บนความหวังในวันที่ความเสี่ยงวิกฤติตะวันออกกลางยังไม่จบ INVX แนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจาให้ปรับพอร์ตตามกรอบเวลาและความผันผวนที่เปลี่ยนไป ดังนี้ 1) ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์) เน้นเก็งกำไรโดย Buy on Weakness ในกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับฐานและห่วงโซ่อุปทานฟื้น เช่น สายการบิน โรงไฟฟ้า SPP ท่องเที่ยว รพ. ระดับบน ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ้น SET50 ที่เป็นเป้าหมาย Short Covering ขณะที่ระมัดระวังแรงขายในหุ้นน้ำมันต้นน้ำ ทองคำ และหุ้น Defense 2) ระยะกลาง (3-6 เดือน) เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มีอำนาจต่อรองราคา (High Pricing Power) เช่น สื่อสาร การแพทย์ และพาณิชย์ เพื่อรับมือภาวะเงินเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต และ 3) ระยะยาว (6-12 เดือนขึ้นไป) เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมอุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลการเจรจาอาจล้มเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจนและราคาย่อตัวลงในระยะถัดไป