีรายงานเรือถูกโจมตีเพิ่มในช่องแคบฮอร์มุซ แม้ IEA ประกาศปล่อยสำรองน้ำมัน
3. เงินเฟ้อสหรัฐฯ คงที่ในเดือน ก.พ. แต่คาดว่าสงครามอิหร่านผลักดันราคาน้ำมันพุ่งจะส่งผลกระทบเงินเฟ้อเดือน มี.ค.
4. ทรัมป์เตรียมใช้กฎหมายมาตรา 301 กับคู่ค้าสำคัญ หากพบการค้าที่ไม่เป็นธรรม เพิ่มความเสี่ยงสงครามการค้าระยะถัดไป
5. ซาอุดีอาระเบียปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในกุมภาพันธ์เป็น 10.88 ล้านบาร์เรล/วัน เตรียมรับมือการโจมตีอิหร่าน
6. JPMorgan ปรับลดมูลค่าพอร์ตโฟลิโอสินเชื่อให้กับกองทุน private credit หลังตลาด software ผันผวน
7. โรงงาน Ras Laffan ในกาตาร์ยังคงหยุดส่งออก LNG มองเป็นลบต่อโรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ขณะที่ GULF ได้รับผลจำกัด
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
12 March 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในกรอบ โดย S&P 500 ลง 0.08% Nasdaq เพิ่ม 0.08% ขณะที่ Bond Yield พุ่งขึ้น หลังข้อมูล CPI สหรัฐฯ เดือนกุมภาพันธ์เพิ่ม 0.3% ตามคาด ด้านราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกือบ 5% จากความกังวลสงครามตะวันออกกลางที่อาจกระทบการค้าพลังงานโลก จากช่องแคบ Hormuz ยังไม่ปลอดภัย สร้างความกังวลเงินเฟ้อจะกลับมาเพิ่มขึ้น และ bond yields ที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อ private credit และการลงทุน AI ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น
2. ราคา Brent ปิดที่ $91.98/บาร์เรล พุ่ง 4.8% และ WTI ปิดที่ $87.25 พุ่ง 4.6% หลังเรือถูกโจมตีเพิ่ม 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ รวมเป็น 14 ลำนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่ม ด้าน IEA เสนอปล่อยสำรองน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรล สูงสุดในประวัติศาสตร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไม่เพียงพอแก้ปัญหา เทียบเท่าการผลิตโลก 4 วัน การส่งออกผ่านอ่าวลดลง 15 ล้านบาร์เรล/วัน อาจผลักดันราคาสู่ $150/บาร์เรล ขณะที่ซาอุฯ พยายามเพิ่มส่งออกผ่านทะเลแดงทดแทน
3. CPI สหรัฐเพิ่ม 0.3% (MoM) ในกุมภาพันธ์ สอดคล้องคาดการณ์ โดยค่าเช่าและอาหารเป็นปัจจัยหลัก ขณะที่ Core CPI เพิ่ม 0.2% (MoM) อย่างไรก็ตาม สงครามตะวันออกกลางหลังเดือนกุมภาพันธ์ทำราคาน้ำมันพุ่ง 20% คาดกระทบ CPI มีนาคมพุ่งถึง 1.0% ตลาดมองว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมหน้า ขณะที่ผลกระทบจากการขึ้นภาษีของทรัมป์เริ่มส่งผ่านสู่ราคาสินค้า โดยเฉพาะเสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์
4. รัฐบาลทรัมป์เตรียมประกาศเปิดการสอบสวนการค้าใหม่ภายใต้มาตรา 301 ให้อำนาจประธานาธิบดีขึ้นภาษีนำเข้าแบบเจาะจงประเทศ/สินค้า หากพบว่ามี “การค้าที่ไม่เป็นธรรม” คล้ายกับที่เคยใช้ในสงครามการค้ากับจีนรอบแรก รัฐมนตรีคลัง Scott Bessent ให้สัมภาษณ์ว่าเขา “เชื่อมั่นว่าระดับภาษีจะกลับไปใกล้เคียงก่อนคำตัดสินศาลภายใน 5 เดือน” ผ่านการใช้มาตรา 301 และกฎหมายอื่น ๆ แทน IEEPA และยืนยันว่ารายได้ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ปี 2026 แทบจะไม่ลดลง
5. OPEC รายงานว่าซาอุดีอาระเบียเพิ่มการผลิตน้ำมันอย่างมากในเดือนกุมภาพันธ์เป็น 10.88 ล้านบาร์เรล/วัน จาก 10.10 ล้านบาร์เรล/วันในมกราคม เป็นส่วนหนึ่งของแผนฉุกเฉินก่อนการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งส่งผลให้การส่งออกน้ำมันหยุดชะงักและราคาพุ่งสูง OPEC คงประมาณการความต้องการน้ำมันโลกที่เติบโต 1.38 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ และระบุว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
6. JPMorgan ปรับลดมูลค่าสินเชื่อที่ให้กับกองทุน private credit หลังประเมินผลกระทบจากความผันผวนของตลาด software โดยเฉพาะความกังวลเรื่อง AI ที่คุกคามโมเดลธุรกิจบริษัท software อุตสาหกรรม private credit มูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์กำลังเผชิญแรงกดดันจากคุณภาพสินเชื่อที่แย่ลงและนักลงทุนถอนเงินเพิ่มขึ้น โดย BlackRock และ Blackstone ต่างประกาศจำกัดการถอนเงินจากกองทุนหนี้หลังคำขอไถ่ถอนพุ่งสูง หุ้น private credit firms ปรับตัวลง 2.6-4.5%
7. วานนี้เป็นวันที่ 5 ที่โรงงาน Ras Laffan ในกาตาร์หยุดส่งออก LNG เนื่องจากอุปสรรคการลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการปิดยาวนานที่สุดในรอบ 18 ปี (นับตั้งแต่ปี 2551) ทำให้อุปทาน LNG ราว 20% ของอุปทานโลกชะงัก มองเป็นลบต่อหุ้นโรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) แม้ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นจะปรับลงสะท้อนแล้วในระดับหนึ่ง ขณะที่ GULF ที่มีสัดส่วนสูงโรงไฟฟ้า IPP จะได้รับผลกระทบจำกัด
ประเด็นที่ต้องติดตาม: CPI (YoY) ของอินเดียในเดือน ก.พ. คาดการณ์ที่ 3.1% ก่อนหน้าที่ 2.75%