• แนวโน้มใน 2Q26
(-) แรงกดดันจากราคาวัตถุดิบจะเห็นชัดใน 2Q26 วัตถุดิบหลัก คือ เหล็ก (คาดคิดเป็น 60% ของวัตถุดิบ) ซึ่งราคามีการปรับขึ้นมาบ้างหลังเกิดสงคราม แต่ AH มีข้อตกลงกับค่ายรถยนต์ในการปรับราคาขายหากต้นทุนเปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถทำได้ทุก 6 เดือน สะท้อนว่า AH สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มได้ แต่จะมีแรงกดดันในช่วงสั้นจาก lag time ในขณะที่การปรับขึ้นของราคาเม็ดพลาสติก (คาดคิดเป็น 15-20% ของวัตถุดิบ) จะเริ่มส่งผลกระทบในเดือนมิ.ย. เป็นต้นไป เพราะสต๊อกเดิมเริ่มหมด โดย AH เผยว่าการส่งผ่านราคาเป็นไปได้ยากกว่าชิ้นงานที่ทำจากเหล็ก เพราะลูกค้าคือกลุ่ม Tier 1 (AH เป็น Tier 2) ซึ่งไม่ได้มีข้อตกลงกันเรื่องการปรับราคา
(-) การจัดตั้งโรงงาน JV ในสหรัฐอเมริกาจะเริ่มมีผลกระทบจากค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มผลิตจริง เช่น ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งโรงงานนี้จะใช้เวลาก่อสร้างในปี 2026-27 และเปิดดำเนินงานในปี 2028 บริษัทอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
(+) การดำเนินงานในโปรตุเกสมีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยใน 2Q25 มีฐานต่ำจากการเหตุไฟฟ้าดับในประเทศโปรตุเกส ทำให้สามารถผลิตได้เพียง 50% ของกำลังการผลิตปกติเป็นเวลา 3 สัปดาห์
• แนวโน้มใน 3Q26
(+) AH จะเริ่มการผลิตออเดอร์ใหม่ คืองานเพลา (Axel) ใน 3Q26
• คงเป้าหมายปี 2026
(=) AH ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีจะเติบโตขึ้นเล็กน้อย YoY โดยคาดว่า 2H26 จะดีกว่า 1H26
(=) AH ตั้งเป้าอัตรากำไรสุทธิจะดีขึ้น (จาก 2.8% ในปี 2025)
มุมมองของเรา
• เราคงประมาณการกำไรไว้เช่นเดิมว่ากำไรจะเติบโต 10% YoY ในปี 2026 มาอยู่ที่ 808 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม 2Q69 เราคาดว่ากำไรปกติของ AH จะเติบโต YoY จากฐานต่ำ แต่ลดลง QoQ โดยเรามีความกังวลต่อแรงกดดันทางด้านราคาวัตถุดิบ
• NEUTRAL ราคาเป้าหมาย 16 บาท โดยเรามีความกังวลต่อแรงกดดันทางด้านราคาวัตถุดิบในระยะสั้น แต่คาดหวังภาพการฟื้นตัวที่ดีขึ้นใน 2H26