Offshore Stock Update

จีนนำจรวดกลับมาลงจอดสำเร็จเป็นครั้งแรก ขณะ SpaceX ขยายจากอวกาศสู่ AI

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA|20 Aug 26 9:49 AM
Screenshot 2026-08-20 100322
สรุปสาระสำคัญ

การแข่งขันด้านอวกาศกำลังเข้มข้นขึ้นทั้งในมิติเทคโนโลยีและ AI โดยจีนประสบความสำเร็จในการนำจรวด Zhuque-3 ของ LandSpace กลับมาลงจอดบนพื้นดินเป็นครั้งแรก สะท้อนว่าช่องว่างด้านจรวดใช้ซ้ำกับ SpaceX เริ่มแคบลง ขณะที่ SpaceX เองกำลังขยายจากธุรกิจจรวดและดาวเทียมไปสู่ AI และศูนย์ประมวลผล ผ่านการซื้อกิจการและการมองหาความร่วมมือกับบริษัท AI อย่าง Cognition ภาพรวมจึงสะท้อนว่า SpaceX กำลังเผชิญการแข่งขันด้านอวกาศจากจีนในเวลาเดียวกับที่เร่งสร้างแหล่งรายได้ใหม่จาก AI ซึ่งอาจช่วยรองรับการเติบโตระยะยาว แต่แลกกับเงินลงทุนและความเสี่ยงในการขยายธุรกิจที่สูงขึ้น

1. จีนก้าวสำคัญด้านจรวดใช้ซ้ำ ลดช่องว่างกับ SpaceX


LandSpace ประสบความสำเร็จในการนำจรวดขั้นแรกของ Zhuque-3 กลับมาลงจอดบนพื้นดิน หลังส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร ถือเป็นครั้งแรกของจีนที่นำจรวดระดับวงโคจรกลับมาลงจอดด้วยขาตั้งบนพื้นดิน และทำให้ LandSpace เข้าใกล้ความสามารถของ SpaceX และ Blue Origin มากขึ้น 
ความสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือการนำจรวดกลับมาใช้ซ้ำสามารถช่วย ลดต้นทุนและเพิ่มความถี่ในการปล่อยดาวเทียม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างเครือข่ายดาวเทียมอินเทอร์เน็ตของจีนเพื่อแข่งขันกับ Starlink โดย LandSpace ตั้งเป้านำจรวดที่กู้คืนได้กลับไปบินอีกครั้งภายใน 6 เดือน 


2. จุดเปลี่ยนสำคัญคือจีนต้องพิสูจน์ว่า “ใช้ซ้ำได้จริงและคุ้มต้นทุน”


แม้จีนจะประสบความสำเร็จในการนำจรวดกลับมาแล้ว แต่ยังตามหลัง SpaceX ในเรื่องประสบการณ์และความถี่ในการใช้งาน โดย SpaceX นำจรวด Falcon 9 กลับมาใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2017 ขณะที่ LandSpace ยังต้องพิสูจน์ว่าสามารถตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และนำจรวดกลับมาบินซ้ำได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำ 
LandSpace ตั้งเป้าให้ Zhuque-3 ใช้ซ้ำได้สูงสุด 20 ครั้ง ขณะที่ SpaceX ปล่อย Falcon 9 ราว 150 ครั้งต่อปีและนำจรวดเดิมกลับมาใช้ซ้ำหลายสิบครั้ง จึงยังมีช่องว่างด้านความน่าเชื่อถือและขนาดการดำเนินงานอยู่มาก 

 

ตารางเปรียบเทียบ LandSpace กับ SpaceX

ประเด็น

LandSpace / Zhuque-3

SpaceX / Falcon 9

มุมมอง

การนำจรวดกลับมาลงจอด

สำเร็จบนพื้นดินครั้งแรกของจีน

ทำได้ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017

จีนเริ่มลดช่องว่าง แต่ยังตามหลังด้านประสบการณ์

การนำกลับมาใช้ซ้ำ

ตั้งเป้าใช้ซ้ำสูงสุด 20 ครั้ง

ใช้จรวดเดิมซ้ำหลายสิบครั้ง

SpaceX ยังได้เปรียบด้านความน่าเชื่อถือ

ความถี่การปล่อย

ยังอยู่ช่วงเริ่มต้น

ราว 150 ครั้งต่อปี

ช่องว่างด้านขนาดการดำเนินงานยังสูง

ความสามารถส่งสู่วงโคจรต่ำ

14.2 ตัน

22.8 ตัน

Falcon 9 ยังรองรับน้ำหนักได้มากกว่า

แผนทดสอบถัดไป

ตั้งเป้านำจรวดที่กู้คืนกลับมาบินภายใน 6 เดือน

ใช้งานซ้ำเป็นกิจวัตรแล้ว

การบินซ้ำจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ LandSpace

เป้าหมายหลัก

ลดต้นทุนและเร่งเครือข่ายดาวเทียมจีน

Starlink และบริการปล่อยดาวเทียมทั่วโลก

การแข่งขันมีแนวโน้มสูงขึ้น


3. ความสำเร็จของ LandSpace ช่วยเร่งธุรกิจอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีน


LandSpace กำลังเตรียมเสนอขายหุ้นในตลาด STAR Market โดยต้องการระดมทุนประมาณ 7.5 พันล้านหยวน เพื่อนำไปพัฒนาจรวดใช้ซ้ำและขยายบริการปล่อยดาวเทียม พร้อมตั้งเป้าเริ่มทำกำไรภายในปี 2029 
จีนยังปรับกฎให้บริษัทจรวดที่มีเทคโนโลยีสำคัญสามารถเข้าตลาดทุนได้ง่ายขึ้น โดยบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 4 พันล้านหยวนและประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดใช้ซ้ำเข้าสู่วงโคจร สามารถได้รับการผ่อนปรนเงื่อนไขด้านรายได้และกำไรในการเข้าจดทะเบียน ซึ่งอาจเร่งเงินทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมอวกาศของจีนเพิ่มเติม 

 

ตารางพัฒนาการจรวดใช้ซ้ำของจีน

ช่วงเวลา

เหตุการณ์

ความสำคัญ

ธ.ค. 2025

LandSpace ทดสอบจรวดใช้ซ้ำ แต่ลงจอดไม่สำเร็จ

เริ่มพิสูจน์เทคโนโลยีจริง

ต้นปี 2026

Long March 12A เข้าวงโคจรสำเร็จ แต่กู้คืนไม่สำเร็จ

สะท้อนว่าการลงจอดยังเป็นจุดยาก

ก.ค. 2026

จีนกู้จรวดด้วยระบบตาข่ายบนทะเลสำเร็จ

เป็นความสำเร็จด้านการกู้คืนครั้งแรก

ส.ค. 2026

Zhuque-3 ลงจอดด้วยขาตั้งบนพื้นดินสำเร็จ

ก้าวสำคัญสู่จรวดใช้ซ้ำเชิงพาณิชย์

ภายใน 6 เดือน

LandSpace ตั้งเป้านำจรวดที่กู้คืนกลับมาบิน

จุดชี้วัดว่าจะเข้าใกล้รูปแบบ SpaceX ได้จริงหรือไม่


4. การแข่งขันจากจีนเป็นทั้งความเสี่ยงและแรงหนุนต่อ SpaceX


Morgan Stanley มองว่าความก้าวหน้าของจีนเป็น “ดาบสองคม” ต่อ SpaceX ด้านลบคือจีนกำลังกลายเป็นคู่แข่งสำคัญและมีแรงสนับสนุนจากภาครัฐอย่างมาก แต่ด้านบวกคือการแข่งขันอาจกระตุ้นให้รัฐบาลและภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมอวกาศ เพื่อรักษาความได้เปรียบของประเทศ 
หากเทคโนโลยีใช้ซ้ำของจีนพัฒนาได้ตามเป้าหมาย ต้นทุนการปล่อยจรวดมีโอกาสลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยให้จีนสร้างโครงสร้างพื้นฐานอวกาศขนาดใหญ่ได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะเพิ่มการแข่งขันกับ SpaceX ในระยะยาว 


5. SpaceX ไม่ได้แข่งขันเฉพาะด้านอวกาศ แต่กำลังเร่งสร้างธุรกิจ AI


ในอีกด้านหนึ่ง SpaceX กำลังขยายตัวจากบริษัทจรวดและดาวเทียมไปสู่ธุรกิจ AI และกำลังประมวลผล โดยบริษัทเคยเข้าหา Cognition AI เพื่อหารือเรื่องการซื้อกิจการ แม้ Cognition จะไม่ได้ตอบรับข้อเสนอ แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีการหารือถึงความร่วมมือ เช่น การให้ Cognition ใช้กำลังประมวลผลของ SpaceX 
Cognition เป็นผู้พัฒนา Devin ซึ่งใช้ AI ช่วยทำงานเขียนโปรแกรม และมีฐานลูกค้าองค์กรอย่าง Mercedes-Benz และ GE Aerospace ทำให้ SpaceX สนใจทั้งเทคโนโลยีและฐานลูกค้าของบริษัท เพื่อช่วยเร่งการขยาย SpaceXAI ในตลาดองค์กร 


6. กลยุทธ์ของ SpaceX เริ่มเปลี่ยนเป็น “อวกาศ + ดาวเทียม + ศูนย์ประมวลผล + AI”


ความสนใจใน Cognition เกิดขึ้นหลัง SpaceX ลงทุนอย่างมากในธุรกิจ AI รวมถึงการเข้าซื้อ Cursor มูลค่า $60 พันล้าน สะท้อนว่า Elon Musk ต้องการเร่งปิดช่องว่างกับผู้เล่น AI รายใหญ่ หลัง SpaceXAI ยังมีความสามารถในการขายบริการให้ลูกค้าองค์กรต่ำกว่าคู่แข่ง 
ในภาพที่กว้างขึ้น SpaceX จึงไม่ได้ต้องการเป็นเพียงบริษัทปล่อยจรวดและให้บริการ Starlink อีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาเป็นบริษัทที่รวม จรวด ดาวเทียม โครงสร้างพื้นฐานประมวลผล และ AI เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งช่วยกระจายแหล่งรายได้ในช่วงที่การแข่งขันธุรกิจจรวดจากจีนเริ่มเพิ่มขึ้น 

 

ตารางกลยุทธ์ SpaceX: จากอวกาศสู่ AI

ธุรกิจ

สิ่งที่ SpaceX กำลังทำ

ความสำคัญเชิงกลยุทธ์

จรวด

รักษาความเป็นผู้นำด้านจรวดใช้ซ้ำ

ลดต้นทุนและเพิ่มความถี่การปล่อย

ดาวเทียม

ขยายเครือข่าย Starlink

สร้างรายได้ประจำและฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่

ศูนย์ประมวลผล

นำกำลังประมวลผลมาให้บริการบริษัท AI

เพิ่มรายได้จากโครงสร้างพื้นฐาน

AI

ขยาย SpaceXAI และลงทุนในเครื่องมือเขียนโปรแกรม

สร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่

Cognition

เคยหารือการซื้อกิจการ/ความร่วมมือ

เข้าถึงเทคโนโลยี Devin และลูกค้าองค์กร

Cursor

เข้าซื้อกิจการมูลค่า $60 พันล้าน

เร่งสร้างฐานธุรกิจ AI สำหรับนักพัฒนา


มุมมองของ InnovestX

  • ภาพรวมเป็นบวกต่อการเติบโตของเศรษฐกิจอวกาศ แต่การแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะสูงขึ้นอย่างชัดเจน ความสำเร็จของ LandSpace เป็นสัญญาณว่าจีนเริ่มผ่านจุดตั้งต้นสำคัญของเทคโนโลยีจรวดใช้ซ้ำ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการสร้างเครือข่ายดาวเทียม
  • อย่างไรก็ตาม SpaceX ยังมีข้อได้เปรียบมากในด้านจำนวนเที่ยวบิน ประสบการณ์ และการใช้จรวดซ้ำจริง ขณะเดียวกันการเร่งลงทุนใน AI ของ SpaceX สะท้อนว่าบริษัทกำลังสร้างระบบธุรกิจที่กว้างกว่าอวกาศเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจช่วยรองรับการเติบโตระยะยาว แต่แลกกับเงินลงทุนและความเสี่ยงในการขยายธุรกิจที่สูงขึ้น

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
SPCX.NB
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA

Offshore Investment Team Lead

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5