
ราคาหุ้น Intel พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2000 โดยปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 80% ในปีนี้ วันนี้ Intel ภายใต้การนำของ CEO อย่าง Lip-Bu Tan กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงแผนการฟื้นฟูธุรกิจ ที่เริ่มออกดอกออกผลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Intel เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองที่สุดในวัฏจักรการลงทุน AI โครงสร้างพื้นฐานรอบนี้ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน ราคาปัจจุบันสะท้อนความคาดหวังสูงไว้มากแล้ว สำหรับคนที่เชื่อใน Story ระยะ 2–3 ปี การรอจังหวะซื้อบน Weakness น่าจะดีกว่าการไล่ราคาตอนนี้
หรือว่า Intel จะฟื้นคืนชีพกลับมาทวงบัลลังค์หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี?
ราคาหุ้น Intel พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2000 โดยปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 80% ในปีนี้ จากอดีตบริษัทที่เคยยิ่งใหญ่ที่เคยสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด วันนี้ Intel ภายใต้การนำของ CEO อย่าง Lip-Bu Tan กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงแผนการฟื้นฟูธุรกิจ ที่เริ่มออกดอกออกผลอย่างต่อเนื่อง
เราแบ่งออกเป็น 3 เรื่องใหญ่
1) ภาพอุตสาหกรรมเอื้ออำนวย
ในยุคที่ AI พัฒนาไปสู่ Agentic AI และ Inference ทำให้ความต้องการหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ในระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้กลับมามีความสำคัญ สะท้อนจากภาวะขาดแคลน CPU ในปัจจุบันส่งผลให้ Intel และ AMD สามารถปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ยได้ประมาณ 10% ถึง 15% และบางกรณีลูกค้าอาจต้องรอการจัดส่งสินค้านานถึง 6 เดือน และรายได้จากชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลและงานปัญญาประดิษฐ์เติบโตดี
โดยรายได้จากชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลและงานปัญญาประดิษฐ์เติบโตดี ราคาขายเฉลี่ยดีขึ้น เพราะอุปทานยังตึงตัว ขณะที่ความต้องการชิปรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นี่ทำให้ Intel และคู่แข่งกลับมามีอำนาจต่อรองด้านราคาในตลาดซีพียูฝั่งเซิร์ฟเวอร์
2) จับมือทำโครงการกับบริษัทขนาดใหญ่
• Intel ได้เข้าร่วมโปรเจกต์ Terafab ของ Elon Musk เพื่อช่วยพัฒนาและผลิตชิปประสิทธิภาพสูงให้กับ Tesla, SpaceX และ xAI โดยเป้าหมายของโปรเจกต์นี้คือการสร้างพลังการประมวลผลระดับ 1 เทราวัตต์ต่อปี
• Google ให้คำมั่นในการใช้ชิปประมวลผล Xeon รุ่นใหม่ของ Intel ใน Data Center อย่างต่อเนื่อง และจะร่วมมือกันพัฒนาชิป IPU แบบปรับแต่งเฉพาะเพื่อรองรับการทำงานด้านเครือข่ายและความปลอดภัย
• Intel กำลังเจรจากับลูกค้ารายใหญ่อย่าง Google และ Amazon ในการให้บริการแพ็กเกจชิปขั้นสูง ซึ่งเป็นการยกระดับการแข่งขันกับผู้นำตลาดอย่าง TSMC ซึ่งปัจจุบัน Intel ได้สั่งซื้อเครื่อง High-NA EUV จาก ASML ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเมื่อเทียบกับเครื่อง EUV ของ TSMC
• Saimemory ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ SoftBank ได้ตกลงร่วมมือกับ Intel เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหน่วยความจำสำหรับ AI ที่ชื่อว่า Z-Angle Memory โดยมีเป้าหมายเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2029 ถึง 2030
3) ความแข็งแกร่งทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
Intel ตกลงจ่ายเงิน 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อหุ้น 49% ของโรงงาน Fab 34 ในไอร์แลนด์คืนจากบริษัท Apollo Global Management การซื้อคืนครั้งนี้จะดำเนินการโดยใช้เงินสดในมือร่วมกับการออกตราสารหนี้ใหม่มูลค่าประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์ การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของบริษัทต่อแนวโน้มความต้องการ CPU ในระยะยาวและงบดุลที่แข็งแกร่งขึ้น
รัฐบาลสหรัฐฯ — ถือหุ้น 8.4% เพื่อความมั่นคงอุตสาหกรรมชิปในประเทศ และ Nvidia — คู่แข่งที่กลายมาถือหุ้น 4.5% ในบริษัท
ห่วงโซ่อุปทานของ Intel
Suppliers หลัก – Lasertec (33% ของรายได้), Ibiden (21%), ASML (10% ของรายได้แต่เป็น 36% ของต้นทุน INTC), Kulicke&Soffa (9%), Photronics (8%), KLA (5%), BESI (4%)
ลูกค้าหลัก – Dell (19% ของรายได้), HP (12%), Lenovo (12%), WPG Holding (7%), Asustek (3%), Microsoft (2%), Acer (2%), Avnet (1%)
มุมมองผู้บริหารจาก Earnings call 1Q26
ผลประกอบการไตรมาส 1 ของ Intel เติบโต 7% แตะ 1.358 หมื่นล้านดอลลาร์ และบริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ไว้สูงถึง 1.38 ถึง 1.48 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งทะลุเป้าที่ตลาดประเมินไว้ 7-14% และสามารถทำรายได้สูงกว่าคาดติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน
CEO ระบุว่าโลกกำลังเข้าสู่ AI รอบใหม่ ที่เปลี่ยนจากการเน้นแค่โมเดลพื้นฐาน (Foundational Models) ไปสู่การเน้นInference และ Agentic AI เทรนด์นี้ทำให้ CPU กลับมาเป็นหัวใจสำคัญอีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดแข็งหลักของ Intel โดยเฉพาะโปรเซสเซอร์ Xeon สำหรับ Data Center ที่มีความต้องการสูงมาก
มองไปข้างหน้า Intel จะไปได้ไกลแค่ไหนในยุค AI
เรามองว่าแผนพลิกผลประกอบการของ Intel รอบนี้จะยั่งยืนหรือไม่ อยู่ที่อย่างน้อยห้าจุดนี้
1) ซีพียูสำหรับศูนย์ข้อมูลจะรักษาโมเมนตัมได้แค่ไหน เมื่อคู่แข่งทั้งชิปทั่วไปและชิปสั่งออกแบบเฉพาะเริ่มรุกหนัก
2) ธุรกิจโรงงานและการประกอบชิปจะปิดดีลลูกค้ารายใหญ่ได้จริง และขยายกำลังผลิตทันความต้องการหรือไม่ (โครงการ Terafab ยังไม่มีสัญญาอย่างเป็นทางการ)
3) การบริหารเงินลงทุนขนาดใหญ่ จะทำให้กำไรขั้นต้นและกระแสเงินสดดีขึ้นต่อเนื่อง หรือกลับไปติดกับดักลงทุนหนักแต่ไม่คืนทุนแบบเดิม
4) ความสัมพันธ์กับพันธมิตรทั้งฝั่งรัฐบาลสหรัฐ และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก จะกลายเป็นรายได้จริง มากกว่าเป็นแค่ข่าวดีระยะสั้นหรือไม่
5) การเมืองภายในองค์กรต้องไม่ทำให้มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารอีกจนทำให้กลยุทธ์การเติบโตสะดุด
ภาพรวมทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า Intel กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้ผลิตชิป PC แบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้าน AI Foundry แบบครบวงจร ทั้งการออกแบบ การผลิต และ Advanced Packaging การกลับมามีอำนาจต่อรองด้านราคาและดีลขนาดใหญ่ระดับโลก โดยเทคโนโลยีการผลิตรุ่นล่าสุดของ Intel จะพร้อมเชิงพาณิชย์ในช่วง 2027-2028 ทำให้ Intel เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองที่สุดในวัฏจักรการลงทุน AI โครงสร้างพื้นฐานรอบนี้
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน ราคาปัจจุบันสะท้อนความคาดหวังสูงไว้มากแล้ว สำหรับคนที่เชื่อใน Story ระยะ 2–3 ปี การรอจังหวะซื้อบน Weakness น่าจะดีกว่าการไล่ราคาตอนนี้