
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัว หลัง Trump ส่งสัญญาณสงครามอิหร่านใกล้จบ ช่วยลดความกังวลด้านราคาพลังงานที่สูง
2. น้ำมันดิบ WTI ร่วงกว่า 7% หลังทรัมป์คาดสงครามใกล้จบ รวมทั้งการสนทนากับปูตินเพื่อยุติความขัดแย้งในอิหร่าน
3. ทรัมป์คาดสงครามตะวันออกกลางจบเร็ว ช่วยหนุนความคาดหวังสงครามจบเร็ว เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง และกดดันราคาน้ำมัน
4. ปูตินเสนอแผนยุติความขัดแย้งอิหร่านอย่างรวดเร็วในการสนทนากับทรัมป์ พร้อมหารือสถานการณ์ยูเครนและเวเนซุเอลา
5. G7 พร้อมใช้มาตรการรับมือราคาน้ำมันที่สูง แต่ยังไม่ตัดสินใจปล่อยคลังสำรองน้ำมัน โดยจะมีประชุมกันในวันนี้
6. CATL รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 +57% สูงกว่าคาด จากตลาดต่างประเทศและ Energy Storage คาดปีนี้โตต่อ เป็นบวกต่อ CATL
7. รัฐบาลเตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน ปรับสัดส่วนไบโอดีเซลเป็น B7 แทน B5 เป็นบวกต่อผู้ผลิตไบโอดีเซล GGC BBGI EA PTG
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
10 March 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับตัวปิดบวก หลังประธานาธิบดีทรัมป์บอกใบ้ว่าสงครามอิหร่านอาจใกล้สิ้นสุด โดย S&P 500 ขึ้น 0.83%, Nasdaq พุ่ง 1.38% ด้านน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปิดที่ 86 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 5.32% หลังพุ่งขึ้นช่วงก่อนหน้า ตลาดเอเชียและยุโรปปรับตัวลดลง โดย Nikkei ปิดลบ 5.2% และ STOXX 600 ลง 0.6% ยังไม่รับรู้ข่าวดีเมื่อวานนี้ ขณะที่ Bond yields ปรับลดลง ขณะที่ตลาดคาดการณ์ Fed จะลดดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม
2. ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงกว่า 7% หรือ 7.23 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 87.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย หลังจากแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่มิถุนายน 2022 ในเซสชั่นก่อนหน้าที่ 119.48 ดอลลาร์ สาเหตุจาก ทรัมป์ที่ส่งสัญญาณว่าสงครามใกล้จบ พร้อมการสนทนากับปูตินเพื่อแก้ปัญหากับอิหร่านอย่างรวดเร็ว หนุนแก้ปัญหา supply disruption
3. ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุผ่านสัมภาษณ์ ว่าสงครามกับอิหร่านอาจใกล้สิ้นสุด พร้อมย้ำว่าอิหร่านสูญเสียศักยภาพทางทหารไปมากทั้งกองเรือ ระบบสื่อสาร และกองทัพอากาศ ทำให้ตลาดตีความว่าความเสี่ยงการยืดเยื้อของสงครามและผลกระทบต่อเสถียรภาพพลังงานโลกอาจลดลง สร้างแรงหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยง ขณะเดียวกันราคาน้ำมัน เริ่มอ่อนตัวลงจากความคาดหวังว่า supply disruption อาจผ่อนคลายลง ทรัมป์พร้อมพูดถึงความเป็นไปได้ในการเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
4. ประธานาธิบดีปูตินได้เสนอข้อเสนอเพื่อยุติความขัดแย้งรอบอิหร่านอย่างรวดเร็วในการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีทรัมป์ โดยอ้างอิงการติดต่อกับผู้นำประเทศอ่าวเปอร์เซีย อิหร่าน และประเทศอื่นๆ ทั้งสองยังหารือเรื่องยูเครน โดยทรัมป์เห็นว่าการยุติความขัดแย้งอย่างรวดเร็วเป็นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ขณะที่รัสเซียระบุว่ากองทัพรัสเซียกำลังรุกหน้าได้ผลซึ่งควรกระตุ้นให้เคียฟเข้าสู่การเจรจา นอกจากนี้ยังหารือสถานการณ์เวเนซุเอลาในบริบทของตลาดน้ำมันโลก
5. G7 ประกาศพร้อมใช้มาตรการจำเป็นรับมือราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง แต่ยังไม่ตัดสินใจปล่อยน้ำมันจากคลัง (Strategic Oil Reserves) ทันที หลังราคาน้ำมันดิบแตะ $119/บาร์เรลจากความตึงเครียดสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน ขณะที่ปัจจุบันราคาจะปรับลดต่ำกว่า $90 ภายหลัง รัฐมนตรีการเงินฝรั่งเศสระบุยังไม่มีปัญหาอุปทาน ขณะนี้ IEA เรียกร้องให้ปล่อยน้ำมันในคลังสำรอง โดยผู้นำ G7 จะหารือเพิ่มเติมในวันนี้
6. CATL รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 +57% สูงกว่าคาด พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นขยายสู่ 28.2% จากตลาดต่างประเทศและ Energy Storage พร้อมคาดยอดขายแบตเตอรี่ปีนี้ ยังเติบโตต่อราว 30% ภาพรวมสะท้อนการ diversify จาก EV ไปสู่ energy storage และ AI data center มากขึ้น และย้ำความเป็นผู้นำ ซึ่งเรามองเป็นบวกต่อ CATL
7. รัฐบาลเตรียมมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน เช่น การจูงใจใช้ E20 แทน E10 โดยการลดราคาและทยอยปรับขึ้นราคาเบนซินแบบขั้นบันได, ขยายเวลาตรึง LPG อีก 2 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดใน มี.ค. 2569, เตรียมกู้เงินสำหรับกองทุนน้ำมันฯ เพื่ออุดหนุนราคาน้ำมัน และ การปรับสัดส่วนไบโอดีเซลเป็น B7 แทน B5 เริ่ม 14 มี.ค. นี้ ซึ่งมองเป็นบวกต่อผู้ผลิตไบโอดีเซล เช่น GGC BBGI EA และ PTG
ประเด็นที่ต้องติดตาม: EIA Short-term Energy outlook