PDF Available  
Special Report - Thai Stocks

ภายใต้ 3 Scenario ที่อาจเกิดขึ้นจาก US-IRAN เจรจากันในวันที่ 26 ก.พ.นี้

26 Feb 26 9:37 AM
สรุปสาระสำคัญ
  • ทั่วโลกกำลังจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านในวันที่ 26 ก.พ. นี้ โดย INVX คาดเกิด 3 Scenario หลัก คือ 1) กรณีเจรจาสำเร็จ (โอกาสสูงสุด) จะเกิดภาวะ Risk-on หนุน SET พุ่งแรงกว่า 20 จุด จากราคาน้ำมันที่ปรับลง กลยุทธ์เน้นหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี สายการบิน ท่องเที่ยว ค้าปลีกและไฟแนนซ์ ที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนต่ำและกำลังซื้อฟื้น 2) หากโจมตีจำกัด (โอกาสปานกลาง) SET จะพักฐาน -15 ถึง -30 จุด ราคาน้ำมันดีดตัวสั้น กลยุทธ์เน้นลดเสี่ยงหุ้นหลักและหันไปเก็งกำไรหุ้นพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT เพื่อ Hedging พอร์ตรับความผันผวนของราคาน้ำมัน รวมทั้งหุ้นโรงกลั่นจากหวังกำไรสต็อกน้ำมัน ได้แก่ TOP SPRC BCP ซึ่งจากข้อมูลสถิติตั้งแต่ปี 1990 ชี้ให้เห็นว่า Geopolitical Risk ในตะวันออกกลางมักส่งผลกระทบในรูปแบบ "Shocks หรือเกิด Panic Sell" ระยะสั้นมากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มระยะยาว เว้นแต่จะลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลก อีกทั้ง SET มีพัฒนาการรับมือกับข่าวสงครามได้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยแม้มีแรงขายลดความเสี่ยงในหุ้นกลุ่มอื่น แต่หากเป็นวิกฤติระยะสั้นกลุ่ม PTTEP PTT จะทำหน้าที่เป็น "Natural Hedge" พยุง SET ไม่ให้ปรับลงแรงได้ และ 3) กรณีสงครามเต็มรูปแบบ (โอกาสต่ำ) ตลาดจะเกิด Risk-off รุนแรง SET ร่วงเกิน 50 จุด เน้นถือเงินสดและทองคำ รวมทั้งหุ้นพลังงานต้นน้ำ
  • ล่าสุดทั่วโลกกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในวันที่ 26 ก.พ. 69 เนื่องจากมีเส้นตายสำคัญจากการที่ ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำขาดให้อิหร่านเลือกทำข้อตกลงใหม่หรือเผชิญการโจมตี ซึ่ง INVX ประเมินมี 3 Scenario ที่อาจเกิดขึ้น คือ
    1) เจรจาสำเร็จระดับหนึ่ง (โอกาสเกิดปานกลาง-สูง) คาดเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเกิดภาวะ Risk on โดย SET มีโอกาสปรับขึ้นแรง >20 จุด (+1-2%) ตามราคาน้ำมัน Brent ที่คาดจะลดลงสู่ $60-65/bbl กลยุทธ์เน้นหุ้น Domestic Play ที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานลดลงและกำลังซื้อฟื้น โดยกลุ่มได้ประโยชน์ ได้แก่ โรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี สายการบิน ท่องเที่ยว ค้าปลีกและไฟแนนซ์ ส่วนกลุ่มควรระวัง ได้แก่ พลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น
    2) โจมตีแบบจำกัดและหยุดเร็ว (โอกาสเกิดปานกลาง) คาดเงินทุนไหลเข้าพักในสินทรัพย์ปลอดภัย ส่วนตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะเผชิญแรงขายสั้น SET มีโอกาสปรับลง -15 ถึง -30 จุด (-1% ถึง -2%) ราคาน้ำมันดีดตัวสั้นๆ สู่ $75-80/bbl ก่อนจะลงเร็วเมื่อเหตุการณ์ยุติ กลยุทธ์ Tactical Play เน้นลดสัดส่วนหุ้นเสี่ยงชั่วคราว และเก็งกำไรหุ้นน้ำมันเพื่อ Hedging พอร์ตระยะสั้น โดยกลุ่มได้ประโยชน์ ได้แก่ พลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น ส่วนกลุ่มควรระวัง ได้แก่ กลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนหลัก
    3) สงครามเต็มรูปแบบ (โอกาสเกิดต่ำ) คาดเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ส่วนตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะเผชิญแรงขายหนักเกิดภาวะ Risk off โดย SET มีโอกาสปรับลงแรง >50 จุด (>3%) ตามราคาน้ำมัน Brent ที่คาดจะปรับขึ้น > $80/bbl กลยุทธ์เน้นหุ้น Defensive หรือ High Dividend ลดสัดส่วนหุ้นให้เหลือน้อยที่สุด เน้นถือเงินสด ทองคำ หรือตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อหลบภัย รวมทั้งเก็งกำไรในกลุ่มได้ประโยชน์ ได้แก่ พลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น ส่วนกลุ่มควรระวัง ได้แก่ ทุกกลุ่มที่อิงกับการบริโภคและต้นทุนพลังงาน (โรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี สายการบิน ท่องเที่ยว ค้าปลีกและไฟแนนซ์) เนื่องจากเงินเฟ้อจะพุ่งสูงกดดันเศรษฐกิจ
Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5