Offshore Stock Update

ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก! Horizon Robotics ส่งชิป Starry ท้าชน Nvidia-Qualcomm ปฏิวัติสมองกลรถยนต์อัจฉริยะ

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|27 Apr 26 6:02 PM
horizon
สรุปสาระสำคัญ

Horizon Robotics เปิดตัวชิป Starry สถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตรที่รวมระบบขับขี่อัตโนมัติและห้องโดยสารอัจฉริยะไว้ในชิปเดียวเป็นครั้งแรก เพื่อท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ Qualcomm โดยชูจุดเด่นด้านการลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 5,000 หยวนต่อคัน ท่ามกลางภาวะสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเปิดตัว KaKaClaw AI Agent ที่ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้และการสร้างระบบนิเวศซอฟต์แวร์ ซึ่งกลยุทธ์แบบบูรณาการนี้จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรและขยายฐานลูกค้าในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ (เช่น BYD, Chery) ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เป็นต้นไป

ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก! Horizon Robotics ส่งชิป Starry ท้าชน Nvidia-Qualcomm ปฏิวัติสมองกลรถยนต์อัจฉริยะ

 

Horizon Robotics ได้เปิดตัว Starry ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์ระดับยานยนต์ขนาด 5 นาโนเมตร ตัวแรกของบริษัท โดยมีความโดดเด่นในการเป็นชิปที่ ผสานรวมการทำงานของห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart-Cabin) และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-Driving) ไว้ในชิปตัวเดียว เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถลดต้นทุนท่ามกลางสงครามราคาที่รุนแรงในอุตสาหกรรม ชิปตระกูล Starry นี้ประกอบด้วยรุ่น Starry 6P และ Starry 6H พร้อมกับการเปิดตัว KaKaClaw ซึ่งเป็น AI Agent ในรถยนต์ที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้และประมวลผลคำสั่งที่ซับซ้อนได้

 

Starry และ KaKaClaw คืออะไร?
Starry คือชิปประมวลผล สถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตร ที่ใช้แนวคิดที่รวมการทำงานของระบบ ADAS (ขับขี่อัตโนมัติ) และระบบห้องโดยสาร (ความบันเทิงและหน้าจอ) เข้าด้วยกันในชิปตัวเดียว แบ่งเป็น 2 รุ่นหลักคือ Starry 6P (650 TOPS) และ Starry 6H (500 TOPS)
KaKaClaw คือระบบปฏิบัติการ AI Agent ในรถยนต์ ที่เปลี่ยนจากการใช้โมเดล AI แบบแยกส่วนมาเป็นโมเดลขนาดใหญ่แบบรวมศูนย์ สามารถเข้าใจคำสั่งที่คลุมเครือ จัดการงานที่ต่อเนื่อง และเรียนรู้นิสัยของผู้ใช้เพื่อให้บริการในรูปแบบเพื่อนร่วมทาง

 

ทำไมการออกสินค้าใหม่ของ Horizon Robotic ถึงสำคัญ?
1) อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือเพียง 4.1% เนื่องจากการแข่งขันที่สูง เมื่อชิป Starry ช่วยลดส่วนประกอบและขนาดคอนโทรลเลอร์ลงครึ่งหนึ่ง จึงมีแนวโน้มช่วยประหยัดต้นทุนการผลิตได้ราว 5,000 หยวนต่อคัน
2) เป็นความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญ จากระบบแบบแยก domain (one box, one board) มาสู่ระบบ one chip solution ที่เป็นแนวโน้มอนาคตของอุตสาหกรรม 
3) เป็นชิป 5 นาโนเมตรรุ่นแรกที่รวมสองหน้าที่หลักไว้ด้วยกัน ซึ่งสามารถประมวลผลโมเดล AI ขนาด 30 พันล้านพารามิเตอร์ได้ภายในตัวรถ ชิป Starry 6P ฝีมือเทียบเท่า Qualcomm SA8797P ซึ่งเป็น benchmark ของตลาด
4) เป็นการแสดงศักยภาพของบริษัทจีนที่สามารถแข่งขันโดยตรงกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Nvidia และ Qualcomm ในตลาดเทคโนโลยียานยนต์ขั้นสูง

 

สินค้าใหม่จะส่งผลอย่างไรต่อ Horizon Robotic?
1) บริษัทกำลังปรับเปลี่ยนจากเพียงแค่ผู้ขายชิปไปเป็นผู้สร้างระบบนิเวศ
2) กลยุทธ์การอยู่รอดของค่ายรถยนต์ในยุคมาร์จิ้นต่ำ ลดความต้องการหน่วยความจำจากเดิม 64GB เหลือเพียง 28-40GB และชิประดับบนที่มีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าจะทำให้อัตราการทำกำไรมีแนวโน้มขยายตัวขึ้น
3) KaKaClaw สามารถรองรับชิปคู่แข่งและขยายฐานผู้ใช้ software ได้กว้างกว่า
4) โซลูชันแบบบูรณาการ (One chip) นี้จะช่วยเพิ่มการยอมรับจากผู้ผลิตรถยนต์ จากปัจจุบันที่มีกว่าค่ายผลิตรถยนต์ 14 มีการทำสัญญาไปแล้วรวม BYD, BAIC, Chery, Bosch 

 

ใครคือคู่แข่งของชิป Starry?
Horizon Robotics แข่งขันตรงกับผู้เล่นระดับโลกอย่าง Nvidia, Qualcomm และ MediaTek ในตลาดชิปรถยนต์อัตโนมัติรุ่นใหม่ อย่างไรก็ดี Qualcomm และ Nvidia มี ecosystem ที่ลึกกว่ามากในตลาดโลก ส่วน Starry 6P มีข้อได้เปรียบในด้านด้านราคาต่อประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าโดย CEO เน้นว่าสามารถประหยัดต้นทุนได้ 5,000 หยวน ต่อคันเมื่อเทียบกับการใช้ชิปที่แยกกัน ซึ่งสูงกว่า Qualcomm SA8797P ที่ประหยัดประมาณ 2,000 หยวนเมื่อเทียบกับการใช้ชิปแยก

 

ห่วงโซ่อุปทาน
Suppliers หลัก ได้แก่ Sunny Optical Technology และ Infineon Technologies รวมถึง TSMC และ SMIC ซึ่งทำfoundry สำหรับ 5nm process (ซึ่งชิปยานยนต์ระดับ 5nm ปัจจุบันตลาดมี TSMC เป็นรายหลัก)
ลูกค้าหลัก ได้แก่ Guangzhou Automobile (20% ของรายได้), Ningbo Joyson (13%), Carizon Beijing Technology (11%), Li Auto (8%), Chery Automobile (4%), Great Wall Motor (3%), Changan (2%), BYD (2%), Geely, BAIC, Dongfeng, Nio (1-2%)

 

มุมมองของเราต่อเรื่องนี้
1) ก้าวต่อไปของ Horizon Robotics คือ Riemann Architecture และ Journey 7 ที่จะใช้กระบวนการผลิตระดับ 3-4 นาโนเมตรในปี 2027 เพื่อรองรับโมเดล AI ที่ใหญ่ขึ้นไปอีก
2) การรวมกันของระบบขับขี่และห้องโดยสารเป็นแนวโน้มที่เลี่ยงไม่ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซับซ้อนของระบบไฟฟ้ารถยนต์
3) การที่ KaKaClaw รองรับชิปคู่แข่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ — Horizon กำลังสร้างระบบนิเวศน์ของ software ที่อาจมีมูลค่ามากกว่า hardware ในระยะยาว
4) Horizon Robotics ได้ทำข้อตกลงการผลิตเบื้องต้นกับ ผู้ผลิตรถยนต์ 14 ราย เช่น BYD, BAIC, Chery และซัพพลายเออร์ระดับ Tier 1 อย่าง Bosch ซึ่งนับเป็นผลดีต่อแนวโน้มรายได้ โดยชิป Starry และ AI Agent จะเปิดตัวครั้งแรกในรถยนต์รุ่น iCar V27 ของ Chery ในช่วง 3Q26 
5) เมื่อความสามารถหลังของชิปและระบบปฏิบัติการจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันจึงทำให้แนวโน้มของอัตราการทำกำไรเป็นความคาดหวังหลักของ Horizon Robotic ใน 2H26 และ 2027
6) ควรติดตามการแข่งขันกับ Qualcomm และ Nvidia อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในด้านส่วนแบ่งทางการตลาดและอำนาจในการกำหนดราคาในตลาดชิปยานยนต์ที่มีการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5