
GDS รายงาน 2Q26 ภาพรวมผสม โดยรายได้เพิ่ม 6.5% YoY แต่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ขณะที่ EBITDA ที่ปรับแล้วเพิ่ม 2.5% YoY และดีกว่าคาด จุดเด่นอยู่ที่ความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์จาก AI ที่เร่งตัวอย่างมาก ทำให้บริษัทเพิ่มเป้าคำสั่งซื้อปี 2026 เป็น 1 GW และคาดงานในมือมากกว่า 1 GW สิ้นปี บริษัทจึงปรับเพิ่มประมาณการรายได้และ EBITDA ทั้งปี พร้อมเพิ่มงบลงทุนเป็น 1 หมื่นล้านหยวน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการเติบโตในปี 2027–28 ที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน เรามองผลประกอบการ เป็นบวกต่อแนวโน้มระยะกลางของ GDS (DR: GDS23)
1. ผลประกอบการยังเติบโต แต่แรงกดดันด้านต้นทุนทำให้อัตรากำไรลดลง
รายได้ 2Q26 อยู่ที่ 3.09 พันล้านหยวน เพิ่ม 6.5% YoY จากการเพิ่มการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ต่ำกว่าตลาดคาดประมาณ 2% ขณะที่ EBITDA ที่ปรับแล้วอยู่ที่ 1.41 พันล้านหยวน เพิ่ม 2.5% YoY และสูงกว่าคาดราว 7% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น กำไรสุทธิอยู่ที่ 838 ล้านหยวน พลิกจากขาดทุน 71 ล้านหยวนในปีก่อน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไร EBITDA ลดลงเหลือ 45.5% จาก 47.3% เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
ในเชิงการดำเนินงาน พื้นที่ที่มีลูกค้าจองและทำสัญญาเพิ่มขึ้น 18.2% YoY ขณะที่พื้นที่ใช้งานจริงเพิ่ม 13.2% และอัตราการใช้พื้นที่เพิ่มเป็น 79.2% จาก 77.5% สะท้อนว่ากำลังการผลิตใหม่เริ่มถูกดูดซับได้ดีขึ้น
2. AI กำลังเปลี่ยนจังหวะการเติบโตของ GDS อย่างมีนัยสำคัญ
ผู้บริหารระบุว่าความต้องการจาก AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจของบริษัท และแรงส่งด้านยอดขายอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่สุดที่เคยมีมา โดย GDS ได้คำสั่งซื้อใหม่ราว 260 MW ใน 2Q26 ทำให้ครึ่งปีแรกมีคำสั่งซื้อรวมประมาณ 470 MW และบริษัทเพิ่มเป้าทั้งปีขึ้นเป็น 1 GW
ความต้องการมาจากทั้งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนและบริษัท AI รุ่นใหม่ โดยลูกค้ายังสำรองกำลังการผลิตเพิ่มเติมอีก 600 MW และ GDS คาดว่าจะมีการสำรองมากกว่า 1 GW ภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งมีโอกาสทยอยเปลี่ยนเป็นสัญญาจริงในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า
3. งานในมือเพิ่มเร็ว ทำให้เห็นรายได้ปี 2027–28 ชัดขึ้น
งานที่ทำสัญญาแล้วแต่ยังไม่เริ่มสร้างรายได้เพิ่มจาก 450 MW ต้นปีเป็น 757 MW ณ สิ้น 2Q26 และหากบริษัททำยอดขายได้ตามเป้า งานในมือมีโอกาสเกิน 1 GW ภายในสิ้นปี โดยผู้บริหารประเมินว่างานในมือเหล่านี้สามารถสร้าง EBITDA ที่ปรับแล้วเฉลี่ยประมาณ 2.2 ล้านหยวนต่อ MW หรือคิดเป็น EBITDA ที่ยังไม่ถูกบันทึกรายได้ราว 1.6 พันล้านหยวน
จุดสำคัญคือยอดจองในวันนี้จะไม่ได้กลายเป็นรายได้ทันที สัญญาส่วนใหญ่กำหนดให้ส่งมอบกำลังการผลิตภายในประมาณ 4 ไตรมาส และหลังจากนั้นลูกค้าจะทยอยเพิ่มการใช้งานอีกระยะหนึ่ง จึงทำให้คำสั่งซื้อจำนวนมากในปี 2026 จะเริ่มส่งผลต่อรายได้และกำไรเด่นชัดขึ้นใน 2H27 และปี 2028
4. การเปิดใช้งานของลูกค้าปี 2027 มีแนวโน้มเร่งตัวมากกว่า 2 เท่า
ครึ่งปีแรก 2026 ลูกค้าเปิดใช้งานกำลังไฟสุทธิประมาณ 145 MW และบริษัทคาดอีกประมาณ 90 MW ในครึ่งปีหลัง ทำให้ทั้งปีอยู่ที่ราว 235 MW แต่ในปี 2027 ผู้บริหารคาดว่าการเปิดใช้งานจะ มากกว่า 2 เท่าจากปี 2026 และจะกระจุกตัวมากในช่วงครึ่งปีหลัง ก่อนเพิ่มขึ้นอีกขั้นในปี 2028
ตลาดประเมินว่าการเปิดใช้งานปี 2027 อาจอยู่ใกล้ 700 MW ส่งผลให้กำลังการผลิตที่ถูกใช้งานเพิ่มเป็นประมาณ 2.1 GW ณ สิ้นปี 2027 หรือเพิ่มราว 50% YoY ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การเติบโตของรายได้และ EBITDA ในปี 2027–28 มีความชัดเจนมากขึ้น
5. บริษัทปรับเพิ่มประมาณการทั้งปี พร้อมเร่งลงทุนรองรับความต้องการ
GDS ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 2026 เป็น 1.27–1.30 หมื่นล้านหยวน จากเดิม 1.24–1.29 หมื่นล้านหยวน และปรับ EBITDA ที่ปรับแล้วเป็น 5.9–6.1 พันล้านหยวน จากเดิม 5.75–6.0 พันล้านหยวน โดยค่ากลางคิดเป็นการเติบโตประมาณ 12% และ 11% YoY ตามลำดับ
พร้อมกันนี้บริษัทเพิ่มงบลงทุนเป็น 1 หมื่นล้านหยวน จากเดิม 9 พันล้านหยวน เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้องเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ โดยต้นทุนสร้างกำลังการผลิตใหม่เฉลี่ยประมาณ 20 ล้านหยวนต่อ MW และตั้งเป้าผลตอบแทนกระแสเงินสดเมื่อโครงการเข้าสู่ระดับปกติประมาณ 10–11%
6. การลงทุนสูงขึ้น แต่โครงสร้างเงินทุนยังบริหารได้
บริษัทวางแผนใช้เงินกู้ประมาณ 60% และเงินทุน 40% สำหรับโครงการใหม่ โดยแหล่งเงินกู้หลักเป็นสินเชื่อธนาคารระยะยาวในจีน ซึ่งผู้บริหารระบุว่ายังมีสภาพคล่องรองรับดี ใน 2Q26 บริษัทสามารถจัดหาและรีไฟแนนซ์เงินกู้ได้ประมาณ 4.9 พันล้านหยวน และอัตราหนี้สุทธิต่อ EBITDA ลดลงเหลือประมาณ 4.7 เท่า
ดังนั้น การเพิ่มงบลงทุนไม่ได้สะท้อนเพียงต้นทุนที่สูงขึ้น แต่เป็นการลงทุนตามคำสั่งซื้อที่มีสัญญารองรับแล้ว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการสร้างกำลังการผลิตเกินความต้องการเมื่อเทียบกับการลงทุนล่วงหน้าโดยไม่มีลูกค้า
7. จุดที่ยังต้องติดตามคือราคาขายและอัตรากำไร
แม้ปริมาณความต้องการแข็งแกร่ง แต่รายได้เฉลี่ยต่อพื้นที่ยังลดลง โดยรายได้ต่อพื้นที่ลดประมาณ 6% YoY และหากคำนวณต่อกำลังไฟลดลงประมาณ 9% YoY สะท้อนการแข่งขันด้านราคาและการเปลี่ยนสัดส่วนไปสู่ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในพื้นที่ใหม่ที่ราคาต่อหน่วยต่ำกว่า
นอกจากนี้ การเปิดใช้งานใน 2H26 จะชะลอลงเหลือประมาณ 90 MW จาก 145 MW ในครึ่งปีแรก ดังนั้นการเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญของกำไรจากคำสั่งซื้อ AI จะเกิดขึ้นเด่นกว่าในปี 2027 มากกว่าปี 2026
สรุปผลประกอบการ GDS 2Q26
|
รายการ |
2Q26 |
YoY |
QoQ |
เทียบคาด |
|
รายได้ |
RMB 3.09 พันล้าน |
+6.5% |
-8.3% |
ต่ำกว่าคาด ~2% |
|
กำไรขั้นต้น |
RMB 664 ล้าน |
-3.6% |
-41.3% |
– |
|
Gross Margin |
21.5% |
จาก 23.8% |
จาก ~33.6% |
– |
|
Adjusted EBITDA |
RMB 1.41 พันล้าน |
+2.5% |
-27.9% |
ดีกว่าคาด ~7% |
|
Adjusted EBITDA Margin |
45.5% |
จาก 47.3% |
จาก 57.9% |
– |
|
กำไรสุทธิ |
RMB 838 ล้าน |
พลิกจากขาดทุน RMB 71 ล้าน |
-68.4% |
– |
|
พื้นที่ใช้งานจริง |
542,236 ตร.ม. |
+13.2% |
+4.1% |
– |
|
อัตราการใช้พื้นที่ |
79.2% |
จาก 77.5% |
จาก 77.3% |
– |
|
พื้นที่ที่ทำสัญญา/จองแล้ว |
784,802 ตร.ม. |
+18.2% |
+8.2% |
– |
มุมมองของ InnovestX
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน