สรุปสาระสำคัญ
ภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ นำโดยกลุ่มความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ซึ่งในปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีเริ่มสร้างรายได้ที่จับต้องได้จริงผ่านการนำเสนอฟีเจอร์ใหม่และการคิดราคาตามปริมาณการใช้งาน ขณะเดียวกันการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI Agents ได้เข้ามาปฏิวัติธุรกิจโดยเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือช่วยงานเป็นการทำงานแทนมนุษย์ในบางส่วน ดังจะเห็นได้จากยอดคำสั่งซื้อค้างส่งที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางกระแสการทดแทนของ AI ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันการฟื้นตัวของกลุ่ม โดยผู้ชนะในกลุ่มนี้คือบริษัทที่สามารถรวมการใช้งาน AI เข้ากับฐานข้อมูลและกระบวนการทำงานหลักของลูกค้าได้
ส่วนใหญ่ประกาศผลประกอบการดีกว่าที่คาดและปรับประมาณการขึ้น
ภาพรวมของกลุ่ม Software ในไตรมาสนี้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในหลายบริษัท โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI และระบบรักษาความปลอดภัย โดย Datadog รายงานผลประกอบการที่โดดเด่น โดยรายได้ต่อไตรมาสเกิน 1 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกและปรับเพิ่มประมาณการทั้งปี, Twilio มียอดขายและกำไรสูงกว่าที่คาดอย่างมาก และเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี, Fortinet รายงานรายได้และยอดจอง สูงกว่าคาดพร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ทั้งปี และ AppLovin ที่ผลประกอบการดีกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร ในส่วนของ SAP และ ServiceNow มีรายได้จากการสมัครสมาชิกที่เติบโตแข็งแกร่งตามเป้า, Akamai รายได้รวมเป็นไปตามคาดและได้รับแรงหนุนจากดีล Anthropic ที่เกี่ยวกับ AI, ขณะที่ Cadence Design แม้ผลงานจะดีกว่าคาดแต่ปรับลดมุมมองกำไรจากค่าใช้จ่ายในการควบรวมกิจการ ในขณะที่ Cloudflare แม้รายได้ไตรมาส 1 จะดีกว่าคาด แต่การคาดการณ์รายได้ 2Q26 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้
| |
Revenue growth YoY |
Revenue Beat |
EPS growth YoY |
EPS Beat |
Guidance |
| AppLovin (APP) |
24% |
4% |
113% |
4% |
ปรับเพิ่ม |
| Datadog (DDOG) |
28% |
5% |
13% |
15% |
ปรับเพิ่ม |
| Palantir (PLTR) |
85% |
6% |
154% |
18% |
ปรับเพิ่ม |
| Fortinet (FTNT) |
20% |
7% |
41% |
32% |
ปรับเพิ่ม |
| Twilio (TWLO) |
20% |
5% |
32% |
19% |
ปรับเพิ่ม |
| SAP (SAP) |
6% |
In-line |
19% |
5% |
คงที่ |
| Cadence (CDNS) |
19% |
1% |
25% |
4% |
เพิ่มรายได้ แต่ลดกำไร |
| Akamai (AKAM) |
6% |
In-line |
-5% |
— |
ปรับเพิ่ม |
| Cloudflare (NET) |
34% |
3% |
56% |
9% |
ปรับเพิ่ม แต่ต่ำกว่าที่คาด |
ทุกบริษัทกำลังมุ่งหน้าสู่ Agentic AI หรือระบบ AI ที่ทำงานได้เองอย่างอิสระ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- สินค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ —เติบโตดี โดยคำสั่งซื้อของ Fortinet เพิ่มขึ้น 31%, ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น 41%, รายได้ของ Cloudflare เพิ่มขึ้น 34%, ยอดขายสินค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Akamai เพิ่มขึ้น 11% ทุกบริษัทเห็นตรงกันว่า AI ทำให้ความเสี่ยงด้านไซเบอร์เพิ่มขึ้นและรุนแรงขึ้น ทำให้บริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีทั่วโลกกลัวและเร่งซื้อ
- Cloud / Observability (ความสามารถในการเข้าใจสถานะภายในของระบบ) — AI เป็นตัวเร่งที่สำคัญ Datadog มีรายได้เกิน $1 พันล้านดอลลาร์ ไตรมาสแรกในประวัติศาสตร์และเพิ่มขึ้น 33% โดยลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำ AI มีความต้องการสูงมากใน GPU Monitoring, LLM Observability ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ที่โตเร็ว
- AI Infrastructure / Compute บริการโครงสร้างพื้นฐานของ Cloud ของ Akamai เพิ่มขึ้น 40% YoY และปิดดีล $1.8B กับ Anthropic เป็นเวลา 7 ปี
- Data Analytic ซึ่งเป็นความต้องการอย่างมากในส่วนของถาครัฐและภาคเอกชน โดยรายได้ของ Palantir จากรัฐบาลสหรัฐเพิ่มขึ้น 84% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากระบบ Maven Smart System ส่วนรายได้จากภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 133%
- Voice AI / Messaging — Twilio มีรายได้จากเสียงเพิ่มขึ้น 20% ต่อเนื่อง 6 ไตรมาสติดต่อกัน และลูกค้าที่มีการใช้งานหลายสินค้าและบริการของบริษัทเพิ่มขึ้น 29% YoY
- EDA / Chip Design Tools (เครื่องมืออัตโนมัติสำหรับการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์) — Cadence มีรายได้จาก EDA เพิ่มขึ้น 18%, สินค้าที่เป็นสิทธิบัตรเพิ่มขึ้น 22% จากความต้องการในการออกแบบชิป AI
การเติบโตของ AI Agents (โปรแกรมที่ทำงานแทนมนุษย์ได้) ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกลุ่ม Software
- การเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร กรณีที่ชัดเจนที่สุดคือ Cloudflare ที่เลิกจ้างพนักงาน 1,100 ตำแหน่ง โดยระบุว่าเป็นการนำ Agentic AI มาใช้ทำงานแทนในบางส่วน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัว โดยระบุว่าการใช้งาน AI เพิ่มขึ้น 600% ใน 3 เดือน ซึ่งไปสอดคล้องกับ Meta และ Microsoft ที่ปรับลดคนไปก่อนหน้านี้
- การเปลี่ยนบทบาทของ Software โดยบริษัท Software จะไม่ใช่แค่เครื่องมือแต่กลายเป็นคนทำงานแทน บริษัทอย่าง ServiceNow กำลังตั้งเป้ารายได้ 3 หมื่นล้านเหรียญในปี 2030 โดยมี AI เป็นหัวใจหลักในการทำงานอัตโนมัติ นอกจากนั้น Cadense มองว่าเครื่องมือ AI Agents จะช่วยให้ออกแบบชิปได้ดีขึ้น ทำให้ความต้องการเครื่องมืออัตโนมัติสำหรับการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
- Datadog ประเมินว่าความต้องการ Observability (ความสามารถในการเข้าใจสถานะภายในของระบบ) จะสูงมากเพราะ AI Agent จะทำงาน 24 ชม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นมากในการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดข้อผิดพลาดภายใน
- เราเห็นหลายบริษัทอย่าง Palantir, ServiceNow, SAP, Datadog, Twilio กำลังวางสถานะของตัวเองที่เน้นไปยัง AI agents ที่ต้องใช้ความสามารถ (data plane, workflow engine, control tower, comms layer) มากกว่าจะสู้ LLM โดยตรง
การหารายได้จาก AI ของกลุ่ม Software (AI Monetisation) มีความชัดเจนมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
- AppLovin มี AI engine ชื่อ Axon ที่ทำหน้าที่จับคู่โฆษณากับคนที่น่าจะซื้อสินค้า ซึ่ง AI ทำได้ดี ทำให้บริษัทมีอัตราการทำกำไรจาก EBITDA สูงที่ 85% เพราะ AI ทำงานได้โดยแทบไม่ต้องเพิ่มต้นทุน และ AppLovin กำลังขยายจาก Gaming ไปสู่ e-commerce ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้น
- จ่ายตามการใช้ส่วนนี้กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรม Software ทั้งหมด แต่เดิมลูกค้าจ่ายตามจำนวนคนใช้งานไม่ว่าจะใช้มากหรือน้อยแต่แบบใหม่ลูกค้าจ่ายตามปริมาณที่ใช้จริง เช่น จำนวนครั้งที่ AI ทำงาน จำนวนธุรกรรมที่ผ่านระบบ บริษัทที่ทำได้ดีคือ Datadog, AppLovin และ ServiceNow ที่เปิดตัว Now Assist รวมถึง Twilio ที่ขาย Software add-ons สำหรับ AI
- SAP บูรณาการ AI Agents เข้าไปในระบบ Cloud เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ลูกค้า ทำให้สามารถรักษาฐานรากราคาและทำให้การย้ายระบบมา Cloud ได้มากขึ้น
- Cadence ขาย software สำหรับออกแบบชิป จากเดิมวิศวกร 1 คนดูแลได้ 1-2 แบบ แต่ตอนนี้ Cadence พัฒนา AI agents (ChipStack, InnoStack) ที่สามารถลองหลายร้อยแบบ พร้อมกันได้โดยอัตโนมัติ ทำให้วิศวกร 1 คนมีผลผลิตเทียบเท่า 5-10 คน ลูกค้ายอมจ่ายมากขึ้นสำหรับเครื่องมือที่ลดเวลาเข้าสู่ตลาดได้
- AI ทำให้ hacker เก่งขึ้นมาก สามารถค้นหาเปราะบางและจุดอ่อนใหม่ๆ ได้รวดเร็วกว่าเดิม สร้างการเจาะระบบขนาดใหญ่กว่าเดิม และโจมตีได้ในหลายจุดพร้อมกัน ผลที่ตามมาคือ Cybersecurity มีรายได้และกำไรเติบโตสูงมาก
สัญญาณการฟื้นตัวแม้ว่าจะมีกระแสของ AI Disruption
- ยังไม่มีสัญญาณกระทบจาก AI โดยรายได้ของ Datadog เพิ่มขึ้นจาก 29% ใน 4Q25 เป็น 32% รายได้ของ Twilio เพิ่มขึ้นจาก 13% ใน 4Q25 เป็น 20% เร็วสุดในรอบ 3 ปี รายได้ของ Palantir เติบโตแบบเร่งตัวขึ้นติดต่อกัน 11 ไตรมาส และยอดคำสั่งซื้อของ Fortinet เติบโตสูงสุดใน 3 ปีที่ 30% YoY
- Cloud Backlog ที่แข็งแกร่ง ซึ่ง ยอดคำสั่งซื้อของ SAP ที่เพิ่มขึ้น 25% บ่งบอกว่าองค์กรยังคงลงทุนในระบบพื้นฐานขนานใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ AI โดย SAP มีลูกค้าที่ต่ออายุ Now Assist ปี 2025 มีการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสัญญารายปีเฉลี่ย 3x และ 91% ของมูลค่าสัญญารายปีใหม่สุทธิของมาจากลูกค้าที่ซื้อสินค้ามากกว่า 5 ประเภท (vs 86% ปีก่อน)
- โครงสร้างพื้นฐาน AI ของ Software มีการเติบโตสูง การที่ Fortinet มียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 18% แสดงให้เห็นว่าองค์กรต้อง ปรับเปลี่ยนระบบความปลอดภัยและเน็ตเวิร์กใหม่เพื่อรองรับการประมวลผล AI
- Software ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลมีความต้องการอย่างมาก โดย Palantir พิสูจน์ว่าในยุคที่มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ Software ที่วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI สำหรับงานป้องกันประเทศกลายเป็นสินค้าที่ขาดไม่ได้
- Net Revenue Retention (ความสามารถในการรักษาและสร้างรายได้จากลูกค้าเดิมในช่วงเวลาที่กำหนด) ดีขึ้น Palantir NRR อยู่ที่ 150% (vs 124% ปีก่อน) เป็นสัญญาณว่าลูกค้าขยายตัวไม่ได้ใช้น้อยลง Datadog NRR อยู่ใน 120% (vs 110% ปีก่อน) Twilio Net Expansion Rate ที่ 114% (vs 107% ปีก่อน)
การเติบโตของ Billing / RPO โดดเด่น
- แนวโน้มของ Remaining Performance Obligation (RPO) ในกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์จากการรายงานล่าสุดแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งและเป็นสัญญาณบวกต่อการรับรู้รายในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จในการผนวก AI เข้ากับบริการหลัก เช่น SAP ที่มียอด Cloud Backlog เติบโตถึง 25% และ Fortinet ที่มี RPO เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI การเพิ่มขึ้นของ RPO นี้สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าองค์กรไม่ได้เพียงแค่ทดลองใช้ AI แต่เริ่มทำสัญญาระยะยาวและผูกพันในระดับโครงสร้างมากขึ้น ซึ่งทำหน้าที่เป็นปัจจัยที่ความผันผวนของรายได้ในช่วงที่ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
- การเปลี่ยนผ่านจากโมเดลการขายซอฟต์แวร์แบบเดิมไปสู่ยุค Agentic AI ที่สร้างมูลค่าสัญญาได้สูงขึ้น ดังจะเห็นได้จาก ServiceNow และ Palantir ที่สามารถรักษาโมเมนตัมการจองสัญญาใหม่ได้ดีอย่างต่อเนื่อง แม้บริษัทบางแห่งอาจมีการปรับคาดการณ์ระยะสั้นหรือปรับโครงสร้างองค์กรอย่าง Cloudflare แต่ยอด RPO รวมในอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้นอย่างมั่นคงเนื่องจากซอฟต์แวร์ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับการดำเนินงานขององค์กรยุคใหม่
| |
2Q24 |
3Q24 |
4Q24 |
1Q25 |
2Q25 |
3Q25 |
4Q25 |
1Q26 |
| Datadog (DDOG) |
43% |
26% |
24% |
33% |
36% |
53% |
52% |
51% |
| Palantir (PLTR) |
45% |
62% |
42% |
46% |
71% |
63% |
148% |
137% |
| Fortinet (FTNT) |
15% |
15% |
12% |
12% |
12% |
10% |
12% |
15% |
| Twilio (TWLO) |
4% |
9% |
13% |
12% |
13% |
16% |
13% |
20% |
| SAP (SAP) |
28% |
25% |
32% |
28% |
22% |
22% |
16% |
20% |
| Cadence (CDNS) |
13% |
4% |
13% |
7% |
7% |
25% |
15% |
25% |
| Akamai (AKAM) |
5% |
5% |
6% |
1% |
7% |
4% |
4% |
9% |
| Cloudflare (NET) |
37% |
39% |
36% |
39% |
39% |
43% |
48% |
36% |
มุมมองของ INVX
- เรามองเห็นสัญญาณเบื้องต้นของการฟื้นตัวของราคาหุ้น เป็นผลมาจากผลประกอบการของกลุ่ม Software ที่ดีกว่าที่คาดและแนวโน้มก็ดีกว่าที่คาด ทำให้เรามองว่าตลาดกังวลกับการมาของ AI ที่จะมาทดแทนกลุ่ม Software มากเกินไป ทั้งนี้คำสั่งซื้ออนาคตยังเติบโตและลูกค้ามีใช้จ่ายด้าน Software ไม่ลดลง
- ตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นในกลุ่ม Software ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากความกังวลเรื่องการทดแทนของ AI ทำให้ตลาดตั้งความคาดหวังต่ำเกินไป สำหรับบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก AI ส่งผลให้กำไรดีกว่าที่คาดแบะจะทำให้ Valuation ขยายตัวได้ บริษัทที่มีเรื่อง AI สนับสนุนชัดเจนแต่ราคายังสะท้อนความกังวลเรื่อง AI ให้มองว่าเป็นโอกาส
- จากผลประกอบการจะพบว่า AI ไม่ได้ทดแทนบริษัท Software แต่จะมาทดแทนบริษัท Software ที่ปรับตัวไม่ทันหรือไม่สามารถปรับตัวได้ และหากเอา AI มาบูรณาการเข้ากับระบบจะทำให้หารายได้ได้มากขึ้น
- มองว่าตลาดยังมีช่องว่างที่ลดลงจาก Valuation ได้แต่จุดนนี้มองว่าที่ P/E 24x น่าจะเริ่มมีแรงขายน้อยลง โดยมองว่ารายได้รอการรับรู้ (RPO) จะเป็นปัจจัยที่จะทำให้ตลาดคลายความกังวลได้ต่อเนื่อง
- บริษัทที่มีข้อมูลเป็นของตัวเอง (เช่น AppLovin หรือ Palantir) จะมีข้อได้เปรียบที่ AI คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้ เพราะ AI เก่งแค่ไหนก็ต้องการข้อมูลที่มีคุณภาพในการฝึกฝน
- เรามองว่า Software ที่แยกส่วนจะมีแนวโน้มไม่ดีและจะถูก AI เข้ามาทดแทน แต่แพลตฟอร์มที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน (Integrated Platforms) อย่าง SAP หรือ ServiceNow และ Cybersecurity ที่ใส่ AI เข้าไปใน Workflow เดิมของลูกค้าจะถูกทดแทนได้ยากเพราะมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงจากการใช้งานสูงมาก
- เรามองไปที่ส่วนของการออกแบบ ดูแล และรักษาความปลอดภัยมากกว่า Application เรามองว่าควรจะให้ความสำคัญกับบริษัทที่เป็นรากฐานของระบบนิเวศน์ AI ก่อน
คำแนะนำของ INVX
- บริษัทที่ platform ของตัวเองกลายเป็นโครงสร้างสำหรับ AI ยิ่ง AI เติบโตและมีการใช้งานเยอะขึ้น บริษัทก็จะได้ประโยชน์ ได้แก่ Datadog, Palantir, Akamai, AppLovin, Fortinet
- บริษัทที่ use-cases ถูก AI แทนที่ หรืออำนาจในการกำหนดราคาลดลงเพราะ AI ทำได้ในราคาถูกกว่า เราเห็น Cloudflare เริ่มส่งสัญญาณแรงกดดันจากอัตราการทำกำไร และ Adobe ที่อยู่ในสถานการณ์ที่ AI ทำได้ดีกว่าในหลายสินค้า
- เรายังมีมุมอมบวกต่อ Cybersecurity ที่มูลค่าตลาดรวมกำลังขยายตัวเร็วเพราะ AI ทำให้ทั้งตลาดใหญ่ขึ้น และความเสี่ยงที่ผู้ไม่หวังดีเก่งขึ้น หุ้นที่มองว่าได้ประโยชน์คือ PANW, CRWD
- กลุ่ม Software กำลังเปลี่ยนจากการเน้นการเติบโตไปเป็นคุณภาพและประสิทธิภาพถึงจะไป Premium บริษัทในกลุ่มนี้ต้องแสดง 3 อย่างพร้อมกัน: การเติบโตมากกว่า 15–20%, อัตราการทำกำไรขยายตัว, สินค้า AI ที่ใช้งานจริงและหาเงินได้ เรามองว่า Twilio, PLTR, APP, DDOG, NOW ตอบโจทย์นี้ในช่วงนี้
- หากใช้ Rule of 40 (ผลบวกของการเติบโตของรายได้และอัตราการทำกำไรจากการดำเนินงานที่มากกว่า 40%) และ/หรือมีแนวโน้มของการขยายตัวของอัตราการทำกำไรชัด เรามองว่า PLTR, NOW, SAP, TWLO, APP, DDOG เข้าข่าย
- หากต้องการ Backlog / Remaining Performance Obligation (ภาระผูกพันตามสัญญาคงเหลือ) / Total Contract Value (มูลค่าสัญญารวม) ที่แข็งแรงและสามารถสนับสนุนการเติบโตไปได้ 2–3 ปีข้างหน้า เรามองว่า PLTR, SAP, NOW เข้าข่าย
- หุ้นกลุ่ม Software มีความน่าสนใจมากขึ้นประเมินว่า CRWD, PLTR, PANW, SAP, SNPS, CDNS, MSFT, ORCL นักลงทุนที่มีหุ้นเหล่านี้มองว่าระยะยาวจะถูกทดแทนได้น้อย
- ถ้าต้องการกระจายความเสี่ยงในภาพรวมกลุ่ม Software ให้มองไปที่ IGV (iShares Expanded Tech-Software Sector) ที่เน้นไปที่หุ้น Software ขนาดใหญ่ เช่น Oracel, Microsoft, Palantir, Salesforce, Palo Alto Network, Crowdstrike, AppLovin ในขณะที่ XSW (SPDR S&P Software & Services) จะเหมาะสำหรับคนรับความเสี่ยงได้สูงเพราะเป็นหุ้นขนาดกลางและเล็ก เช่น Hut8, Arteis, Riot Platform, Terawulf, Cerence