
Tencent เตรียมเจรจาเข้าถือหุ้นใหญ่ที่สุดใน Manus เพื่อรับช่วงต่อจาก Meta ที่ถูกรัฐบาลจีนสั่งยกเลิกดีลเนื่องจากเหตุผลความมั่นคงทางเทคโนโลยี โดยความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นบวกเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยให้ Tencent เร่งลดช่องว่างด้าน AI Agent และสามารถนำเทคโนโลยีผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะนี้มาต่อยอดกับระบบนิเวศขนาดใหญ่ของตนอย่าง WeChat, Mini Programs และ Tencent Cloud เพื่อสร้างโอกาสทางรายได้ใหม่ๆ ในระยะยาว อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นอาจยังไม่ส่งผลต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญและต้องเผชิญกับต้นทุนด้านการลงทุนที่สูงขึ้นก็ตาม
ดีลนี้เกิดอะไรขึ้น?
Tencent อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าถือหุ้นใน Manus และมีแนวโน้มกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท แม้คาดว่าจะยังถือหุ้นในสัดส่วนต่ำกว่า 50% และไม่มีอำนาจควบคุมกิจการโดยตรง โดย Tencent จะร่วมกับผู้ถือหุ้นเดิมของ Manus ได้แก่ ZhenFund, HSG และฝ่ายบริหาร ซื้อหุ้นคืนจาก Meta หลังหน่วยงานกำกับดูแลจีนสั่งให้ Meta ยกเลิกการเข้าซื้อ Manus
มูลค่าธุรกรรมที่อยู่ระหว่างการหารือคาดว่าจะอยู่ที่ไม่น้อยกว่า $2bn ซึ่งใกล้เคียงกับราคาที่ Meta เคยใช้ซื้อกิจการในช่วงปลายปี 2025 โครงสร้างของดีลจึงไม่ใช่การที่ Tencent ซื้อ Manus ทั้งบริษัท แต่เป็นการเข้ามาเป็นผู้ลงทุนหลักในกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อรับช่วงหุ้นที่ Meta ต้องขายคืนจากการยกเลิกธุรกรรมเดิม
ปัจจุบัน Meta ได้เริ่มแยกการดำเนินงานออกจาก Manus และยุติการแบ่งปันข้อมูลระหว่างสองบริษัทแล้ว ขณะที่รายละเอียดสำคัญ เช่น สัดส่วนหุ้นที่ Tencent จะถือ สิทธิในการบริหาร สิทธิในการใช้เทคโนโลยี และเงื่อนไขการแบ่งผลประโยชน์ ยังอยู่ระหว่างการเจรจาและยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
Manus คือใคร และเหตุใดจึงมีความสำคัญ
Manus เป็นบริษัทผู้พัฒนา AI Agent หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานหลายขั้นตอนได้โดยอัตโนมัติ โดยใช้คำสั่งจากผู้ใช้เพียงระดับหนึ่ง ระบบสามารถแยกงานออกเป็นขั้นตอน เรียกใช้เครื่องมือ ค้นหาข้อมูล วิเคราะห์เนื้อหา และดำเนินการต่อเนื่องจนบรรลุเป้าหมาย
เทคโนโลยีดังกล่าวแตกต่างจากแชตบอตทั่วไปที่เน้นการตอบคำถามหรือสร้างเนื้อหา เนื่องจาก AI Agent สามารถเข้าไปทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยดิจิทัล เช่น
Manus เคยได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในบริษัท AI จีนที่มีโอกาสแข่งขันในระดับโลก หลังเปิดตัวระบบตัวแทนปัญญาประดิษฐ์อเนกประสงค์ และได้รับการเปรียบเทียบกับ DeepSeek ในฐานะตัวอย่างของบริษัทจีนที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยี AI ซึ่งได้รับความสนใจจากต่างประเทศ
เหตุผลที่จีนสั่งยกเลิกดีล Meta–Manus
การที่จีนสั่งให้ Meta ยกเลิกการเข้าซื้อ Manus สะท้อนว่ารัฐบาลจีนกำลังยกระดับ AI จากธุรกิจเทคโนโลยีทั่วไปให้เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับข้อมูล การผลิต ระบบอัตโนมัติ ความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
แม้ Manus จะย้ายฐานการดำเนินงานจากจีนไปยังสิงคโปร์ แต่หน่วยงานจีนยังพิจารณาว่าบริษัทมีความเชื่อมโยงกับเงินทุน บุคลากร และเทคโนโลยีที่มีต้นกำเนิดจากจีน จึงตรวจสอบว่าการขายกิจการให้ Meta อาจขัดต่อกฎการลงทุนข้ามพรมแดนหรือการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีหรือไม่
ภายหลังคำสั่งดังกล่าว Meta ได้เริ่มแยกการดำเนินงานออกจาก Manus พร้อมยุติการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน เพื่อสร้างกำแพงกั้นด้านข้อมูลและเทคโนโลยีระหว่างสองบริษัท กระบวนการนี้สะท้อนว่าธุรกรรมเข้าซื้อกิจการด้าน AI ระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะดำเนินการได้ยากขึ้น แม้บริษัทเป้าหมายจะจดทะเบียนหรือมีฐานดำเนินงานอยู่นอกจีนก็ตาม
เหตุผลเชิงกลยุทธ์ที่ Tencent สนใจ Manus
1. เร่งลดช่องว่างการแข่งขันด้าน AI Agent
Tencent มีความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เกม การชำระเงิน โฆษณา และบริการ Cloud แต่ถูกมองว่ามีความเร็วในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Generative AI ต่ำกว่าคู่แข่งบางราย เช่น Alibaba, ByteDance และ Baidu
การลงทุนใน Manus จึงช่วยให้ Tencent เข้าถึงเทคโนโลยี ทีมวิจัย และความเชี่ยวชาญด้าน AI Agent ได้รวดเร็วกว่าการพัฒนาทั้งหมดภายในองค์กร รวมทั้งลดระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด
2. เพิ่มศักยภาพให้ WeChat และ Weixin
Tencent มีฐานผู้ใช้งาน WeChat และ Weixin มากกว่า 1 พันล้านบัญชี และมี Mini Programs หลายล้านรายการ ครอบคลุมการซื้อสินค้า จองบริการ ชำระเงิน เกม การเดินทาง อาหาร การแพทย์ และบริการภาครัฐ
หากนำเทคโนโลยีของ Manus มาเชื่อมต่อกับระบบนิเวศดังกล่าว Tencent อาจพัฒนา WeChat จากแอปสื่อสารและช่องทางบริการ ไปสู่ผู้ช่วยดิจิทัลที่สามารถดำเนินธุรกรรมแทนผู้ใช้ได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้อาจสั่งให้ระบบวางแผนการเดินทาง เปรียบเทียบโรงแรม จองตั๋ว ชำระเงิน และบันทึกข้อมูลลงปฏิทินได้ภายในคำสั่งเดียว
จุดแข็งของ Tencent ไม่ได้อยู่เพียงการมีแบบจำลอง AI แต่เป็นการมีช่องทางให้ AI เข้าถึงผู้ใช้ ร้านค้า และบริการจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ AI Agent ของ Tencent สามารถสร้างประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้รวดเร็วกว่าบริษัทที่มีเพียงเทคโนโลยีแต่ไม่มีระบบนิเวศรองรับ
3. สนับสนุนธุรกิจโฆษณาและการค้า
AI Agent สามารถช่วยวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ แนะนำสินค้า และลดขั้นตอนการค้นหาหรือทำธุรกรรม หาก Tencent สามารถควบคุมเส้นทางตั้งแต่การค้นหา การแนะนำ การสื่อสาร จนถึงการชำระเงิน บริษัทอาจเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณาและสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมธุรกรรมได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม Tencent จำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างการใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการค้าและการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เนื่องจาก AI Agent อาจต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระดับสูงกว่าบริการเดิม
4. เพิ่มความต้องการใช้ Tencent Cloud
การใช้งาน AI Agent ต้องอาศัยกำลังประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล ระบบรักษาความปลอดภัย และบริการเชื่อมต่อโปรแกรมจำนวนมาก หาก Manus สามารถขยายฐานลูกค้าองค์กรได้ การเข้าถือหุ้นของ Tencent อาจช่วยนำบริการดังกล่าวมาทำงานบน Tencent Cloud
ประโยชน์จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค แต่รวมถึงการเพิ่มความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐาน Cloud และบริการ AI สำหรับลูกค้าองค์กรด้วย
มุมมองของ INVX
เรามองว่า ภาพข้างต้นเป็นบวกต่อ Tencent ในการเพิ่มความสามารถด้าน AI Agent และลดระยะเวลาในการไล่ตามคู่แข่ง Tencent สามารถนำเทคโนโลยีของ Manus ไปต่อยอดกับ WeChat, Mini Programs, Tencent Cloud, โฆษณา เกม และระบบชำระเงิน ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่และมีข้อมูลการใช้งานจำนวนมาก
หากการผสานระบบประสบความสำเร็จ Tencent อาจสร้างรายได้เพิ่มเติมจากหลายช่องทาง ได้แก่
ข้อจำกัดระยะสั้น
แม้ทิศทางเชิงกลยุทธ์เป็นบวก แต่ผลต่อรายได้และกำไรในระยะสั้นอาจยังไม่มาก เนื่องจาก Manus ยังอยู่ในช่วงพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างรูปแบบรายได้ อีกทั้งการให้บริการ AI Agent ต้องใช้ต้นทุนประมวลผลสูง ขณะที่การกำหนดราคาค่าบริการยังมีการแข่งขันรุนแรง
Tencent อาจต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านศูนย์ข้อมูล ชิป AI บุคลากร และการวิจัยก่อนที่ธุรกิจจะสร้างผลตอบแทนอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีความเสี่ยงที่ค่าใช้จ่ายลงทุนจะเพิ่มเร็วกว่ารายได้ในช่วงแรก
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน