
STMicroelectronics (STM) ประกาศปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ศูนย์ข้อมูลขึ้นในปี 2026 เกือบเท่าตัวจากความมั่นใจในการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับดีลยักษ์ใหญ่ร่วมกับ Amazon AWS รวมถึงการขึ้นเป็นผู้นำเทคโนโลยี Silicon Photonics บนแผ่นเวเฟอร์ ควบคู่ไปกับความได้เปรียบในระบบจัดการพลังงาน GPU และการครองส่วนแบ่งตลาดดาวเทียม LEO ร่วมกับ SpaceX สูงถึง 90% ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้สะสมกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ใน 3 ปีข้างหน้าพร้อมกับการลุยโปรเจกต์ศูนย์ข้อมูลในอวกาศร่วมกับ Elon Musk ครับ
STMicroelectronics (STM) ได้ประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้จากธุรกิจศูนย์ข้อมูลในปี 2026 ขึ้นเกือบเท่าตัวเป็นประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ (จากเดิมที่เคยตั้งเป้าไว้ที่สูงกว่า 500 ล้านดอลลาร์เล็กน้อย) และคาดว่ารายได้ส่วนนี้มีโอกาสเติบโตเป็นสองเท่า (แตะ 2 พันล้านดอลลาร์) ภายในปี 2027 หากแนวโน้มความต้องการยังคงแข็งแกร่งเช่นนี้
ปัจจัยขับเคลื่อนและข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน
ผู้บริหารระบุว่าการปรับเป้าหมายครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดทางฝั่งอุปสงค์เพราะความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI พุ่งสูงมาก แต่เกิดจากความมั่นใจในการปลดล็อกคอขวดและเพิ่มกำลังการผลิต โดยบริษัทเน้นย้ำถึง 3 ช่องทางหลักในตลาด Data Center:
นอกเหนือจากเรื่อง Data Center แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยบวกคือความสัมพันธ์อันยาวนานกับ SpaceX ของ Elon Musk (ซึ่งมีข่าวเตรียมจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในเดือนนี้)
มุมมองของ InnovestX
เรามองบวกต่อ STM จาก 1) แนวโน้มการเติบโตของกลุ่ม AI ที่ถูกปรับขึ้น 2) ดีลใหญ่ร่วมกับ AWS ในการส่งมอบชิป Silicon Photonics และ Power Management ช่วยสร้างภาพแหล่งรายได้ที่ชัดเจน และช่วยล็อกให้ AWS ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีของ STM ในระยะยาว 3) ผู้นำเทคโนโลยี Silicon Photonics: การเริ่มเปิดสายการผลิต PIC100 (ความเร็ว 800 Gb/s และ 1.6 Tb/s) ในปริมาณมาก ช่วยแก้ปัญหาคอขวดด้านพลังงานใน AI Data Center