
ภาพรวมธุรกิจ BNPL ใน 1Q26 เติบโตแข็งแกร่งจากการขยายฐานสู่บริการไลฟ์สไตล์มูลค่าสูงที่ดันยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อธุรกรรมให้เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการลดต้นทุนดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยี AI และการปรับโครงสร้างองค์กร นำโดย Klarna ที่เด่นสุดด้านต้นทุนและคุมหนี้สูญต่ำเพียง 0.55% และ Affirm ที่เติบโตสูงสุดพร้อม Take Rate เด่นที่ 9% ในขณะที่ Zip เผชิญความท้าทายจากหนี้เสียในฝั่งออสเตรเลียที่พุ่งแตะ 1.9% ทำให้ INVX มีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม BNPL โดยเฉพาะ KLAR และ AFRM จากโครงสร้างกำไรที่ยั่งยืนกว่า
ภาพรวม 1Q26 ของกลุ่ม BNPL
รายงานแนวโน้มการดำเนินงานของธุรกิจ Buy-Now, Pay-Later (BNPL) ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2026 เผยให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับปัจจัยกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่าน แต่ผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง Affirm, Zip และ Klarna สามารถผลักดันยอดขายรวม ควบคุมค่าใช้จ่าย และบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านสู่สินเชื่อหมุนเวียนมูลค่าสูง
ผู้ให้บริการกลุ่ม BNPL กำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการเน้นผ่อนชำระสินค้าคงทน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ ไปสู่การร่วมมือกับร้านค้าเพื่อให้บริการในภาคธุรกิจไลฟ์สไตล์และบริการทั่วไปมากขึ้น เช่น การตัดผม, การท่องเที่ยว, คอนเสิร์ต และอาหารหรือไวน์ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับสินเชื่อหมุนเวียนบนบัตรเครดิตแบบดั้งเดิม การขยายฐานบริการนี้ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อธุรกรรมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ยอดใช้จ่ายต่อรายการ (Source: Bloomberg)

ขนาดธุรกิจและการแข่งขันเชิงรุก
ในแง่ของขนาดและปริมาณธุรกรรมรวม (GMV) กลุ่มผู้เล่นแต่ละรายมีโครงสร้างและอัตราการทำกำไรที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
การเติบโตปริมาณธุรกรรมรวม (Source: Bloomberg)

หนี้สูญและความเสี่ยงทางเครดิต
แนวโน้มการตัดหนี้สูญสวนทางกับความกังวลของตลาด โดยในฝั่งสหรัฐฯ สามารถควบคุมความเสี่ยงได้ดีแม้จะมีการขยายระยะเวลาให้สินเชื่อยาวนานขึ้น ตรงกันข้ามกับฝั่งออสเตรเลียที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว
แนวโน้มอัตราหนี้สูญกลุ่ม BNPL (Source: Bloomberg)

กลยุทธ์การลดต้นทุนเพื่อสร้างกำไรที่ยั่งยืน
ทุกบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม BNPL ต่างเดินหน้าลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายการดำเนินงานต่อยอดขายรวม (Cost/GMV) อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับลดจำนวนพนักงานและการนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน
แนวโน้มค่าใช้จ่ายการดำเนินงานต่อยอดขายรวม (Source: Bloomberg)

โครงสร้างธุรกิจกลุ่ม BNPL ในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากจากการปรับลดต้นทุนและการนำเทคโนโลยี AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ การรุกเข้าสู่บริการมูลค่าสูงที่มีลักษณะคล้ายสินเชื่อหมุนเวียนบัตรเครดิต จะช่วยเพิ่มมูลค่าธุรกรรมต่อรายและหนุนให้อัตราการทำกำไรขั้นต้นขยายตัวได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและตัวเลขหนี้เสียในแต่ละภูมิภาคอย่างใกล้ชิด
ด้วยเหตุนี้ เรามองบวกต่อกลุ่ม BNPL จากโครงสร้างต้นทุนที่ดีขึ้นและการขยายฐานมาร์จิ้นผ่านกลยุทธ์ Take Rate ที่สูงของ Affirm (9%) และ Zip (8.4%) โดยเรามองบวกต่อ KLAR และ AFRM มากกว่า ZIP ที่มีปัญหาหนี้เสียอยู่ โดย KLAR โดดเด่นด้านการเป็นผู้นำต้นทุนต่ำสุด และมีอัตราหนี้สูญต่ำที่สุดเพียง 0.55% ขณะที่ AFRM มีศักยภาพในการผลักดันยอดใช้จ่ายต่อรายสูงสุด