- จากการประชุมนักวิเคราะห์ มีตติ้งโทนเป็นกลาง จากแนวโน้มธุรกิจ 3Q26 ที่ยังคงเปราะบางจากยอดขาย B2C ที่ได้รับผลกระทบโครงการไทยช่วยไทยพลัส และแผนการเปิด Habitat เต็มรูปแบบในวันที่ 21 ส.ค. แต่บริษัทคาดแนวโน้มธุรกิจจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 4Q26
- สำหรับ 3Q26 ในแง่ยอดขายบริษัทยังคาดว่าจะยังคงมีผลกระทบจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสในธุรกิจ B2C ทั้งนี้ ในเดือนมิ.ย. บริษัทประเมินผลกระทบ SSS B2C จากโครงการประมาณ -mid single digit YoY และในเดือนก.ค. บริษัทได้รับผลกระทบ SSS B2C ใกล้เคียง/ลดลงกว่าเดือนมิ.ย. เล็กน้อย
- ด้านอัตรากำไร GPM ใน 1H26 ถูกกดดันจากภาวะ price deflation ของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะหมูและไก่ รวมถึง product mix ที่ลูกค้ายังเน้นสินค้าจำเป็นซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำกว่า ผู้บริหารมองว่าแรงกดดันจากราคาอาหารสดน่าจะผ่านจุดต่ำสุดใน 3Q26 และมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี การเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง RTE RTC และสินค้า private label โดยในส่วนของค่าใช้จ่าย SG&A/sales ในธุรกิจ B2B น่าจะดีขึ้น หลังจากบริษัทมีการบันทึกค่าใช้จ่าย bulk expenses สำหรับธุรกิจ online ในค่าใช้จ่ายด้านคนและรถขนสินค้าใน 2Q26 ซึ่งคาดว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวครอบคลุมในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งคาดว่ายอดขาย O2O sales จะเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ในอนาคต บริษัทวางแผนการบริหารค่าใช้จ่ายและยอดขาย O2O ให้มีความสมดุลกันมากขึ้น
- แผนการขยายสาขา ใน 2H26 บริษัทจะเปิด 3 สาขา B2B (2 แห่งในไทย และ 1 แห่งแรกในฟิลิปปินส์) และ 12 สาขา B2C (9 แห่งในไทย และ 3 แห่งในมาเลเซีย) ทั้งนี้ ยังไม่รวมแผนที่มีโอกาสจะเริ่มทยอยปิดร้าน Go Fresh บางสาขาที่ไม่ทำกำไรใน 3Q26 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระต่อกำไรในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทเตรียมปรับปรุง malls กว่า 60 แห่งในช่วง 18 เดือนข้างหน้า (vs 6 แห่ง 1H26 และคาดทำอีก 14 แห่ง 2H26) โดยคาดว่าจะมี CAPEX ที่ 80-100 ลบ./แห่ง
- Habitat จะเปิดในวันที่ 21 ส.ค. 2026 โดยโครงการจะรวมรูปแบบร้านค้าและบริการใหม่ เช่น Lotus’s Privé และ Axtra Club (Membership Club) เพื่อเจาะลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูงและเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ คาดว่าโครงการจะมีความชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ 4Q26 เป็นต้นไป หลังร้านและคอนเซ็ปต์ใหม่ทยอยเปิดครบ
- บริษัทคงเป้ารายได้ปี 2026 เติบโตระดับ low-to-mid single digit โดยธุรกิจค้าส่งมุ่งเพิ่มผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีกคาดว่า 4Q26 จะเป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดของปี จากปัจจัยฤดูกาล ฐานต่ำในปีก่อน และการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจและการลงทุนใหม่ โดยบริษัทคาดว่าการเข้าซื้อ The Food Purveyor (TFP) ซึ่งเป็นธุรกิจ supermarket ในมาเลเซีย จะแล้วเสร็จและเริ่มสร้างรายได้ใน 4Q26 โดยคาดจะเริ่มมีการรับรู้รายได้ในช่วงดังกล่าว แต่จะมี earnings neutral เพราะมีกำไรจากธุรกิจหักกับค่าใช้จ่ายในการเข้าซื้อกิจการ และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย บริษัทตั้งเป้า O2O sales mix ที่ 25% (vs 23.9% mid-2026) และ GPM อยู่ที่ระดับทรงตัว YoY ในปีนี้
- ยังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ CPAXT
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf