Offshore Stock Update

จีนตอบโต้สหรัฐฯ รอบใหม่ เล็งกลาโหม–โดรน–แร่หายาก

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|22 Jun 26 11:09 AM
Screenshot 2026-06-22 113016
สรุปสาระสำคัญ

จีนยกระดับมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ โดยห้ามหน่วยงานรัฐจัดซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐฯ 46 แห่ง และเพิ่มบริษัทสหรัฐฯ อีก 10 แห่งเข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก โดยเฉพาะ MP Materials และ USA Rare Earth ซึ่งเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่แร่หายากของสหรัฐฯ มาตรการนี้สะท้อนว่าความขัดแย้งจีน–สหรัฐฯ กำลังขยายจากเทคโนโลยีและกลาโหม ไปสู่ วัตถุดิบยุทธศาสตร์ ที่จำเป็นต่อชิป รถยนต์ไฟฟ้า โดรน และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

1) จีนห้ามจัดซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐฯ 46 แห่ง

  • กระทรวงการคลังจีนประกาศห้ามหน่วยงานรัฐซื้อสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทสหรัฐฯ 46 แห่ง โดยไม่รวมบริษัททุนสหรัฐฯ ที่ดำเนินธุรกิจในจีน รายชื่อที่ได้รับผลกระทบรวมถึงบริษัทกลาโหมรายใหญ่ เช่น Lockheed Martin, Boeing Defense, Space & Security และ Raytheon Missiles & Defense สะท้อนว่ามาตรการนี้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มกลาโหมและความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยตรง

 

2) เพิ่ม 10 บริษัทสหรัฐฯ เข้าบัญชีควบคุมการส่งออก

  • กระทรวงพาณิชย์จีนเพิ่มบริษัทสหรัฐฯ 10 แห่งเข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก โดยห้ามผู้ส่งออกจีนขายสินค้าที่ใช้ได้ทั้งเชิงพาณิชย์และการทหารให้บริษัทเหล่านี้ รวมถึงห้ามองค์กรหรือบุคคลจากประเทศอื่นส่งต่อสินค้าที่มีต้นกำเนิดจากจีนให้บริษัทในรายชื่อ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ

 

3) เป้าหมายสำคัญคือแร่หายากและห่วงโซ่อุปทานกลาโหม

  • รายชื่อที่น่าจับตาคือ MP Materials และ USA Rare Earth ซึ่งเป็นผู้ผลิตแร่หายากสำคัญของสหรัฐฯ และมีบทบาทในความพยายามของวอชิงตันในการลดการพึ่งพาจีน นอกจากนี้ยังมีบริษัทในกลุ่มโดรน หุ่นยนต์ อากาศยาน และยุทโธปกรณ์ เช่น Red Cat, Teal Drones, Jaia Robotics, Ball Aerospace, Oshkosh Defense และ L3Harris Maritime Services

 

4) จีนใช้แร่หายากเป็นเครื่องมือตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์

  • มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ เพิ่มบริษัทจีนบางแห่งเข้าสู่บัญชีที่เกี่ยวข้องกับกองทัพจีน และเกิดขึ้นหลังกลุ่ม G7 เห็นพ้องลดการพึ่งพาแร่หายากจากประเทศใดประเทศหนึ่งให้น้อยกว่า 60% ภายในปี 2030 จึงสะท้อนว่าจีนกำลังส่งสัญญาณว่า แม้ชาติตะวันตกต้องการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ แต่จีนยังมีอำนาจต่อรองสูงในวัตถุดิบสำคัญ

 

5) ผลกระทบอาจไม่ใช่แค่บริษัทที่ถูกแบนโดยตรง

  • บริษัทในรายชื่ออาจเผชิญความเสี่ยงด้านการจัดหาวัตถุดิบ ชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์ที่มีต้นกำเนิดจากจีน โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก แม่เหล็กถาวร ระบบโดรน ระบบสื่อสาร และยุทโธปกรณ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมขั้นสูง หากห่วงโซ่อุปทานตึงตัวขึ้น อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและระยะเวลาการผลิตยาวขึ้น

 

6) สหรัฐฯ ยังพึ่งพาจีนสูงแค่ไหน

  • ข้อมูลล่าสุดจาก USGS 2026 ระบุว่า สหรัฐฯ มีอัตราพึ่งพาการนำเข้าสุทธิของ rare-earth compounds & metals อยู่ที่ 67% ในปี 2025 เพิ่มจาก 53% ในปี 2024 ขณะที่แหล่งนำเข้าหลักช่วง 2021–2024 ยังเป็นจีนที่ 71% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าคือขั้นกลาง–ปลายน้ำ เพราะ IEA ระบุว่าจีนครอง 91% ของกำลังแปรรูป magnet rare earths และ 94% ของการผลิตแม่เหล็กถาวรแร่หายากในปี 2024

 

ตารางประเมินรายบริษัท

บริษัท / กลุ่ม

ยังพึ่งจีนหรือไม่

สัดส่วนที่ประเมินได้

มุมมองผลกระทบ

MP Materials

ลดการพึ่งจีนลงมากในด้านยอดขาย แต่ยังเสี่ยงในแร่หายากหนักบางชนิด

ปี 2024 รายได้จาก rare earth concentrate ส่วนใหญ่ขายให้ Shenghe เพื่อนำไปแปรรูปในจีน โดยรายได้ concentrate อยู่ที่ $144.4m จากรายได้รวม $203.9m หรือ ~71%; แต่ตั้งแต่ ก.ค. 2025 บริษัทหยุดขาย concentrate ไปจีนแล้ว

ลบระยะสั้น / บวกระยะยาว เพราะรายได้เดิมจากจีนหายไป แต่ช่วยเร่ง narrative “ห่วงโซ่สหรัฐฯ แท้” และได้แรงหนุนจากภาครัฐ

USA Rare Earth

ยังพึ่งวัตถุดิบภายนอกสูง จนกว่า Round Top จะผลิตเชิงพาณิชย์

บริษัททำสัญญาซื้อ 60% ของวัตถุดิบ NdFeB feedstock สำหรับกำลังผลิตเฟส 1–2 จากซัพพลายเออร์ที่ “สามารถ” หาออกไซด์จากแหล่งนอกจีนได้ แต่ไม่ได้แปลว่า 100% ปลอดจีน; หาก Round Top ไม่สำเร็จ บริษัทระบุว่าจะพึ่ง third-party feedstock ทั้งหมด

ลบต่อความเสี่ยงวัตถุดิบระยะสั้น แต่ระยะยาวอาจบวก หากตลาดให้มูลค่ากับผู้ผลิตแร่หายากนอกจีน

Red Cat / Teal Drones

พยายามลดจีนตามกฎ NDAA แต่ยังเสี่ยงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และมอเตอร์

ไม่มีสัดส่วนแร่หายากที่เปิดเผย; บริษัทระบุว่าข้อจำกัดการนำเข้าโดรน/ชิ้นส่วนจากจีนช่วยหนุนธุรกิจ และ FANG ถูกออกแบบเพื่อแทนที่ชิ้นส่วนที่เคยซื้อจากจีน

ลบเชิงต้นทุน/ซัพพลายระยะสั้น แต่บวกเชิงการแข่งขัน เพราะลูกค้ารัฐบาลต้องการโดรนที่ไม่พึ่งจีน

Oshkosh Defense

พึ่งทางอ้อม ผ่านชิ้นส่วนยานยนต์ทหาร ระบบไฟฟ้า มอเตอร์ เซนเซอร์

ไม่พบสัดส่วนแร่หายากที่เปิดเผย; ธุรกิจหลักเป็นยานพาหนะทหารและระบบเคลื่อนที่ จึงเสี่ยงผ่านซัพพลายเออร์มากกว่าซื้อแร่โดยตรง

ลบจำกัดถึงปานกลาง หากแม่เหล็ก/มอเตอร์/ชิ้นส่วนเฉพาะขาดตลาด แต่ไม่น่ากระทบ demand หลักทันที

L3Harris

พึ่งทางอ้อม ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ กลาโหม สื่อสาร อวกาศ/เรดาร์

ไม่เปิดเผยสัดส่วนแร่หายาก; บริษัทระบุว่ามีทีมบริหารความเสี่ยงซัพพลายเชนเพื่อติดตามเหตุการณ์ที่อาจกระทบซัพพลายเออร์

ลบทางอ้อม ผ่าน lead time และต้นทุนชิ้นส่วน ไม่ใช่เพราะซื้อแร่จากจีนโดยตรง

Lockheed Martin / ผู้รับเหมาป้องกันประเทศรายใหญ่

พึ่งทางอ้อมสูงในระบบอาวุธ

ไม่เปิดเผย % แต่ Lockheed ระบุเองว่า rare earth supply chain ยังเปราะบางจากความขาดแคลนและกำลังผลิตจำกัด พร้อมทำแผนลดความเสี่ยง

ลบต่อห่วงโซ่ผลิต แต่ไม่ใช่ลบต่อยอดขาย เพราะงบกลาโหมอาจยังหนุน แต่ต้นทุนและระยะส่งมอบเสี่ยงเพิ่ม

 

 

มุมมองของ InnovestX

  • ในภาพรวมประเมินเป็นลบระยะสั้นต่อบริษัทที่ถูกใส่บัญชีและซัพพลายเชนกลาโหม แต่ บวกระยะกลาง–ยาวต่อธีมลดพึ่งพาจีน โดยเฉพาะผู้ผลิตแร่หายาก แม่เหล็ก และการแปรรูปนอกจีน เช่น MP Materials, USA Rare Earth และ Energy Fuels ที่เพิ่งได้ข้อตกลงเงินกู้จากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มกำลังแปรรูปแร่หายาก
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5