BDMS (OUTPERFORM, TP 24 บาท): ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์ => ภาพรวมเป็นกลาง
📍แนวโน้มรายได้ในเดือน เม.ย. => โตได้เล็กน้อย
🔹รายได้รวมโต 1% YoY (ไม่ต่างมากจาก +0.2% YoY ใน 1Q26) รายได้จากผู้ป่วยไทยโต 2% YoY แต่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาดิลดลง 3% YoY ฉุดโดยกลุ่ม CLMV -12% YoY (หลักๆ คือ กัมพูชาลดลง ที่เริ่มลดลงตั้งแต่เดือน มิ.ย. ปีก่อนจากประเด็นชายแดน) และกลุ่มตะวันออกกลาง -36% YoY จากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง
🔹กลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง (4.5% ของรายได้) แม้ว่ารายได้ในเดือน เม.ย. จะลดลง YoY แต่โมเมนตัมรายเดือนเมื่อเทียบจากเดือน มี.ค. เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว และมีการทำนัดล่วงหน้าเข้ามาในเดือน พ.ค. - มิ.ย. เรื่องการกลับมาของผู้ป่วยคูเวตจากรัฐบาลคูเวตยังไม่มีพัฒนาการใหม่
🔹กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติไม่รวมกัมพูชาและตะวันออกกลาง ยังมีแนวโน้มที่ดีเติบโตได้ 10% YoY หลักๆ เกิดจากผู้ป่วยจากเมียนมา (+34% YoY) สหรัฐ (+26% YoY) และอังกฤษ (+17% YoY)
📍กลยุทธ์สำหรับผู้ป่วยไทย => เน้นการเพิ่มจำนวนและอัตราการครองเตียง
🔹ใน 1Q26 ผู้ป่วยไทยบริการ IPD ลดลง 11% YoY ส่งผลให้อัตราการครองเตียงลดต่ำลงมาอยู่ที่ 60% แบ่งเป็น Center of Excellences (CoE) ที่ 62% และ non-COE ที่ 57% สะท้อนถึงความระมัดระวังในการใช้จ่าย
🔹BDMS จะเน้นกลยุทธ์การเพิ่มจำนวนและอัตราการตรองเตียง โดยจะมีการนำเสนอ Value-Based Packages สำหรับหัตถการหรือการผ่าตัดที่เลือกได้ (Elective procedures) ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนล่วงหน้า ลดความกังวลเรื่องงบประมาณ
🔹ยังเน้นความร่วมมือกับบริษัทประกันสุขภาพเอกชนอย่างต่อเนื่อง
📍Wellness service เริ่มมีความสำคัญต่อรายได้
🔹ในปี 2025 รายได้จาก Wellness service คิดเป็น 12% ของรายได้รวม และมีการเติบโตดี 10% YoY ใน 1Q26 ซึ่งสูงกว่ารายได้จากธุรกิจโรงพยาบาล
🔹ในระยะข้างหน้า BDMS มองว่ารายได้จาก Wellness service จะสามารถเพิ่มขึ้นได้เป็น 15-20% ของรายได้
🔹โครงการ BDMS WELLNESS LANGSUAN ( Project Hercules) ตรงหลังสวนจะมีการแถลงรายละเอียดโครงการในเดือนหน้า และคาดเปิดดำเนินงานได้ในปี 2030 ตามที่กำหนดไว้
📍คงเป้ารายได้และอัตรากำไรปี 2026
🔹BDMS คงเป้ารายได้ในปี 2026 จะเติบโตได้ 2-4% YoY และคงเป้าหมายรักษา EBITDA margin คงที่จากปีก่อน (24%)