Offshore Stock Update

ภาพรวมธุรกิจ BNPL 1Q26 และแนวโน้มการเติบโต

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|5 Jun 26 9:56 AM
bnpl
สรุปสาระสำคัญ

ภาพรวมธุรกิจ BNPL ใน 1Q26 เติบโตแข็งแกร่งจากการขยายฐานสู่บริการไลฟ์สไตล์มูลค่าสูงที่ดันยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อธุรกรรมให้เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการลดต้นทุนดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยี AI และการปรับโครงสร้างองค์กร นำโดย Klarna ที่เด่นสุดด้านต้นทุนและคุมหนี้สูญต่ำเพียง 0.55% และ Affirm ที่เติบโตสูงสุดพร้อม Take Rate เด่นที่ 9% ในขณะที่ Zip เผชิญความท้าทายจากหนี้เสียในฝั่งออสเตรเลียที่พุ่งแตะ 1.9% ทำให้ INVX มีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม BNPL โดยเฉพาะ KLAR และ AFRM จากโครงสร้างกำไรที่ยั่งยืนกว่า

ภาพรวม 1Q26 ของกลุ่ม BNPL

 

รายงานแนวโน้มการดำเนินงานของธุรกิจ Buy-Now, Pay-Later (BNPL) ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2026 เผยให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับปัจจัยกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่าน แต่ผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง Affirm, Zip และ Klarna สามารถผลักดันยอดขายรวม ควบคุมค่าใช้จ่าย และบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านสู่สินเชื่อหมุนเวียนมูลค่าสูง

 

ผู้ให้บริการกลุ่ม BNPL กำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการเน้นผ่อนชำระสินค้าคงทน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ ไปสู่การร่วมมือกับร้านค้าเพื่อให้บริการในภาคธุรกิจไลฟ์สไตล์และบริการทั่วไปมากขึ้น เช่น การตัดผม, การท่องเที่ยว, คอนเสิร์ต และอาหารหรือไวน์ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับสินเชื่อหมุนเวียนบนบัตรเครดิตแบบดั้งเดิม การขยายฐานบริการนี้ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อธุรกรรมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • Affirm: มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงที่สุดในตลาด อยู่ที่ 480 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อราย
  • Zip: ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยเติบโตอย่างโดดเด่นมาอยู่ที่ 425 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของสองปีก่อนหน้า
  • Klarna: มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่ำที่สุดอยู่ที่ 283 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเติบโตเพียง 6% นับตั้งแต่ปี 2024 เนื่องจากเน้นธุรกรรมขนาดเล็กและมีความถี่สูง

 

ยอดใช้จ่ายต่อรายการ (Source: Bloomberg)

 

spend-per-transaction.png

 

ขนาดธุรกิจและการแข่งขันเชิงรุก

 

ในแง่ของขนาดและปริมาณธุรกรรมรวม (GMV) กลุ่มผู้เล่นแต่ละรายมีโครงสร้างและอัตราการทำกำไรที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

  • Klarna: ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด โดยมีขนาดธุรกิจใหญ่เป็น 3 เท่าของ Affirm และใหญ่เป็น 8 เท่าของ Zip ในไตรมาสนี้ยอดธุรกรรมเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 33%
  • Affirm: มียอดธุรกรรมเติบโตสูงสุดในกลุ่มที่ 35% และเป็นผู้นำด้านอัตราการรับรู้รายได้ต่อยอดขายรวม (Take Rate) ที่ระดับ 9%
  • Zip: สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้แก่คู่แข่งเล็กน้อย โดยมียอดธุรกรรมเติบโต 21% แต่ยังคงรักษาอัตราการรับรู้รายได้ต่อยอดขายรวมไว้ได้ในระดับสูงที่ 4%

 

การเติบโตปริมาณธุรกรรมรวม (Source: Bloomberg)

 

gmv-growth.png

 

หนี้สูญและความเสี่ยงทางเครดิต

 

แนวโน้มการตัดหนี้สูญสวนทางกับความกังวลของตลาด โดยในฝั่งสหรัฐฯ สามารถควบคุมความเสี่ยงได้ดีแม้จะมีการขยายระยะเวลาให้สินเชื่อยาวนานขึ้น ตรงกันข้ามกับฝั่งออสเตรเลียที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว

 

  • Klarna: มีประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงสูงสุด โดยอัตราหนี้สูญลดลงเหลือเพียง 0.55% ซึ่งปรับตัวลดลง 17 Basis Points จากเดือนกันยายน
  • Affirm: คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยอัตราหนี้สูญลดลงเหลือ 1.37% จากเดิม 1.55% ในเดือนกันยายน และฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าอัตราหนี้สูญในไตรมาสถัดไปจะต่ำกว่า 1.75%
  • Zip: เผชิญความท้าทายสูงสุดเนื่องจากอัตราหนี้เสียพุ่งสูงขึ้นเป็น 1.9% ในไตรมาสที่ 3 ซึ่งเกิดจากแรงกดดันในตลาดออสเตรเลียเป็นหลัก และอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ

 

แนวโน้มอัตราหนี้สูญกลุ่ม BNPL (Source: Bloomberg)

 

charge-offs-vs-transaction-volumes.png

 

กลยุทธ์การลดต้นทุนเพื่อสร้างกำไรที่ยั่งยืน

 

ทุกบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม BNPL ต่างเดินหน้าลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายการดำเนินงานต่อยอดขายรวม (Cost/GMV) อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับลดจำนวนพนักงานและการนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน

 

  • Klarna: เป็นผู้นำด้านการประหยัดต้นทุน โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายรวมลดลงเหลือเพียง 1% จาก 2.5% ในปีก่อนหน้า ผ่านการใช้เทคโนโลยี AI ควบคู่กับการระงับการจ้างงานใหม่ ส่งผลให้ลดพนักงานลงได้ถึง 49%
  • Zip: ลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายลงเหลือ 3% จาก 2.4% ในปีก่อนหน้า โดยมีการปรับลดพนักงานทั่วโลกรวมกว่า 400 คน เพื่อรักษาเป้าหมาย EBITDA ที่ระดับ 260 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในปีงบประมาณ 2026
  • Affirm: สัดส่วนค่าใช้จ่ายลดลงมาอยู่ที่ 5% จาก 7.5% ในปีก่อนหน้า โดยในปีงบประมาณ 2025 มีการดึงพนักงานกลับเข้ามาเพิ่มขึ้น 10% เป็น 2,206 คน หลังจากที่เคยปรับลดพนักงานครั้งใหญ่ไปถึง 33% หรือคิดเป็น 854 คนในปี 2023

 

แนวโน้มค่าใช้จ่ายการดำเนินงานต่อยอดขายรวม (Source: Bloomberg)

 

cost-to-gmv.png

 

มุมมองของ INVX

 

โครงสร้างธุรกิจกลุ่ม BNPL ในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากจากการปรับลดต้นทุนและการนำเทคโนโลยี AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ การรุกเข้าสู่บริการมูลค่าสูงที่มีลักษณะคล้ายสินเชื่อหมุนเวียนบัตรเครดิต จะช่วยเพิ่มมูลค่าธุรกรรมต่อรายและหนุนให้อัตราการทำกำไรขั้นต้นขยายตัวได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและตัวเลขหนี้เสียในแต่ละภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

 

ด้วยเหตุนี้ เรามองบวกต่อกลุ่ม BNPL จากโครงสร้างต้นทุนที่ดีขึ้นและการขยายฐานมาร์จิ้นผ่านกลยุทธ์ Take Rate ที่สูงของ Affirm (9%) และ Zip (8.4%) โดยเรามองบวกต่อ KLAR และ AFRM มากกว่า ZIP ที่มีปัญหาหนี้เสียอยู่ โดย KLAR โดดเด่นด้านการเป็นผู้นำต้นทุนต่ำสุด และมีอัตราหนี้สูญต่ำที่สุดเพียง 0.55% ขณะที่ AFRM มีศักยภาพในการผลักดันยอดใช้จ่ายต่อรายสูงสุด

 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5