
IBM รายงานผลประกอบการเบื้องต้น 2Q26 ต่ำกว่าตลาดคาดในทุกธุรกิจหลัก ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการที่ลูกค้าองค์กรโยกย้ายงบประมาณจากระบบซอฟต์แวร์ งานที่ปรึกษา และเมนเฟรม ไปเร่งจัดซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น เซิร์ฟเวอร์และหน่วยความจำเพื่อสำรองสินค้าก่อนปรับราคาขึ้น ส่งผลให้มุมมองระยะสั้นของ IBM และกลุ่มซอฟต์แวร์องค์กร และงานที่ปรึกษา เช่น NOW, CRM, ACN เป็นลบจากการถูกแย่งงบดุลยพินิจ ในขณะที่เป็นปัจจัยบวกเชิงเปรียบเทียบต่อผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และชิป AI เช่น MU, NVDA รวมถึงกลุ่มความปลอดภัยไซเบอร์ เช่น PANW, CRWD ที่ยังได้รับความสำคัญสูงในการลงทุน
IBM รายงานตัวเลขเบื้องต้นต่ำกว่าตลาดคาด
IBM รายงานผลประกอบการเบื้องต้น 2Q26 โดยมีรายได้ $17.2bn เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ต่ำกว่าตลาดคาดที่ประมาณ $17.8–17.9bn ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วอยู่ที่ $2.93 ต่ำกว่าคาดราว $3.02 สะท้อนผลกระทบจากรายได้ที่อ่อนแอกว่าคาดและอัตรากำไรที่ลดลง
|
รายการ |
ผลประกอบการ |
ตลาดคาด |
เทียบคาด |
|
รายได้รวม |
$17.2bn, +1% YoY |
$17.8–17.9bn |
ต่ำกว่าคาด |
|
กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว |
$2.93, +5% YoY |
ประมาณ $3.02 |
ต่ำกว่าคาด |
|
รายได้ซอฟต์แวร์ |
+5% YoY |
ประมาณ +11% |
ต่ำกว่าคาด |
|
รายได้ที่ปรึกษา |
ทรงตัว |
ประมาณ +2% |
ต่ำกว่าคาด |
|
รายได้โครงสร้างพื้นฐาน |
-7% YoY |
ประมาณ -3% |
ต่ำกว่าคาด |
|
กระแสเงินสดอิสระ 1H26 |
$4.8bn |
ประมาณ $5.5bn |
ต่ำกว่าคาด |
สาเหตุหลักมาจาก ลูกค้าเร่งซื้อเซิร์ฟเวอร์และหน่วยความจำก่อนราคาปรับขึ้น
สาเหตุหลักของรายได้ที่ต่ำกว่าคาดมาจากลูกค้าองค์กรเปลี่ยนการจัดสรรงบลงทุนอย่างรวดเร็วในช่วงปลายเดือนมิถุนายน โดยย้ายงบจากเมนเฟรม ซอฟต์แวร์ และงานที่ปรึกษา ไปยังเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และหน่วยความจำ เพื่อสำรองอุปกรณ์ก่อนเกิดภาวะขาดแคลนและการปรับขึ้นราคา
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า การลงทุนด้าน AI ไม่ได้เพิ่มงบเทคโนโลยีทุกประเภทพร้อมกัน แต่กำลังดึงงบจากซอฟต์แวร์และโครงการปรับปรุงระบบเดิม ไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นเร่งด่วนกว่า โดยเฉพาะชิป หน่วยความจำ เซิร์ฟเวอร์ และระบบเครือข่าย
ธุรกิจเมนเฟรมและซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องเป็นจุดอ่อนหลัก
รายได้ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานลดลง 7% YoY แย่กว่าที่บริษัทเคยประเมินว่าจะลดลงในระดับเลขหลักเดียวช่วงต้น โดยยอดขายเมนเฟรมตระกูล Z และซอฟต์แวร์ประมวลผลธุรกรรมได้รับผลกระทบจากการเลื่อนปิดสัญญาขนาดใหญ่
ฝ่ายบริหารยอมรับว่าบริษัทปรับตัวต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าได้ไม่เร็วพอ ส่งผลให้หลายสัญญาไม่สามารถรับรู้รายได้ตามกำหนด อย่างไรก็ตาม ยอดขายเมนเฟรมที่อ่อนแออาจมีทั้งผลจากจังหวะการสั่งซื้อและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง จึงต้องติดตามว่าความต้องการจะกลับมาในครึ่งปีหลังหรือไม่
ซอฟต์แวร์ยังเติบโต แต่ชะลอลงมากกว่าคาด
รายได้ธุรกิจซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น 5% YoY แต่ต่ำกว่าตลาดคาดที่ประมาณ 11% โดยจุดแข็งยังมาจาก Red Hat ซึ่งเติบโตประมาณ 11% รวมถึงผลการดำเนินงานจาก HashiCorp และ Confluent
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของซอฟต์แวร์โดยรวมถูกกดดันจากการชะลอตัวของการซื้อสิทธิ์ใช้งานที่เชื่อมโยงกับเมนเฟรม รวมถึงการที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับการลงทุนฮาร์ดแวร์มากกว่าโครงการซอฟต์แวร์ใหม่ ความเสี่ยงจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะ IBM แต่ครอบคลุมผู้ให้บริการซอฟต์แวร์องค์กรที่ต้องพึ่งพางบลงทุนตามดุลยพินิจของลูกค้า
ธุรกิจที่ปรึกษาเผชิญวงจรการขายยาวขึ้น
รายได้ธุรกิจที่ปรึกษาทรงตัว หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1% เมื่อไม่นับผลของอัตราแลกเปลี่ยน สะท้อนว่าลูกค้าชะลอโครงการปรับปรุงระบบและโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อควบคุมต้นทุนและนำงบไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI
แม้ความต้องการบริการที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ยังช่วยสนับสนุนยอดเซ็นสัญญา แต่ระยะเวลาตั้งแต่การทดลองใช้งานไปจนถึงการติดตั้งเชิงพาณิชย์ยังยาวนาน ทำให้รายได้จากโครงการใหม่อาจรับรู้ช้ากว่าที่ตลาดคาด
กระแสเงินสดยังแข็งแกร่ง แต่ต่ำกว่าคาด
IBM สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน $7.8bn และกระแสเงินสดอิสระ $4.8bn ในช่วง 1H26 ซึ่งยังถือว่าแข็งแกร่งและช่วยรองรับเงินปันผล การซื้อกิจการ และการลงทุนใน AI และควอนตัม
อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดอิสระต่ำกว่าตลาดคาดที่ประมาณ $5.5bn และทรงตัวจากปีก่อน สะท้อนว่ารายได้ที่ชะลอลงยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นการเติบโตของเงินสดได้อย่างชัดเจน หากรายได้ซอฟต์แวร์และบริการยังอ่อนแอต่อเนื่อง บริษัทอาจต้องเพิ่มการควบคุมค่าใช้จ่ายหรือปรับโครงสร้างกำลังคนเพื่อรักษาอัตรากำไร
ปัจจัยบวกที่ยังต้องติดตาม
แม้งบไตรมาสนี้น่าผิดหวัง แต่ IBM ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก Red Hat ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายตัว และการเติบโตของงานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าลงทุนมากกว่า $10bn ในเทคโนโลยีควอนตัม โดยมีเป้าหมายพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ภายในปี 2029
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจควอนตัมและความร่วมมือด้าน AI ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และยังมีขนาดไม่เพียงพอที่จะชดเชยความอ่อนแอของธุรกิจเมนเฟรม ซอฟต์แวร์ และที่ปรึกษาในระยะสั้น
มุมมองของ INVX
มุมมองต่อ IBM
มุมมองระยะสั้นเป็นลบ เนื่องจากผลประกอบการต่ำกว่าคาดในทุกธุรกิจหลัก พร้อมสะท้อนปัญหาทั้งจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลูกค้าและการดำเนินงานภายในบริษัท แม้ว่าราคาหุ้นที่ลดลงแรงอาจทำให้มูลค่าเริ่มน่าสนใจขึ้น แต่เรามองว่ายังต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มรายได้ทั้งปี การฟื้นตัวของเมนเฟรม และมาตรการลดต้นทุน
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ การเลื่อนปิดสัญญาเป็นเพียงผลกระทบด้านจังหวะเวลาหรือเป็นสัญญาณว่าลูกค้ากำลังลดการลงทุนในระบบของ IBM อย่างถาวร หากยอดขายสามารถกลับมาได้ในครึ่งปีหลัง แรงกดดันต่อกำไรอาจจำกัด แต่หากการย้ายงบไปยังฮาร์ดแวร์ AI ต่อเนื่อง IBM มีความเสี่ยงถูกปรับลดประมาณการกำไรเพิ่มเติม
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี
|
กลุ่มอุตสาหกรรม |
ผลกระทบ |
เหตุผล |
|
ซอฟต์แวร์องค์กร |
ลบ |
ลูกค้าเลื่อนการซื้อซอฟต์แวร์เพื่อจัดสรรงบไปยังฮาร์ดแวร์ AI |
|
ที่ปรึกษาเทคโนโลยี |
ลบ |
โครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและสัญญาขนาดใหญ่ใช้เวลาปิดนานขึ้น |
|
เซิร์ฟเวอร์และระบบจัดเก็บข้อมูล |
บวก |
ลูกค้าเร่งซื้ออุปกรณ์ก่อนราคาปรับขึ้นและอุปทานตึงตัว |
|
หน่วยความจำและชิ้นส่วน |
บวก |
ความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ลูกค้าเร่งสำรองสินค้า |
|
ความปลอดภัยไซเบอร์ |
บวก |
ความเสี่ยงจาก AI ทำให้งบด้านความปลอดภัยมีความจำเป็นสูงขึ้น |
|
เมนเฟรมและระบบเดิม |
ลบ |
งบลงทุนถูกเบียดออกโดยโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นใหม่ |
ดังนั้น เรามองว่า ในระยะสั้นกลุ่มผู้ให้บริการซอฟต์แวร์องค์กรที่ต้องพึ่งพางบลงทุนตามดุลยพินิจของลูกค้า เช่น IBM, NOW, CRM, SAP, ACN มีความเสี่ยงต่อการเลื่อนโครงการและการเติบโตต่ำกว่าคาด ขณะเดียวกัน เรามองบวกเชิงเปรียบเทียบต่อผู้ผลิตโครงสร้างพื้นฐาน เช่น MU, SK Hynix, NVDA, AMD เป็นต้น รวมถึงหุ้นความปลอดภัยไซเบอร์อย่าง PANW, CRWD และ ZS ซึ่งมีโอกาสได้รับงบลงทุนที่ถูกจัดลำดับความสำคัญสูงในช่วงที่องค์กรเร่งลงทุน AI
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน