- เราคาด BJC จะมีกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 2.8 พันลบ. (เทียบกับ 990 ลบ. ใน 2Q25 และ 1.1 พันลบ. ใน 1Q26) โดยหากตัดกำไรพิเศษจากการขายที่ดินหลังหักภาษีจำนวน 1.6 พันลบ. ออก เราคาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 1.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 15% QoQ
- การเติบโตของกำไร YoY มีแรงหนุนจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ยอดขายที่เพิ่มขึ้น 2% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจ Packaging ซึ่งเติบโตประมาณ 30% YoY จากธุรกิจแก้วที่ได้ประโยชน์จากการย้ายคำสั่งซื้อของลูกค้าในประเทศไทยหลัง Bangkok Glass ปิดเตา รวมถึงธุรกิจกระป๋องในไทยที่มียอดขายเพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายเดิม เช่น Nestlé แม้ว่าจะถูกหักล้างบางส่วนจากยอดขายค้าปลีกที่อ่อนตัวลง (SSS ของ Big C ที่ -2% YoY) และยอดขายธุรกิจ Healthcare ที่ชะลอตัวจากคำสั่งซื้อภาครัฐ 2) GPM ขยายตัว 30-40 bps YoY จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งกว่าคาดของธุรกิจกระป๋อง ซึ่งได้รับประโยชน์จากการใช้วัตถุดิบต้นทุนเดิมที่มีอยู่ในสต๊อกประมาณ 3-4 เดือน ขณะที่ GPM ของธุรกิจแก้วลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น รวมถึงมี GPM สำหรับธุรกิจค้าปลีกในไทยดีขึ้นเล็กน้อย จาก product mix ที่ดีขึ้น 3) Effective tax rate ลดลงเหลือ 17% จาก 23% ในปีก่อน เนื่องจาก Big C มีกำไรเพิ่มขึ้นจากการขายที่ดิน ทำให้สามารถใช้สิทธิ tax loss carry forward ได้มากขึ้น และ 4) การเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก MMVN ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มกำไรสุทธิหลังหักดอกเบี้ยราว 60 ลบ. ให้กับ BJC ใน 2Q26 (อยู่ในกรอบที่เราเคยคาดไว้เบื้องต้น โดยใน 2Q25 MMVN มีกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 100 ลบ.)
- อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกดังกล่าวถูกหักล้างบางส่วนจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น จากทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการธุรกิจแก้วในต่างประเทศ และค่าใช้จ่าย logistics ที่เพิ่มขึ้น (ตามราคาน้ำมัน)
- สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไป เรามองว่ายอดขายยังมีโอกาสเติบโตได้เล็กน้อย โดยธุรกิจ Packaging จะยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและผลกระทบจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส โดยในเดือนก.ค. ถึงปัจจุบัน เราประเมิน SSS ของ Big C อยู่ที่ -1.5% YoY นอกจากนี้ เรามองว่า GPM ที่แข็งแกร่งของธุรกิจ Packaging ใน 2Q26 อาจไม่ยั่งยืน หลังสต๊อกวัตถุดิบต้นทุนต่ำทยอยหมดลง ขณะที่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งอัตราภาษีที่ต่ำกว่าปกติใน 2Q26 ก็มีแนวโน้มกลับสู่ระดับปกติใน 2H26 เนื่องจาก Big C จะไม่มีรายการกำไรจากการขายที่ดิน ทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิ tax loss carry forward ได้ในระดับเดียวกับ 2Q26
- เรายังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ BJC
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf