PDF Available  
Thai Stock Update

ท่องเที่ยว: รัฐบาลจ่อเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเดินทางไปต่างประเทศ 1,000 บาท หนุนเที่ยวคนละครึ่ง => ภาพรวมมองผลกระทบจำกัด

By ระวีนุช ปิยะเกรียงไกร|28 Apr 26 8:15 AM
สรุปสาระสำคัญ

กลุ่มท่องเที่ยว: รัฐบาลจ่อเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเดินทางไปต่างประเทศ 1,000 บาท หนุนเที่ยวคนละครึ่ง

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ https://www.thansettakij.com/business/tourism/657678


ประเด็นข่าว

  • รัฐบาลมีแนวทางเตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินทางออกนอกประเทศ (ภาษีขาออก) ในอัตรา 1,000 บาทต่อคน สำหรับคนไทยและผู้พำนักในไทย ซึ่งไม่เก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติ
  • เป้าหมายเพื่อสกัดเม็ดเงินไม่ให้ไหลออกนอกประเทศ และนำเงินไปสมทบโครงการเที่ยวคนละครึ่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศแทน
  • อัตราที่คาดว่าจะเก็บคือ 1,000 บาทต่อคนต่อครั้ง โดยคาดการณ์ว่าจากฐานข้อมูลคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศเฉลี่ยปีละ 10 ล้านคน จะสามารถสร้างรายได้เข้าสู่รัฐได้ประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี
  • ขั้นตอนอยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดเพิ่มเติมกับกระทรวงการคลัง เนื่องจากมาตรการดังกล่าวมีกฎหมายรองรับอยู่เดิมแล้ว หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบก็สามารถประกาศบังคับใช้ได้ทันที

ผลกระทบ

  • ภาพรวมเรามองผลกระทบจำกัดต่อกลุ่มท่องเที่ยวจากแนวทางการเก็บภาษีขาออกสำหรับคนไทย เพราะการดำเนินงานหลักจะอิงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศมากกว่า
  • ในกรณีที่มีการเก็บภาษีขาออกสำหรับคนไทย เรามองว่าจะมีประเด็นลบต่อการเดินทางไปยังประเทศระยะใกล้ (Short-haul) เพราะมีความอ่อนไหวต่อราคา/ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการเดินทางไปประเทศระยะไกล (Long-haul) ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อ  AAV โดยรายได้จากเส้นทางการบินระหว่างประเทศ Short-haul คิดเป็น 50% ของรายได้ เช่น ตลาดอาเซียน (18%) จีน (9%) เอเชียตะวันออก (11%) และเอเชียใต้ (11%) ซึ่งจะมีการขนส่งผู้โดยสารทั้งคนไทยและต่างชาติ
  • อย่างไรก็ดี มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศที่จะนำมาใช้เช่นกัน ก็น่าจะบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับ AAV ได้ โดย AAV มีรายได้จากเส้นทางการบินในประเทศคิดเป็น 50% ของรายได้ นอกจากนี้ เรามองว่า ERW ก็น่าจะได้รับประโยชน์มากสุดจากเซกเมนต์ HOP INN budget (15% ของรายได้) ที่เน้นการกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย
  • กลุ่มท่องเที่ยวยังมีความผันผวนสูง กลยุทธ์การลงทุนจะเป็นการเทรดดิ้งระยะสั้นในหุ้นที่ลงมาแรงสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เช่น CENTEL และ MINT  ในขณะที่หุ้นสายบินเรายังคงมีมุมมองระมัดระวังจากราคาน้ำมันเครื่องบินระดับสูง
  • สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว เราเชื่อว่าการ re-rating จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสถานการณ์ในตลาดมีความชัดเจนขึ้น โดยปัจจัยกระตุ้นที่ต้องติดตาม ได้แก่ การยืนยันการหยุดยิงอย่างเป็นทางการ ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง (หนุนอุปสงค์) และการกลับมาเปิดเส้นทางบินของสายการบิน (หนุนอุปทาน) ซึ่งจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเติบโต YoY และส่งผลบวกต่อการดำเนินงานและกำไรในระยะถัดไป



 

Author
Slide5
ระวีนุช ปิยะเกรียงไกร

นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มยานยนต์ การแพทย์ ท่องเที่ยว

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5