
ตลาดหุ้นเกาหลี + ญี่ปุ่นแทคทีมเด้งแรง สัญญาณคลาย Panic แต่ความผันผวนยังสูง แนะใช้จังหวะเด้งลด High Beta เพิ่ม Quality
by INVX Investment Strategy & Research
วันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัวแรงในวันนี้ นำโดยเกาหลีใต้ (KOSPI +16% ทำสถิติบวกระหว่างวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์) และญี่ปุ่น (Nikkei +5.25%, TOPIX +2.25%) แต่มองว่าการฟื้นตัวที่แรงนี้สะท้อนการปิดสถานะ Short และการคลาย Leverage มากกว่าการยืนยันว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุด ประกอบกับการฟื้นตัวส่วนใหญ่กระจุกตัวในอุตสาหกรรมเดียวจึงมองว่าควร ใช้จังหวะเด้งเพื่อยกระดับพอร์ตสู่ Quality มากกว่าเพิ่มน้ำหนักหุ้น High-Beta โดยนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้อาจพิจารณาเข้าลงทุนหุ้นกลุ่ม Software ผ่านกองทุน MEGA10CYBER-A
สรุปสถานการณ์
ตลาดหุ้นเอเชียในวันที่ 31 กรกฎาคม ฟื้นตัวอย่างรุนแรง นำโดย KOSPI ของเกาหลีใต้ที่บวกสูงสุดถึง 16% ทำสถิติปรับขึ้นระหว่างวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ Nikkei 225 ของญี่ปุ่น +5.25% และ TOPIX +2.25% อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวกระจุกในตลาดที่มีน้ำหนัก Semiconductor สูง เพราะหากดูตลาดหุ้นเอเชียอื่นๆ ก็ไม่ได้มีการปรับตัวบวกมากนัก
การดีดตัวรอบนี้เกิดขึ้นหลัง KOSPI ปรับลดลงรวมประมาณ 17% ในช่วง 3 วันทำการก่อนหน้า จากความกังวลว่าการลงทุน AI Infrastructure จะไม่สามารถสร้างรายได้รองรับได้ ซึ่งกดดันหุ้น Memory และอุปกรณ์ผลิตชิปทั่วภูมิภาคอย่างหนัก (วันจันทร์ที่ 28 ก.ค. KOSPI ร่วง 10.84% และ Nikkei ปิดลบ 3.95%) โดยสามารถสรุปสาเหตุของการปรับขึ้นได้ดังนี้
1. งบ Big Tech สหรัฐฯ ยืนยัน AI Demand: ผลประกอบการของ Microsoft และ Amazon สะท้อนการเติบโตแข็งแกร่งของธุรกิจ Cloud โดย AWS เร่งตัวเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน ช่วยลบล้างความกังวลของตลาดที่มองว่าการใช้จ่ายด้าน Data Center และ AI Server จะชะลอตัว ส่งผลให้แรงซื้อไหลกลับเข้าหุ้น Memory (HBM/DRAM) ชิป และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ที่มีสัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดังกล่าวสูงปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในเช้านี้
2. แรงซื้อคืนและการปิดสถานะ Short: ในเกาหลีใต้ ทั้ง Samsung Electronics และ SK Hynix ราคาดีดมากกว่า 20% ในวันเดียว การบวกอัตราสูงระดับนี้ภายในวันเดียวคาดว่าจะมีการทำ Short Covering พร้อมกับการกลับเข้าซื้อหลังราคาลดลงแรง ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คาดว่าความผันผวนจะยังคงอยู่ในระดับสูงหลังจากนี้
3. สัญญาณความเชื่อมั่นจากผู้บริหารและภาครัฐเกาหลีใต้: Chey Tae-won ประธาน SK Group เข้าซื้อหุ้น SK Hynix โดยตรงเป็นครั้งแรก จำนวน 3,620 หุ้น มูลค่าราว 4.8 พันล้านวอน ซึ่งตลาดตีความเป็นสัญญาณบวกต่อความสามารถแข่งขันด้าน HBM ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้เพิ่มเงินราว 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์เข้ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติเพื่อการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ใน AI อย่างไรก็ตามรัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มปรับเพิ่มหลักประกันการซื้อขาย Leveraged ETF เพื่อลดความเสี่ยงแรงบังคับขายซ้ำ
Implication
การดีดตัวแรงในวันนี้ไม่ได้ยืนยันว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดอย่างถาวร แต่สะท้อนการคลายแรงกดดันเชิงเทคนิค (Short Covering + Leverage Unwind) ที่มาบรรจบกับสัญญาณอุปสงค์ AI ที่ยังจริง InnovestX จึงมองเป็นการรีบาวด์นี้ยังเปราะบาง โดยความผันผวนยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้การที่ดัชนีทำสถิติบวกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เป็นลักษณะเฉพาะของการปิดสถานะ Short และการ Reposition ของกองทุน Leverage มากกว่าเป็นการทยอยสะสม ในเชิงสถิติ วันที่ตลาดบวกแรงที่สุดมักเกิด "ระหว่าง" ช่วงตลาดขาลง ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของขาขึ้นรอบใหม่ ความผันผวนสองทางจึงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อในระยะสั้น
นอกจากนี้การฟื้นตัวค่อนข้างกระจุกอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Semiconductor Supply Chain ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความผันผวนสูง โดยการฟื้นตัวที่กระจุกตัวและพึ่งพากลุ่มเดียวในรูปแบบนี้ มักผลักดันให้ตลาดหุ้นโดยรวมมีความผันผวนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยรวม โหมดตลาดเปลี่ยนจาก "Panic Selling" ในสัปดาห์นี้ ไปสู่ "Selective Rebound" ไม่ใช่ Risk-On เต็มตัว เราจึงแนะให้ใช้จังหวะเด้งเพื่อ "ยกระดับคุณภาพพอร์ต" มากกว่าไล่เพิ่มน้ำหนักความเสี่ยง
คำแนะนำการลงทุน
ในสภาวะที่ความผันผวนยังสูงและการฟื้นตัวยังไม่ยืนยันจุดกลับตัว เราแนะให้นักลงทุนใช้จังหวะที่ตลาดฟื้นตัวขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงเชิงกระจุกตัวและกระจายพอร์ตเพื่อลดความผันผวนโดยรวม มากกว่าการเพิ่มน้ำหนักในหุ้นกลุ่ม High-Beta ตามการฟื้นตัวของตลาด
โดยในปัจจุบัน InnovestX ยังคงแนะนำ "ไม่เพิ่มน้ำหนัก" หุ้น High-Beta Asia Tech หากสนใจลงทุนใน AI Supply Chain แนะนำลงทุนในกลุ่ม Software ที่มีคุณภาพการสร้างรายได้ และกระแสเงินสดที่ดี สำหรับการกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุน MEGA10CYBER-A