- EBITDA ใน 2Q26 เพิ่มขึ้น 109% YoY และ 159% QoQ ขณะที่กำไรปกติก่อนรายการพิเศษและการด้อยค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 9.2 พัน ลบ. พลิกฟื้นจากผลขาดทุน 1.8 พัน ลบ. ใน 1Q26 และผลขาดทุน 737 ลบ. ใน 2Q25 สะท้อนการฟื้นตัวของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ Combined PET (CPET) ที่ได้รับอานิสงส์จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (spread) ที่ขยายตัวอย่างมากจากภาวะอุปทานตึงตัวและเหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานในหลายภูมิภาคหยุดชะงัก
- EBITDA/t เพิ่มขึ้น 147% YoY และ 169% QoQ เป็น US$215/t จากธุรกิจ CPET และ Indovinya จากอุปทานที่ตึงตัวเนื่องจากความกังวลผลกระทบจากสงคราม
- ปริมาณขายจะลดลง 3% QoQ และ 7% YoY เป็น 3.09 ล้านตัน เนื่องจากบริษัทตั้งใจลดอัตราการเดินเครื่องลงเหลือ 74% จาก 76% ใน 1Q26 เพื่อควบคุมระดับสินค้าคงคลังและรักษาคุณภาพของ margin ในช่วงที่ราคาวัตถุดิบมีความผันผวนสูง
- ธุรกิจ CPET เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของผลประกอบการ โดย EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 14.4 พัน ลบ. จาก 5.5 พัน ลบ. ใน 2Q25 และ 5.5 พัน ลบ. ใน 1Q26 หรือเติบโต 163% YoY และ 164% QoQ ตามลำดับ เป็นผลจาก Integrated PET Spread ที่เพิ่มขึ้นเป็น US$279/t เทียบกับ US$176/t ใน 1Q26 และ US$132/t ใน 2Q25 จากอัตราการเดินเครื่องของอุตสาหกรรมที่ลดลง การเปิดกำลังการผลิตใหม่ที่จำกัด และผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ IVL ยังได้รับประโยชน์จากโครงสร้างธุรกิจแบบ integrated value chain และฐานการผลิตแบบ local-for-local โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือที่มีต้นทุนวัตถุดิบจาก shale gas ที่ได้เปรียบคู่แข่ง
- ธุรกิจ Indovinya มีผลประกอบการดีขึ้นมากเช่นกัน โดย EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 4.7 พัน ลบ. เติบโต 94% YoY และ 173% QoQ พร้อม EBITDA margin สูงถึง 19.4% การเติบโตมาจากทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ High Value Applications (HVA) และ Essentials ที่ได้รับประโยชน์จากกลยุทธ์การบริหารราคา การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงความได้เปรียบจากฐานการผลิตในสหรัฐ บราซิล และอินเดีย ซึ่งช่วยตอบสนองลูกค้าในแต่ละภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Indovida มี EBITDA ที่ 1.3 พัน ลบ. เพิ่มขึ้น 62% YoY และ 76% QoQ จากความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแกร่งในหลายประเทศ รวมถึงการรับรู้กำลังการผลิตเต็มไตรมาสจากโรงงานใหม่ในแทนซาเนีย ตลอดจนการปรับราคาขายในช่วงที่ตลาดกังวลเรื่องอุปทานวัตถุดิบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
- ขณะที่ธุรกิจ Fibers แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากตลาดเส้นใยเพื่อเครื่องนุ่งห่มและยานยนต์ แต่ EBITDA ฟื้นตัวเป็น 1.9 พัน ลบ. เพิ่มขึ้น 39% YoY และ 113% QoQ จากการบริหาร product mix การใช้สินค้าคงคลังต้นทุนต่ำ และมาตรการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
- แนวโน้มในช่วงครึ่งหลังปี 2026 – ผลประกอบการน่าจะอ่อนตัวลงจากระดับที่แข็งแกร่งผิดปกติใน 2Q26 เมื่อปัจจัยบวกชั่วคราวด้าน spread เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่พื้นฐานธุรกิจมีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจนจากการยกระดับการบริหารสินค้าคงคลัง การบริหารการขายและการผลิตและการเพิ่มกระแสเงินสด
- กำไร 1H26 ที่ 3.1 พัน ลบ. ดีกว่าที่เราคาดไว้ทั้งปี เนื่องจากกำไร 2Q26 ที่แข็งแกร่ง ทำให้เราต้องทบทวนประการกำไรสำหรับปี 2026 อีกครั้ง คงคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 29 บาท

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf