สรุปสาระสำคัญ
NIKE เผยงบ 4Q26 แม้กำไรและรายได้จะดีกว่าคาด แต่โตจากรายการพิเศษเงินคืนภาษีศุลกากรเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจหลักยังอ่อนแอโดยยอดขายลดลง 1% YoY จากการชะลอตัวของสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์และตลาดจีน พร้อมปรับลดเป้าหมายรายได้ปี FY27 เป็นหดตัวระดับเลขตัวเดียวจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลกและภาษีศุลกากร โดย INVX มองว่า แม้ราคาหุ้นจะต่ำสุดในรอบ 12 ปี แต่ยอดขายยังมีแนวโน้มที่จะหดตัวในระยะสั้น (คาดว่าคู่แข่งอย่าง Adidas และ Under Armour จะมีทิศทางเช่นเดียวกัน) จึงควรรอให้ยอดขายฟื้นตัวชัดเจนอย่างน้อย 2 ไตรมาส ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้นในช่วง 3Q27 เป็นต้นไป
สรุปภาพรวมผลประกอบการ 4Q26
Nike รายงานผลประกอบการ 4Q26 ดีกว่าตลาดคาดทั้งในแง่กำไรและยอดขาย อย่างไรก็ดียอดขายลดลง 1% YoY จากการชะลอตัวของอุปสงค์ทั่วโลกและกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หดตัวรุนแรง แม้กำไรสุทธิจะเติบโตสูงถึง 407% YoY แต่อานิสงส์เกือบทั้งหมดมาจากรายการพิเศษการคืนภาษีศุลกากร ขณะที่ภาพรวมธุรกิจหลักยังคงอ่อนแอและต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยในครึ่งปีหลัง ทำให้บริษัทต้องปรับลดเป้าหมายรายได้ของ FY27 ลง
ผลประกอบการเปรียบเทียบกับคาดการณ์
- ดีกว่าที่ตลาดคาด: รายได้รวม 10.97 พันล้านเหรียญ ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 10.85 พันล้านเหรียญเล็กน้อย และกำไรต่อหุ้นที่ 0.72 เหรียญ สูงกว่าคาดการณ์ที่ประมาณ 0.11 - 0.12 เหรียญอย่างมาก
- เหตุผล: การเติบโตกว่าคาดในส่วนของกำไรเกิดจากรายการพิเศษเงินคืนภาษีศุลกากรภายใต้กฎหมาย IEEPA ที่สูงกว่าคาดและไม่ได้ถูกคำนวณไว้ในเป้าหมายเดิม แต่หากพิจารณาเฉพาะกำไรต่อหุ้นที่หักรายการพิเศษนี้ออกจะอยู่ที่ 0.20 เหรียญ ซึ่งแม้จะดีกว่าคาดการณ์เล็กน้อย แต่ในภาพรวมแนวโน้มรายได้หลักและยอดคำสั่งซื้อล่วงหน้ายังคงถูกกดดันอย่างหนัก
รายละเอียดผลประกอบการ
ตารางสรุปผลประกอบการ 4Q26 และ FY26
|
รายการ (หน่วย: $ล้าน)
|
4Q26
|
4Q25
|
YoY%
|
FY 26
|
FY 25
|
YoY%
|
|
รายได้รวม
|
$10,972
|
$11,097
|
-1%
|
$46,398
|
$46,309
|
0%
|
|
กำไรขั้นต้น
|
$5,393
|
$4,469
|
+21%
|
$19,911
|
$19,790
|
+1%
|
|
อัตรากำไรขั้นต้น
|
49.2%
|
40.3%
|
+890 bps
|
42.9%
|
42.7%
|
+20 bps
|
|
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
|
$4,082
|
$4,148
|
-2%
|
$16,114
|
$16,088
|
0%
|
|
กำไรสุทธิ
|
$1,069
|
$211
|
+407%
|
$3,108
|
$3,219
|
-3%
|
|
กำไรต่อหุ้น
|
$0.72
|
$0.14
|
+414%
|
$2.10
|
$2.16
|
-3%
|
รายได้รวมไตรมาส 4 หดตัวเล็กน้อย 1% (หากคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ลดลง 4%) อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวเป็น 49.2% และส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 407% ทั้งนี้เกิดจากผลประโยชน์ทางภาษีศุลกากรเป็นหลัก หากดูภาพรวมทั้งปี รายได้ทรงตัวอยู่ที่ 0% ขณะที่กำไรสุทธิและกำไรต่อหุ้นสำหรับทั้งปีหดตัวลง 3% สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการเลิกจ้างพนักงานและการปรับโครงสร้างองค์กรที่เกิดขึ้นระหว่างปี
วิเคราะห์งบดุลและงบกระแสเงินสด
- สินทรัพย์สภาพคล่อง: บริษัทมีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนระยะสั้นรวมอยู่ที่ 9.0 พันล้านเหรียญ โดยในไตรมาสนี้ได้รับเงินสดจากการคืนเงินภาษีนำเข้ามาแล้วประมาณ 300 ล้านเหรียญ
- กระแสเงินสดและงบลงทุน: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นบวกและเพียงพอต่อการจ่ายเงินปันผลมูลค่า 2.4 พันล้านเหรียญสำหรับทั้งปี และรองรับงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
- ข้อผิดสังเกตในงบดุล:
1. ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 26%: อยู่ที่ 5.93 พันล้านเหรียญ เทียบกับ 4.71 พันล้านเหรียญในปีก่อน ซึ่งเกิดจากการบันทึกสิทธิเงินคืนภาษีศุลกากรส่วนที่เหลือที่ยังไม่ได้รับเป็นเงินสดเข้ามาในบัญชี ซึ่งต้องติดตามความเร็วในการจัดเก็บเงินก้อนนี้
2. หนี้สินระยะยาวที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปีเพิ่มขึ้นเป็น 2.0 พันล้านเหรียญ: จากเดิมที่เป็นศูนย์ในปีก่อนหน้า สะท้อนว่าจะต้องมีการเตรียมเงินสดหรือวางแผนออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อมาชำระคืนหนี้สินก้อนนี้
รายการพิเศษ
- รายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว: ผลประโยชน์จากการรับรู้โอกาสการคืนภาษีศุลกากรภายใต้กฎหมาย IEEPA มูลค่า 986 ล้านเหรียญ ซึ่งส่งผลบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 900 bps และหนุนกำไรต่อหุ้น 0.52 เหรียญ
- อย่างไรก็ดี หากหักรายการพิเศษนี้ออก อัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเหลือ 40.2% หรือหดตัว 10 bps จากปีที่แล้ว และ กำไรต่อหุ้นจากการดำเนินงานปกติจะเหลือเพียง 0.20 เหรียญ
ยอดขายในรายในธุรกิจและภูมิภาค
- ช่องทางขายส่ง: เพิ่มขึ้น 4% เป็นปัจจัยหนุนหลัก โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือที่เติบโตถึง 10% จากการเริ่มฟื้นตัวของช่องทางร้านค้าพันธมิตรอย่าง Foot Locker
- ช่องทางขายตรงสู่ผู้บริโภค: หดตัวลง 7% โดยช่องทางดิจิทัลหดตัวรุนแรงถึง 12% เนื่องจากนโยบายลดส่วนลดและระงับการจัดกิจกรรมลดราคาเพื่อรักษาคุณค่าของแบรนด์
- กลุ่มผลิตภัณฑ์กีฬา: กลุ่มผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงสำหรับการเล่นกีฬา เช่น รองเท้าวิ่ง, ฟุตบอล เติบโตระดับเลขตัวเดียวตอนกลาง
- กลุ่มแฟชั่นไลฟ์สไตล์: สินค้ากลุ่มแฟชั่นและสตรีทแวร์ หดตัวระดับเลขสองหลัก และ Converse หดตัวรุนแรง 32%
- ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่: หดตัวลง 12% ทั้งนี้ หากคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนคงที่จะหดตัวลงถึง 17% เนื่องจากเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซาและการแข่งขันจากแบรนด์ท้องถิ่นที่รุนแรงขึ้น
- ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา: หดตัวลง -1% ทั้งนี้ หากคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนคงที่จะหดตัวลงถึง 6% จากผลกระทบของการลดมาตรการส่งเสริมการขายบนช่องทางออนไลน์
แนวโน้มและคาดการณ์อนาคต
- ทิศทางเป้าหมาย: ปรับลดเป้าหมายลง
- คาดการณ์ปีงบประมาณ 2027: จากเดิมที่ตลาดคาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตเล็กน้อที่ 0.4% บริษัทได้ปรับเป้าหมายลงเป็น รายได้หดตัวในระดับเลขตัวเดียวตอนล่างถึงตอนกลาง โดยในไตรมาสแรกของปีงบประมาณคาดว่าจะลดลงในระดับดังกล่าว และไตรมาสที่สองจะชะลอตัวลงต่อเนื่อง
- สมมติฐานหลัก: คาดการณ์ว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลกจะไม่ปรับตัวดีขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า และตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าอัตราภาษีศุลกากรจะอยู่ที่ระดับ 10% จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม และจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15% หลังจากนั้น
มุมมองผู้บริหารและประเด็นสำคัญจากการประชุม Earnings Call
- ประธานบริหารระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเริ่มแข็งแกร่งขึ้นผ่านกลยุทธ์ Sport Offense โดยโยกย้ายพนักงานกว่า 8,000 คนเข้าสู่โครงสร้างใหม่ แม้ว่าผลลัพธ์ในปัจจุบันจะยังถูกฉุดรั้งจากสินค้ากลุ่มแฟชั่นสตรีทแวร์และแบรนด์จอร์แดนก็ตาม
- บริษัทยอมรับว่าต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่าน โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบภายใต้โครงสร้างการทำงานใหม่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดอย่างชัดเจนในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027
- สำหรับตลาดจีน บริษัทกำลังเพิ่มทรัพยากรให้แก่ทีมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อให้สามารถออกแบบ พัฒนา และผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนได้รวดเร็วยิ่งขึ้นภายในปี 2027
สัญญาณต่ออุตสาหกรรมและคู่แข่ง
- ความอ่อนแอของผู้บริโภค: ผู้บริหารประเมินว่าผู้บริโภคทั่วโลกกำลังอยู่ภายใต้ความกดดันและมีความวิตกกังวลสูง ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้เข้าชมร้านค้าและการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มแฟชั่นสปอร์ตแวร์ ซึ่ง INVX คาดว่าจะเห็นแนวโน้มที่อ่อนแอเช่นเดียวในการคาดการณ์กำไรของ Adidas หรือ Under Armour เป็นต้น
- อำนาจการตั้งราคาที่ลดลงในกลุ่มแฟชั่น: การหดตัวของสินค้าไลฟ์สไตล์ของ Nike สะท้อนว่าแบรนด์ขนาดใหญ่เริ่มสูญเสียอำนาจการตั้งราคาในส่วนนี้ให้กับคู่แข่งรายใหม่ๆ ทั่วโลก นักลงทุนควรระวังความเสี่ยงในลักษณะเดียวกันกับแบรนด์เครื่องแต่งกายอื่นๆ
- การเติบโตของแบรนด์ท้องถิ่นในประเทศจีน: สัญญาณยอดขายที่ลดลงในจีนของไนกี้ ยืนยันว่าผู้บริโภคชาวจีนหันไปนิยมแบรนด์ในประเทศมากขึ้นเนื่องจากระดับราคาและความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม
ความเสี่ยงและความกังวลหลัก
- ระยะเวลาการพลิกฟื้นธุรกิจที่ยาวนานขึ้น: นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตต้องใช้เวลาในการผลิตและกระจายสินค้า ส่งผลให้ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของ FY27 จะยังคงไม่สม่ำเสมอ
- ความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลังที่ต้องระบายออก: สินค้ากลุ่มคลาสสิกและแบรนด์ Converse ยังคงมีปัญหาสินค้าล้นตลาด ซึ่งหากไม่สามารถระบายได้ตามเป้าหมาย อาจนำไปสู่การตัดลดราคารอบใหม่ที่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
มุมมองของ INVX
เรามองว่า แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลงมาจนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี แต่อุปสงค์และยอดขายสินค้าหลักยังคงมีแนวโน้มหดตัวต่อในระยะสั้น สะท้อนให้เห็นถึง ความเปราะบางของกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งคาดว่า Adidas, Under Armour จะมีแนวโน้มที่เปราะบางเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ แม้ว่า Nike มีสัญญาณบวกจากอัตรากำไรดำเนินงานที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการลดโปรโมชั่นลง สะท้อนผ่านการตั้งสำรองและการตัดลดราคาสินค้าในสหรัฐฯ ที่น้อยลง รวมไปถึง ในตลาด EMEA ยอดขายฝั่ง off-price ลดลงไปกว่า 50% แต่เราแนะรอให้ยอดขายกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ไตรมาสเสียก่อน ค่อยพิจารณาการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้นในช่วง 3Q27 เป็นต้นไป
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน