Thai Stock Update

ท่องเที่ยว: เคาะแล้ว ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’

By ระวีนุช ปิยะเกรียงไกร|15 Jul 26 3:13 PM
Tourism
สรุปสาระสำคัญ

คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีมติเห็นชอบโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 แจก 5 แสนสิทธิ รัฐสนับสนุนค่าที่พัก 50% ไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ เที่ยวในประเทศ ตั้งเป้าเริ่มใช้สิทธิได้ภายในช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป เรามองกลุ่มโรงแรมได้ประโยชน์ คือ ERW AWC และ CENTEL

สำหรับโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส รัฐบาลจะใช้วิธีสนับสนุนค่าใช้จ่ายแบบร่วมจ่าย 50% และประชาชนผู้รับสิทธิจ่ายเอง 50% โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

  • สิทธิค่าที่พัก: รัฐบาลอุดหนุนค่าที่พักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ
  • จำนวนโควตา: กำหนดเป้าหมายเบื้องต้นที่ 500,000 สิทธิ โดยนักท่องเที่ยว 1 คนสามารถรับสิทธิได้สูงสุด 5 สิทธิ
  • คูปองดิจิทัล (E-Voucher): รัฐอุดหนุนคูปองมูลค่า 500 บาทต่อสิทธิ ซึ่งโครงการครั้งนี้ได้ขยายขอบเขตการใช้งานให้กว้างขึ้น ไม่จำกัดเพียงค่าอาหาร แต่ครอบคลุมถึงบริการด้านการเดินทาง, บริการท่องเที่ยวทั่วไป, การช็อปปิ้ง, ทัวร์แบบวันเดียว (One Day Trip), ร้านอาหาร และบริการรถเช่า
  • พื้นที่และเวลาการใช้งาน: ประชาชนสามารถนำสิทธิเที่ยวไทยพลัสไปใช้ได้ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยไม่มีเงื่อนไขแยกการใช้งานระหว่างวันธรรมดาหรือวันหยุดสุดสัปดาห์
  • ช่องทางการใช้งาน: แอปพลิเคชันเป๋าตังเป็นช่องทางหลักสำหรับจองและรับสิทธิ
  • ระยะเวลา: ตั้งเป้าที่จะเปิดให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิได้ภายในช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป

 

ภาครัฐคาดการณ์ว่ามาตรการดังกล่าวจะสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้ถึง 32,046 ล้านบาท และก่อให้เกิดรายได้จากการจัดเก็บภาษีกลับคืนสู่รัฐราว 1,660 ล้านบาท

 

(ที่มา: Post Today)

 

 

มุมมองของเรา

  • เรามองข่าวนี้เป็นประเด็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวในช่วง 4Q69
  • จากรายละเอียด รัฐบาลให้สิทธิสนับสนุน 50% สำหรับค่าที่พัก แต่ค่าบริการด้านการเดินทาง (อาจรวมถึงค่าตั๋วเครื่องบิน ซึ่งเรากำลังรอข้อมูลเพิ่มเติม) และค่าอาหารจะสนับสนุนผ่านคูปองดิจิทัล (E-Voucher) มูลค่า 500 บาทต่อสิทธิ
  • ทำให้เรามองว่ากลุ่มโรงแรมจะได้ประโยชน์มากสุด คือ
    • ERW (20-25% ของรายได้รวมมาจากแขกชาวไทย หลักๆจาก HOP INN)  เราให้คำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 3.2 บาท
    • AWC (14% ของรายได้รวมมาจากแขกชาวไทย ประเมินจาก 19% ของรายได้โรงแรมมาจากแขกชาวไทย โดยรายได้โรงแรมคิดเป็น 73% ของรายได้รวม) ) เราให้คำแนะนำ NEUTRAL ราคาเป้าหมาย 2.5 บาท
    • CENTEL (8% ของรายได้รวมมาจากแขกชาวไทย ประเมินจาก 15% ของรายได้โรงแรมมาจากแขกชาวไทย โดยรายได้โรงแรมคิดเป็น 48% ของรายได้รวม) เราให้คำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 40 บาท
  • ในกรณีที่คูปองดิจิทัล (E-Voucher) สามารถใช้กับตั๋วเครื่องบินได้ เรามอง AAV จะได้รับประโยชน์ โดย 50% ของรายได้มาจากเส้นทางการบินในประเทศ เราให้คำแนะนำ NEUTRAL ราคาเป้าหมาย 1 บาท

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

 

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

 

Author
Slide5
ระวีนุช ปิยะเกรียงไกร

นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มยานยนต์ การแพทย์ ท่องเที่ยว

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5