สรุปสาระสำคัญ
ประธานาธิบดีทรัมป์นำทีม 17 CEO บริษัทใหญ่บินไปปักกิ่งรอบนี้ เพื่อเดินหน้าปิดดีลยักษ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย โดยใช้การส่งออกชิป Nvidia H200 และยอดสั่งซื้อ Boeing เป็นประเด็นหลักในการเจรจาให้จีนช่วยเคลียร์ปัญหาอิหร่านและรับปากซื้อสินค้าเกษตรเพิ่ม แลกกับการยุติสงครามภาษี ซึ่งหากดีลนี้จบลงด้วยดี คาดตลาดหุ้นทั่วโลกจะตอบรับเชิงบวกจากความชัดเจนเรื่องรายได้ที่จะเริ่มไหลเข้าสู่บริษัทอเมริกัน
1. ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง จะคุยอะไรกัน? (The Art of the Deal 2.0)
เป้าหมายหลักของ Trump คือการเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นดีลใหญ่เพื่อดึงกระแสความนิยมในประเทศ โดยมีวาระดังนี้:
1.1 การจัดระเบียบการค้าใหม่
- รายละเอียด: Trump เสนอให้เลิกใช้วิธีตั้งกำแพงภาษีรายวัน แต่เปลี่ยนมาเป็น ระบบโควตาการค้า โดยจัดตั้งคณะกรรมการร่วม (Board of Trade) เพื่อกำหนดว่าในแต่ละปีจีนต้องซื้ออะไรจากสหรัฐฯ บ้างในปริมาณเท่าไหร่
- สิ่งที่แลกเปลี่ยน: สหรัฐฯ จะยอมลดภาษีนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีน (เพื่อลดเงินเฟ้อในอเมริกา) แลกกับการที่จีนต้องทำสัญญาซื้อสินค้าเกษตรและพลังงานล่วงหน้า 3-5 ปี เพื่อประกันรายได้ให้เกษตรกรสหรัฐฯ
1.2 ปลดล็อกชิป AI และความมั่นคงเทคโนโลยี
- รายละเอียด: หัวข้อนี้สำคัญต่อ Jensen Huang (Nvidia) คือการขอใบอนุญาตส่งออกพิเศษสำหรับชิป H200
- สิ่งที่แลกเปลี่ยน: สหรัฐฯ อาจยอมให้จีนได้ชิปเวอร์ชันที่ถูกลดสเปกลงเล็กน้อย โดยมีเงื่อนไขว่าจีนต้องอนุญาตให้มีการตรวจสอบปลายทางเพื่อให้มั่นใจว่าชิปเหล่านี้จะถูกใช้ในภาคพลเรือนหรือศูนย์ข้อมูลพาณิชย์เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการทหาร
1.3 ความมั่นคงโลกและช่องแคบฮอร์มุซ
- รายละเอียด: แม้ Trump จะบอกว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องอิหร่าน แต่ในความจริง ต้องการให้จีนใช้สถานะลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของน้ำมันอิหร่านเป็นไพ่ต่อรอง
- สิ่งที่แลกเปลี่ยน: Trump ต้องการให้ Xi Jinping กดดันอิหร่านให้หยุดรบกวนเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้ราคาน้ำมันโลกมีเสถียรภาพ แลกกับการที่สหรัฐฯ จะไม่เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อธนาคารจีนที่ทำธุรกรรมกับอิหร่าน
1.4 การเปิดตลาดการเงินและการลงทุน
- รายละเอียด: บรรดา CEO จาก Wall Street (BlackRock, Goldman Sachs) ต้องการให้จีนยกเลิกข้อจำกัดในการถือครองหุ้นในสถาบันการเงินจีน
- สิ่งที่แลกเปลี่ยน: สหรัฐฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนกฎระเบียบของ SEC ที่จ่อจะเพิกถอนหุ้นจีน (Delisting) ออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพื่อให้บริษัทจีนยังคงเข้าถึงแหล่งเงินทุนในนิวยอร์กได้ต่อไป
1.5 ข้อตกลงความปลอดภัย AI
- รายละเอียด: การตั้งกฎเหล็กว่าด้วยการใช้ AI ในระบบอาวุธ
- สิ่งที่แลกเปลี่ยน: ทั้งสองประเทศจะตกลงกันว่าจะไม่ปล่อยให้ AI เป็นผู้ตัดสินใจยิงนิวเคลียร์และจะมีการแชร์ข้อมูลด้านความปลอดภัยหากพบว่า AI มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความมั่นคงของมนุษยชาติร่วมกัน
2. นักธุรกิจสหรัฐฯคนใดไปบ้าง?
รายชื่อ 17 ผู้นำธุรกิจที่ร่วมเดินทาง (อ้างอิงจาก Morning Brew และประกาศล่าสุดของ Trump):
- กลุ่ม Tech & Chips: Tim Cook (Apple), Elon Musk (Tesla/SpaceX), Sanjay Mehrotra (Micron), Cristiano Amon (Qualcomm), Dina Powell McCormick (Meta), Jensen Huang (Nvidia - มีรายงานว่าได้ขึ้น Air Force One ไปในนาทีสุดท้าย)
- กลุ่มการเงิน: Larry Fink (BlackRock), Steve Schwarzman (Blackstone), David Solomon (Goldman Sachs), Jane Fraser (Citi), Ryan McInerney (Visa), Michael Miebach (Mastercard)
- กลุ่มอุตสาหกรรม & เกษตร: Kelly Ortberg (Boeing), Larry Culp (GE Aerospace), Brian Sikes (Cargill), Jacob Thaysen (Illumina), Jim Anderson (Coherent)
- หมายเหตุ: Chuck Robbins (Cisco) ถูกเชิญแต่ไม่ได้ไปเนื่องจากติดตารางรายงานผลประกอบการ
3. มุมมองของ InnovestX
เราประเมินประเด็นที่ CEO จะพูดคุยและมีการเจรจา ดังนี้
| |
ประเด็นหลักที่ต้องการ
|
|
|
Elon Musk
(TSLA) |
FSD & Expansion
|
ขอให้จีนอนุมัติระบบขับขี่อัตโนมัติ (FSD) และลดการกีดกันการส่งออกแผงโซลาร์เซลล์
|
|
Tim Cook (AAPL)
|
iPhone Safety
|
ป้องกันไม่ให้จีน "แก้แค้น" Apple จากมาตรการคว่ำบาตรชิปของสหรัฐฯ และรักษายอดขาย iPhone 17
|
|
Kelly Ortberg (Boeing)
|
The Mega Order
|
จีนเตรียมประกาศสั่งซื้อเครื่องบินลอตใหญ่ เพื่อเป็น "ของขวัญ" ในการเจรจาลดความตึงเครียด
|
|
Jensen Huang (Nvidia)
|
High-End Chip Export
|
หาช่องว่างทางกฎหมายเพื่อส่งออกชิป AI รุ่นล่าสุด (H200) ที่ปัจจุบันยังติดข้อจำกัด
|
|
Sanjay Mehrotra (Micron)
|
Market Un-banning
|
เจรจาให้จีนยกเลิกคำสั่งแบนสินค้า Micron ในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
|
|
Larry Fink & Wall St.
(BlackRock) |
Market Access
|
ขอเปิดทางสะดวกให้กองทุนสหรัฐฯ เข้าไปบริหารสินทรัพย์ในจีนได้มากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว
|
เราประเมินสถานการณ์ที่ตลาดจะตอบสนองต่อผลลัพธ์การประชุมดังนี้
- มุมมองบวก: หากมีการเซ็นสัญญาซื้อขายจริง ตลาดหุ้นกลุ่ม Industrial (BA, GE) และ Tech (NVDA, AAPL) จะพุ่งทะยานทันที เพราะความอึมครึมเรื่องสงครามการค้าถูกแทนที่ด้วยตัวเลขรายได้ที่ชัดเจน
- ผันผวนสูง: ตลาดจะผันผวนตามข่าวลือตลอดการประชุม โดยเฉพาะประเด็นชิป AI หากฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯ ออกมาเบรกดีล Nvidia ตลาดกลุ่ม Semi-conductor อาจร่วงหนักจากความผิดหวัง
- Long-term Sentiment: หากมีการจัดตั้ง Board of Trade ได้สำเร็จ จะถือเป็นการจบยุคสงครามภาษีแบบไร้ทิศทาง ตลาดจะมองว่าเป็นความมั่นคง ในระยะยาว ส่งผลดีต่อค่าเงินดอลลาร์และตลาดหุ้นทั่วโลก