
Google เลื่อนเปิดตัว Gemini 3.5 Pro หลังความสามารถด้านการเขียนโค้ดยังต่ำกว่าเป้าหมายและการพัฒนาภายในมีความซับซ้อน ขณะที่ OpenAI, Anthropic และ Meta เดินหน้าทิ้งระยะมากขึ้น ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นและเพิ่มความเสี่ยงต่อธุรกิจ AI และ Search ในระยะสั้น แต่ InnovestX ยังมองว่าฐานผู้ใช้ ระบบนิเวศผลิตภัณฑ์ และการเติบโตของ Google Cloud ยังช่วยจำกัดผลกระทบต่อพื้นฐานระยะยาวของ Alphabet
Google เลื่อนการเปิดตัว Gemini 3.5 Pro ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นหลักที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดของบริษัทออกไปหลายเดือน จากเดิมที่ตลาดคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงการประชุมนักพัฒนาเดือนพฤษภาคม โดยสาเหตุสำคัญมาจากความสามารถด้านการเขียนโค้ดที่ยังต่ำกว่าเป้าหมายภายใน และตามหลังโมเดลรุ่นใหม่ของคู่แข่ง แม้ Google จะปรับปรุงข้อมูลที่ใช้ฝึกโมเดลเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา แต่ผลทดสอบยังไม่เป็นที่น่าพอใจ
ความล่าช้ายังสะท้อนข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการภายใน เนื่องจาก Google มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา AI ทั้ง DeepMind, Google Cloud, Android และ Search ทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน การแข่งขันด้านทรัพยากร และการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญของโครงการ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างทดสอบ Gemini 3.5 Pro, Gemini Flash รุ่นปรับปรุง และโมเดลอื่นร่วมกับพันธมิตร รวมถึงหารือกับรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่องการประเมินประสิทธิภาพและมาตรฐานความปลอดภัยของโมเดลขั้นสูง
|
บริษัท |
จุดแข็งและพัฒนาการล่าสุด |
ผลต่อสถานะการแข่งขันของ Google |
|
|
มีจุดแข็งจากข้อมูลของ Search ฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ และระบบนิเวศของ Search, YouTube, Android และ Cloud แต่ Gemini รุ่นปัจจุบันยังตามหลังด้านการเขียนโค้ด และการเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าช้า |
เสี่ยงสูญเสียความนิยมในกลุ่มนักพัฒนาและลูกค้าองค์กร หากไม่สามารถเร่งพัฒนาโมเดลให้มีประสิทธิภาพและต้นทุนแข่งขันได้ |
|
OpenAI |
มีความแข็งแกร่งด้านการเขียนโค้ด การทำงานแบบตัวแทนอัจฉริยะ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากนักพัฒนาและองค์กร |
เพิ่มแรงกดดันต่อการใช้งาน Gemini ผ่าน API และอาจแย่งส่วนแบ่งในตลาดผู้ช่วย AI ซึ่งเชื่อมโยงกับการค้นหาข้อมูลและการซื้อสินค้า |
|
Anthropic |
โมเดล Claude ได้รับความนิยมในงานเขียนโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูล และงานที่ต้องใช้เหตุผล โดยลูกค้าบางรายมองว่าให้ความสมดุลระหว่างความเร็ว ประสิทธิภาพ และต้นทุนดีกว่า Gemini |
เป็นคู่แข่งโดยตรงในตลาด AI สำหรับองค์กรและนักพัฒนา และเริ่มดึงดูดทั้งลูกค้าและนักวิจัยจาก Google |
|
Meta |
เดินหน้าเปิดตัวโมเดลที่เน้นการเขียนโค้ดและการทำงานแบบตัวแทนอัจฉริยะ พร้อมใช้ฐานผู้ใช้งานและผลิตภัณฑ์ในเครือสนับสนุนการกระจายโมเดล |
ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้นในตลาดโมเดลที่เปิดกว้าง และอาจลดอำนาจการกำหนดราคาของ Google ในระยะยาว |
การแข่งขันด้าน AI Coding มีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากเป็นหนึ่งในกรณีใช้งานที่สร้างรายได้ชัดเจนที่สุด ทั้งจากการเก็บค่าบริการผ่าน API เครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรม และการขายบริการให้ลูกค้าองค์กร หาก Gemini ยังตามหลังด้านคุณภาพ ความเร็ว หรือต้นทุน อาจทำให้นักพัฒนาสร้างระบบบนแพลตฟอร์มของคู่แข่ง และเกิดต้นทุนในการย้ายระบบที่ทำให้ Google เรียกลูกค้ากลับมาได้ยากขึ้นในอนาคต
ข่าวความล่าช้ากดดันทำให้ตลาดตอบสนองเชิงลบโดย Alphabet ปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า Google อาจสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันด้าน AI โดยเฉพาะในตลาดนักพัฒนา ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญต่อการสร้างระบบนิเวศและรายได้ระยะยาว ความล่าช้ายังอาจชะลอการขยายการใช้งาน Gemini ผ่าน Google Cloud และลดโอกาสในการสร้างรายได้จากเครื่องมือเขียนโค้ดอัตโนมัติ
ผลกระทบที่มีนัยสำคัญมากกว่าอาจเกิดกับธุรกิจ Search เนื่องจาก OpenAI, Anthropic และผู้ให้บริการ AI รายอื่นกำลังพัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถตอบคำถาม ค้นหาสินค้า เปรียบเทียบราคา และช่วยตัดสินใจซื้อได้โดยตรง หากผู้ใช้งานเริ่มทำกิจกรรมเหล่านี้ผ่านผู้ช่วย AI มากขึ้น Google อาจสูญเสียปริมาณการค้นหาและรายได้โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับความตั้งใจซื้อสินค้า
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อ Google Cloud ยังมีแนวโน้มจำกัดในระยะสั้น เพราะยอดงานในมือของธุรกิจ Cloud เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น $460 พันล้าน สะท้อนว่าอุปสงค์บริการประมวลผล โครงสร้างพื้นฐาน AI และบริการ Cloud ขององค์กรยังแข็งแกร่ง นอกจากนี้ Google ยังสามารถให้บริการโมเดลจากผู้พัฒนารายอื่นผ่านแพลตฟอร์ม Cloud ได้ จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพา Gemini เพียงอย่างเดียวในการสร้างการเติบโต
InnovestX มองข่าวดังกล่าวเป็นปัจจัยลบต่อ Alphabet ในระยะสั้น เนื่องจากสะท้อนว่า Google ยังตามหลังคู่แข่งในตลาด AI Coding ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง รวมถึงตอกย้ำข้อกังวลว่าขนาดองค์กรและความซับซ้อนภายในอาจทำให้บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ช้ากว่าคู่แข่ง ความล่าช้ายังอาจเพิ่มแรงกดดันต่อธุรกิจ Search หากผู้ช่วย AI จากบริษัทอื่นเริ่มแย่งกิจกรรมค้นหาข้อมูลและการซื้อสินค้า
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มองว่าเหตุการณ์นี้เปลี่ยนแปลงพื้นฐานระยะยาวของ Alphabet อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทยังมีจุดแข็งจากฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ ข้อมูลจาก Search ระบบนิเวศของ YouTube, Android และ Workspace รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และชิป AI ที่พัฒนาเอง ขณะที่ยอดงานในมือของ Google Cloud ที่ $460 พันล้านยังสนับสนุนการเติบโตในระยะข้างหน้า
ในเชิงกลยุทธ์ มองว่าหุ้นอาจเผชิญความผันผวนจนกว่าจะเห็นกำหนดเปิดตัวและผลทดสอบของ Gemini 3.5 Pro ที่ชัดเจน โดยจุดที่ต้องติดตามคือประสิทธิภาพด้านการเขียนโค้ด ต้นทุนต่อการใช้งาน การตอบรับจากนักพัฒนา และความสามารถในการเชื่อม Gemini เข้ากับ Search และผลิตภัณฑ์ของ Google หากบริษัทสามารถลดช่องว่างกับคู่แข่งได้ การอ่อนตัวของหุ้นจะเป็นโอกาสทยอยสะสม แต่หากความล่าช้ายืดเยื้อหรือประสิทธิภาพยังต่ำกว่าคาด อาจต้องปรับลดมุมมองต่อความสามารถในการแข่งขันด้าน AI ของ Alphabet
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน