Offshore Stock Update

YMTC เดินหน้า IPO ตามรอย CXMT เปิดอีกทางเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมหน่วยความจำจีน

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA|19 Aug 26 2:26 PM
Screenshot 2026-08-19 143656
สรุปสาระสำคัญ

Yangtze Memory Technologies หรือ YMTC กำลังขยับเข้าใกล้การเสนอขาย IPO ในจีน หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนเตรียมความพร้อมก่อนเข้าตลาดทุน สะท้อนการเติบโตของผู้ผลิตหน่วยความจำจีนที่เริ่มก้าวขึ้นมาแข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลกได้มากขึ้น แม้ YMTC และ CXMT จะอยู่ในอุตสาหกรรมหน่วยความจำเหมือนกัน แต่ธุรกิจหลักแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย YMTC เน้น NAND Flash สำหรับการจัดเก็บข้อมูล ขณะที่ CXMT เน้น DRAM สำหรับการประมวลผล ทำให้ทั้งสองบริษัทเป็นส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกันในยุทธศาสตร์ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศของจีน มากกว่าจะเป็นคู่แข่งโดยตรง

1. YMTC คือใคร และทำธุรกิจอะไร

  • Yangtze Memory Technologies Co., Ltd. หรือ YMTC ก่อตั้งขึ้นในเมืองอู่ฮั่นในเดือน ก.ค. 2016 เป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์แบบครบวงจร หรือ IDM ซึ่งทำตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ไปจนถึงผลิตชิปเอง โดยมุ่งเน้น 3D NAND Flash Memory เป็นหลัก ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่แผ่นเวเฟอร์ NAND ชิปหน่วยความจำแบบบรรจุสำเร็จ หน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์พกพา ไปจนถึง SSD สำหรับผู้บริโภคและศูนย์ข้อมูล ซึ่งถูกนำไปใช้ในสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และศูนย์ข้อมูล
  • YMTC ถือเป็นบริษัทสำคัญในยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีน โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของรัฐบาลจีน รวมถึงรัฐบาลท้องถิ่นของมณฑลหูเป่ย เช่นเดียวกับ CXMT ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อสร้างฐานการผลิตหน่วยความจำภายในประเทศ
  • ในเชิงเทคโนโลยี จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2017 เมื่อ YMTC พัฒนา 3D NAND รุ่นแรกของจีน ก่อนเปิดตัวสถาปัตยกรรม Xtacking ในปี 2018 ซึ่งแยกส่วนวงจรควบคุมและเซลล์หน่วยความจำไว้บนเวเฟอร์คนละแผ่นก่อนนำมาเชื่อมต่อกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต่อมาบริษัททยอยเพิ่มจำนวนชั้นของ 3D NAND และในปี 2025 สามารถผลิต NAND รุ่นที่ 5 ทั้งแบบ TLC และ QLC ในระดับอุตสาหกรรมแล้ว
  • ปัจจุบัน YMTC สามารถผลิต 267-layer 3D NAND ในระดับจำนวนมาก และอยู่ระหว่างพัฒนาเทคโนโลยีมากกว่า 300 layers ขณะที่สถาปัตยกรรม Xtacking ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาประมาณ 3 เดือนและลดรอบเวลาการผลิตประมาณ 20% ตามข้อมูลที่อ้างอิงจาก Counterpoint และ Caixin


2. จากผู้เล่นในประเทศ สู่ผู้ผลิต NAND อันดับต้นของโลก

  • พัฒนาการสำคัญของ YMTC คือการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโลกอย่างรวดเร็ว โดยใน 2Q26 บริษัทมีส่วนแบ่ง NAND bit shipments ประมาณ 14% เพิ่มขึ้น 22% YoY และ 5% QoQ ทำให้ขึ้นมาเป็นผู้ผลิต NAND อันดับ 3 ของโลกในเชิงปริมาณ แซง Kioxia และตามหลังเพียง Samsung และ SK hynix/Solidigm
  • อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งด้านปริมาณยังไม่ได้สะท้อนออกมาเป็นรายได้ในระดับเดียวกัน เนื่องจาก YMTC ยังมีสัดส่วนสินค้าสำหรับตลาดผู้บริโภคค่อนข้างสูง ขณะที่มีสัดส่วน Enterprise SSD ซึ่งมีราคาขายและอัตรากำไรสูงกว่าในระดับที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ส่งผลให้บริษัทอยู่เพียงอันดับ 5 ของโลกเมื่อวัดจากรายได้ NAND
  • จุดดังกล่าวถือเป็นทั้งข้อจำกัดและโอกาสของ YMTC ในระยะถัดไป เพราะความต้องการ Enterprise SSD กำลังขยายตัวตามการเติบโตของ AI โดยใน 2Q26 Enterprise SSD มีสัดส่วนถึง 48% ของปริมาณ NAND ทั่วโลก เพิ่มขึ้นจาก 26% ปีก่อน และมีแนวโน้มเกินครึ่งหนึ่งของตลาดภายในสิ้นปี หาก YMTC สามารถเพิ่มสัดส่วน Enterprise SSD ได้สำเร็จ จึงมีโอกาสที่รายได้และอัตรากำไรจะเติบโตเร็วกว่าปริมาณการผลิตในระยะข้างหน้า

 

ส่วนแบ่งตลาด NAND โลกใน 2Q26

บริษัท

ส่วนแบ่ง NAND bit shipments

อันดับ

ประเด็นสำคัญ

Samsung

25%

1

ผู้นำตลาด NAND โลก และมีพอร์ต DRAM/HBM ช่วยกระจายความเสี่ยง

SK hynix / Solidigm

22%

2

แข็งแกร่งใน Enterprise SSD และมีธุรกิจ DRAM/HBM ขนาดใหญ่

YMTC

14%

3

แซง Kioxia ในเชิงปริมาณ แต่ยังมีสัดส่วน Consumer NAND สูง

Kioxia

14%

4

มีสัดส่วน Server/Enterprise สูงกว่า YMTC แต่ถูกกดดันด้านปริมาณ

Micron

13%

5

ปริมาณต่ำกว่า YMTC แต่ Product Mix มีมูลค่าสูงกว่า

SanDisk

11%

6

พึ่งพาธุรกิจ NAND สูง จึงอ่อนไหวต่อการเพิ่มกำลังผลิตจากจีน


3. YMTC เข้าใกล้ IPO หลังเสร็จสิ้นกระบวนการเตรียมความพร้อม

  • YMTC เริ่มขั้นตอนเตรียม IPO อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2026 โดยมี CITIC Securities และ CSC Financial เป็นที่ปรึกษา ก่อนที่ล่าสุดบริษัทจะเสร็จสิ้นกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าตลาดทุนแล้ว เอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่าที่ปรึกษาเห็นว่าบริษัทมีโครงสร้างกำกับดูแล ระบบบัญชี และระบบควบคุมภายในในระดับที่เหมาะสมสำหรับการเป็นบริษัทจดทะเบียน
  • กระบวนการดังกล่าวทำให้ YMTC ขยับเข้าใกล้ขั้นตอนการยื่นเสนอขายหุ้นมากขึ้น แม้ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศราคาเสนอขาย จำนวนหุ้น หรือมูลค่าระดมทุนอย่างเป็นทางการ โดยรายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าผู้บริหารบางส่วนผลักดันเป้าหมายมูลค่าบริษัทประมาณ RMB1 ล้านล้าน หรือราว US$148bn แต่ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเป้าหมายหรือการประเมินในตลาด ไม่ใช่มูลค่า IPO ที่ได้รับการยืนยันแล้ว
  • การระดมทุนมีความสำคัญต่อ YMTC เนื่องจากธุรกิจ NAND ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานสองแห่งในอู่ฮั่น และกำลังเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มเติม ข้อมูล Reuters ระบุว่าโรงงานเดิมสองแห่งสามารถรองรับกำลังการผลิตรวมประมาณ 200,000 แผ่นเวเฟอร์ต่อเดือน ขณะที่โรงงานแห่งที่สามมีกำหนดเริ่มดำเนินงานในช่วงปลายปี 2026 และบริษัทมีแผนสร้างโรงงานเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า

สรุปสถานะ IPO และกำลังการผลิตของ YMTC

ประเด็น

สถานะล่าสุด

นัยสำคัญ

เริ่มกระบวนการเตรียม IPO

19 พ.ค. 2026

เข้าสู่ขั้นตอนเตรียมความพร้อมอย่างเป็นทางการ

ที่ปรึกษา IPO

CITIC Securities และ CSC Financial

สองสถาบันการเงินรายใหญ่ของจีนเป็นผู้ดำเนินกระบวนการ

IPO Tutoring

เสร็จสิ้นแล้ว

บริษัทผ่านการประเมินด้านธรรมาภิบาล บัญชี และการควบคุมภายใน

ราคา/จำนวนหุ้น/มูลค่าระดมทุน

ยังไม่ประกาศ

ยังไม่สามารถประเมิน Dilution หรือมูลค่าระดมทุนที่แน่นอนได้

มูลค่าบริษัทที่มีการกล่าวถึงในตลาด

มากกว่า RMB1 ล้านล้าน

เป็นประมาณการในตลาด ยังไม่ใช่มูลค่า IPO อย่างเป็นทางการ

กำลังผลิตโรงงานเดิม

ราว 160,000–200,000 wafers/เดือน ตามแหล่งข้อมูล

สะท้อนขนาดการผลิตระดับโลก

โรงงานใหม่

ตั้งเป้าเริ่มผลิตปลายปี 2026

หนุนการเติบโต แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทาน NAND ในอนาคต


4. สถานะทางการเงิน: การดำเนินงานดีขึ้น แต่ข้อมูลกำไรยังจำกัด

  • เนื่องจาก YMTC ยังเป็นบริษัทเอกชน ข้อมูลรายได้ กำไร กระแสเงินสด และงบดุลฉบับเต็มยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะในระดับเดียวกับบริษัทจดทะเบียน 
  • อย่างไรก็ตาม เอกสารการเตรียม IPO ให้ข้อมูลสำคัญว่า ผู้สอบบัญชีได้ออกความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขต่อรายงานทางการเงินของบริษัทในช่วงสามปีล่าสุดและงวดล่าสุด รวมถึงรายงานระบบควบคุมภายใน ซึ่งช่วยลดความกังวลในด้านมาตรฐานบัญชีและระบบกำกับดูแลก่อนเข้าตลาดทุน แม้รายละเอียดตัวเลขทางการเงินยังไม่ได้ถูกเปิดเผย
  • ในเชิงแนวโน้มธุรกิจ ภาพการดำเนินงานกำลังดีขึ้นอย่างชัดเจนจากทั้งปริมาณการผลิต ส่วนแบ่งตลาด และราคาหน่วยความจำที่ฟื้นตัว โดย Reuters ระบุว่า YMTC และ CXMT เคยพึ่งพาเงินทุนจากภาครัฐและมีผลขาดทุนต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่วัฏจักรหน่วยความจำรอบล่าสุดซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนศูนย์ข้อมูล AI จะทำให้อำนาจการกำหนดราคาและสภาพแวดล้อมด้านผลกำไรของผู้ผลิตจีนดีขึ้นอย่างมาก 
  • อีกสัญญาณบวกคือส่วนแบ่งตลาด NAND ของ YMTC เข้าใกล้ระดับ 15% ซึ่ง Counterpoint มองว่าเป็นระดับที่ผู้ผลิตสามารถสร้างขนาดธุรกิจเพียงพอสำหรับรองรับเงินลงทุนในโรงงานได้มากขึ้นด้วยกระแสเงินสดของตนเอง หากบริษัทสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดและปรับโครงสร้างสินค้าไปสู่ Enterprise SSD ได้ จะช่วยให้ฐานะทางการเงินแข็งแรงขึ้นในระยะยาว


5. YMTC และ CXMT เหมือนกัน แต่ไม่ได้แข่งขันกันโดยตรง

  • แม้ YMTC และ CXMT จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ผลิต Memory ของจีนเหมือนกัน แต่ในเชิงผลิตภัณฑ์ทั้งสองบริษัทอยู่คนละตลาด โดย YMTC เน้น NAND Flash สำหรับการจัดเก็บข้อมูล ขณะที่ CXMT เน้น DRAM ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยความจำระหว่างการประมวลผล

 

ประเด็น

YMTC

CXMT

ธุรกิจหลัก

NAND Flash

DRAM

หน้าที่หลัก

จัดเก็บข้อมูล

รองรับข้อมูลระหว่างการประมวลผล

ตลาดสำคัญ

Smartphone, PC, SSD, Data Center

Smartphone, PC, Server

การเชื่อมโยงกับ AI

Enterprise SSD / AI Storage

Server DRAM / HBM

คู่แข่งหลัก

Samsung, SK hynix, Kioxia, Micron, SanDisk

Samsung, SK hynix, Micron

ตำแหน่งตลาดล่าสุด

อันดับ 3 NAND เชิงปริมาณ

อันดับ 4 DRAM

จุดที่ต้องพัฒนา

เพิ่ม Enterprise SSD และสินค้ามูลค่าสูง

ลดช่องว่างเทคโนโลยี Advanced DRAM/HBM

ความเสี่ยงหลัก

NAND มีโอกาสกลับมาอุปทานส่วนเกิน

เทคโนโลยี HBM ยังตามผู้นำ

 

  • CXMT มีส่วนแบ่งตลาด DRAM เพิ่มจากประมาณ 5% ในปี 2024 เป็น 7.7% ณ สิ้นปี 2025 ขณะที่ YMTC ขึ้นมาครองส่วนแบ่ง NAND ประมาณ 14% ใน 2Q26 จึงกล่าวได้ว่าทั้งสองบริษัทกำลังสร้างฐานที่แข็งแกร่งให้จีนในหน่วยความจำคนละประเภท
    CXMT มีความเชื่อมโยงกับการลงทุน AI ในฝั่ง หน่วยความจำสำหรับการประมวลผล มากกว่า โดย DRAM และ HBM เป็นส่วนสำคัญของเซิร์ฟเวอร์และตัวเร่งประมวลผล AI ขณะที่ YMTC ได้ประโยชน์ผ่านฝั่ง การจัดเก็บข้อมูล เนื่องจาก AI inference ต้องจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลจำนวนมาก ส่งผลให้ Enterprise SSD เติบโตอย่างรวดเร็ว
  • ด้านสถานะทางการเงิน CXMT มีข้อมูลเปิดเผยมากกว่าเนื่องจากได้เข้าตลาดแล้ว โดยบริษัทสามารถกลับมาทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในปี 2025 และรายได้ 1Q26 เพิ่มขึ้นมากกว่า 700% YoY ก่อนระดมทุน RMB66.6bn จาก IPO ขณะที่ YMTC ยังไม่ได้เปิดเผยงบการเงินละเอียดต่อสาธารณะ จึงยังไม่สามารถเปรียบเทียบระดับกำไรหรืออัตรากำไรระหว่างสองบริษัทได้โดยตรง


6. มุมมองต่อ YMTC หลังเข้าสู่ตลาดทุน

  • ในเชิงโครงสร้าง YMTC มีจุดแข็งที่น่าสนใจจากการก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิต NAND อันดับต้นของโลกและมีเทคโนโลยี Xtacking ที่พัฒนาขึ้นเอง ขณะที่การ IPO จะเพิ่มแหล่งเงินทุนสำหรับการขยายกำลังผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมหน่วยความจำที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง
  • ปัจจัยหนุนสำคัญระยะถัดไปไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มปริมาณ NAND เพียงอย่างเดียว แต่คือ การเปลี่ยนโครงสร้างผลิตภัณฑ์ไปสู่ Enterprise SSD หากทำได้สำเร็จ YMTC จะสามารถเปลี่ยนส่วนแบ่งตลาดที่สูงให้กลายเป็นรายได้และกำไรที่มีคุณภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันการเติบโตของศูนย์ข้อมูลและ AI inference จะเป็นแรงสนับสนุนความต้องการอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลระยะกลาง
  • อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่วัฏจักร NAND โดยอุปสงค์ยังตึงตัวในปี 2026 แต่กำลังการผลิตใหม่ของผู้ผลิตจีนอาจทำให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลหรืออุปทานส่วนเกินตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2027 ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อราคาขายและมาร์จิ้น นอกจากนี้ YMTC ยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ซึ่งอาจจำกัดการเข้าถึงเครื่องจักรและตลาดต่างประเทศบางส่วน แม้บริษัทจะเพิ่มการใช้เครื่องจักรจากผู้ผลิตจีนอย่างต่อเนื่องก็ตาม


7. ผลต่อหุ้นและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

  • การเติบโตและการเข้าตลาดของ YMTC มีนัยต่ออุตสาหกรรมหน่วยความจำโลกมากกว่าการเพิ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหม่ในตลาดจีน เพราะกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของ YMTC จะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างอุปสงค์–อุปทานของ NAND และการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป หากโรงงานใหม่เดินเครื่องตามแผน การเพิ่มปริมาณ NAND จากจีนมีโอกาสเร่งให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลหรืออุปทานส่วนเกินเร็วกว่าที่คาด ซึ่งเป็นปัจจัยลบเชิงเปรียบเทียบต่อผู้ผลิต NAND ที่พึ่งพาธุรกิจนี้สูง เช่น Kioxia และ SanDisk มากกว่าบริษัทที่มีพอร์ต DRAM และ HBM ช่วยรองรับ เช่น Samsung, SK hynix และ Micron
  • ในทางกลับกัน การขยายกำลังการผลิตของ YMTC เป็นบวกต่อห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ในจีน โดยเฉพาะผู้ผลิตเครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่สามารถทดแทนเทคโนโลยีต่างประเทศได้ เนื่องจากข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ทำให้ YMTC มีแรงจูงใจสูงในการเพิ่มสัดส่วนเครื่องจักรและชิ้นส่วนจากผู้ผลิตภายในประเทศ ขณะที่กองทุนอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก YMTC ยังขยายการลงทุนไปยังผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีการผลิตในประเทศ สะท้อนว่าบริษัทไม่ได้สร้างเฉพาะกำลังผลิต NAND แต่มีบทบาทในการสร้างระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์จีนในวงกว้างขึ้น
  • สำหรับฝั่งอุปสงค์ การที่ YMTC เร่งเข้าสู่ Enterprise SSD ถือเป็นสัญญาณบวกต่อธีม AI Storage เนื่องจากสัดส่วน Enterprise SSD ในตลาด NAND เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามการเติบโตของ AI inference และศูนย์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดนี้จะรุนแรงขึ้นเช่นกัน จึงเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อผู้ผลิตรายเดิม โดยผู้ผลิตที่มีเทคโนโลยีระดับสูง ความสัมพันธ์กับลูกค้า Hyperscaler และสัดส่วนสินค้ามูลค่าสูงมากกว่า จะมีความสามารถในการรักษามาร์จิ้นได้ดีกว่าผู้ผลิตที่แข่งขันด้วยปริมาณและราคาเป็นหลัก
  • ในเชิงเปรียบเทียบกับ CXMT การเติบโตพร้อมกันของทั้งสองบริษัททำให้ภาพอุตสาหกรรม Memory จีนชัดเจนขึ้นว่า จีนกำลังสร้างผู้เล่นขนาดใหญ่ครบทั้งสองฝั่ง ได้แก่ CXMT ใน DRAM และ YMTC ใน NAND ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ผลิตต่างประเทศในตลาด Memory ระดับกลางและสินค้าทั่วไป ขณะที่ตลาดระดับสูง เช่น HBM, Advanced DRAM และ Enterprise SSD คุณภาพสูง ยังเป็นพื้นที่ที่ Samsung, SK hynix และ Micron มีความได้เปรียบเชิงเทคโนโลยีและฐานลูกค้าอยู่มากกว่า
  • ดังนั้นมุมมองต่ออุตสาหกรรม หลักจาก YMTC IPO คือ บวกต่อ China semiconductor localization และห่วงโซ่อุปทานเครื่องจักร/วัสดุในประเทศ, บวกต่อธีม AI Storage ในระยะกลาง แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทานต่ออุตสาหกรรม NAND ในระยะยาว ขณะที่ในกลุ่มผู้ผลิต Memory โลก เรามองว่า Kioxia และ SanDisk มีความอ่อนไหวต่อการแข่งขันจาก YMTC มากที่สุด ส่วน Samsung, SK hynix และ Micron มีความยืดหยุ่นมากกว่า เนื่องจากมีรายได้จาก DRAM, Server Memory และ HBM ช่วยกระจายความเสี่ยงจากวัฏจักร NAND

 

มุมมองต่อหุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรม

กลุ่ม / บริษัท

ผลกระทบจาก YMTC

เหตุผลหลัก

Kioxia

ลบมากกว่า

แข่งขันโดยตรงใน NAND และถูก YMTC แซงด้านส่วนแบ่งเชิงปริมาณ

SanDisk

ลบมากกว่า

พึ่งพา NAND สูง จึงอ่อนไหวต่อการเพิ่มกำลังผลิตและแรงกดดันด้านราคา

Micron

ลบเล็กน้อยถึงเป็นกลาง

มี NAND แข่งขันกับ YMTC แต่ DRAM และสินค้ามูลค่าสูงช่วยลดผลกระทบ

Samsung

เป็นกลางถึงลบเล็กน้อย

มีขนาดธุรกิจใหญ่และพอร์ต DRAM/HBM ช่วยกระจายความเสี่ยง

SK hynix / Solidigm

เป็นกลางถึงลบเล็กน้อย

แข็งแกร่งใน Enterprise SSD และ HBM

China Semi Equipment

บวก

การขยายโรงงานและการลดการพึ่งพาเครื่องจักรต่างประเทศเพิ่มโอกาสให้ผู้ผลิตจีน

China Semi Materials

บวก

กำลังผลิต NAND ที่เพิ่มขึ้นหนุนอุปสงค์เวเฟอร์ สารเคมี และชิ้นส่วน

AI Storage / Enterprise SSD

บวกต่ออุปสงค์ แต่การแข่งขันสูงขึ้น

AI inference หนุนความต้องการ Storage แต่กำลังผลิตใหม่เพิ่มแรงกดดันด้านราคา


มุมมองของ InnovestX

  • การ IPO ของ YMTC ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมหน่วยความจำจีน หลัง CXMT เข้าตลาดไปก่อนหน้า โดย CXMT เป็นตัวแทนของจีนในตลาด DRAM ขณะที่ YMTC เป็นตัวแทนในตลาด NAND ทำให้ทั้งสองบริษัทเป็นส่วนเติมเต็มของห่วงโซ่ Memory ในประเทศมากกว่าจะเป็นคู่แข่งโดยตรง
  • ในระยะสั้น CXMT มีความเชื่อมโยงกับการเติบโตของ AI Compute ผ่าน Server DRAM และโอกาสใน HBM มากกว่า ขณะที่ YMTC ได้ประโยชน์จาก AI Storage ผ่านการเติบโตของ Enterprise SSD จุดเด่นของ YMTC คือบริษัทมีขนาดธุรกิจใน NAND ที่พิสูจน์ได้แล้วด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 14% และอันดับ 3 ของโลกในเชิงปริมาณ แต่โจทย์สำคัญหลัง IPO คือการยกระดับจาก “ผู้นำด้านปริมาณ” ไปสู่ “ผู้นำด้านมูลค่า” ด้วยการเพิ่มสินค้าสำหรับศูนย์ข้อมูลและ Enterprise SSD ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ว่าการเติบโตของบริษัทสามารถแปลงเป็นกำไรและผลตอบแทนต่อเงินลงทุนที่ดีขึ้นได้มากเพียงใด

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
000660.KS
005930.KS
MICRON23x.BK
SNDK23x.BK
KIOXIA23x.BK
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA

Offshore Investment Team Lead

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5