Special Report - Global Strategy

การปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา: กลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนภูมิรัฐศาสตร์ (ตอนที่ 2)

By ดร.รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ|4 Jan 26 10:14 AM
Special Report (Global Strategy)
สรุปสาระสำคัญ

การปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา: กลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนภูมิรัฐศาสตร์ (ตอนที่ 2)
By INVX Investment Products & Strategy (4/1/2026)

กลยุทธ์การลงทุน

หุ้นพลังงาน: โอกาสระยะสั้น–กลาง
กลุ่มบริษัทพลังงานของสหรัฐฯ มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากพัฒนาการล่าสุดในเวเนซุเอลา โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Chevron, ExxonMobil และ ConocoPhillips ขณะที่บริษัทที่ให้บริการด้านการสำรวจและพัฒนาแหล่งพลังงานอย่าง Halliburton และ Schlumberger มีโอกาสเข้ามามีบทบาทในการฟื้นฟูและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เสื่อมโทรมมาเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเป็นโครงการขนาดใหญ่ในช่วงหลายปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาความไม่แน่นอนด้านนโยบายและระยะเวลาที่ใช้ในการฟื้นฟูการผลิต ขณะเดียวกัน หากอุปทานพลังงานในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบอาจเผชิญแรงกดดัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทแปรรูปน้ำมันอย่าง Valero Energy และ Marathon Petroleum ผ่านต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง โดยลักษณะประโยชน์จะแตกต่างจากกลุ่มผู้ผลิตต้นน้ำ นักลงทุนจึงควรเลือกลงทุนให้สอดคล้องกับมุมมองต่อทิศทางราคาน้ำมันของตนเอง


ราคาน้ำมันดิบ: แรงกดดันในระยะกลาง
หากการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลามีความคืบหน้า อุปทานน้ำมันโลกอาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในอดีตเวเนซุเอลาเคยผลิตน้ำมันได้มากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ก่อนจะลดลงมาอยู่ราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน จากปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและข้อจำกัดเชิงนโยบาย การกลับมาของอุปทานในระดับสูงอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน WTI และ Brent ในระยะกลาง อย่างไรก็ดี กระบวนการฟื้นฟูต้องใช้เวลา เงินลงทุน และการจัดการที่ต่อเนื่อง ผลกระทบต่อราคาน้ำมันจึงมีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป นักลงทุนควรติดตามพัฒนาการด้านการผลิตและการลงทุนในภาคพลังงานของเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด


หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคง: โอกาสจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น
ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจสนับสนุนการใช้จ่ายด้านความมั่นคงของหลายประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและระบบด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ เช่น Lockheed Martin, Boeing และ Northrop Grumman โดยหากความตึงเครียดระหว่างประเทศยังคงอยู่ อาจนำไปสู่การปรับเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงทั้งในสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มนี้มีความอ่อนไหวต่อนโยบายภาครัฐ หากสถานการณ์คลี่คลายเร็วกว่าคาด แรงสนับสนุนต่อราคาหุ้นอาจลดลงได้เช่นกัน


เงินดอลลาร์สหรัฐ: แข็งค่าระยะสั้น แต่มีประเด็นระยะยาว
ในระยะสั้น การค้าพลังงานที่กลับมาอ้างอิงเงินดอลลาร์มากขึ้นอาจช่วยหนุนอุปสงค์ต่อเงินดอลลาร์ ส่งผลให้ Dollar Index (DXY) มีโอกาสแข็งค่า สะท้อนบทบาทของดอลลาร์ในระบบการเงินโลกที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ดี ในระยะยาว ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระตุ้นให้บางประเทศเร่งพัฒนาระบบชำระเงินทางเลือกและเพิ่มการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ เช่น ระบบ CIPS ของจีน และโครงการ mBridge ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม เนื่องจากอาจมีผลต่อโครงสร้างระบบการเงินโลกในระยะยาว


ทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย: ยังควรมีติดพอร์ต

ในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น นักลงทุนมักหันไปหาสินทรัพย์ที่ช่วยรักษามูลค่า เช่น ทองคำ และ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นถึงกลาง (2–5 ปี) ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพและสภาพคล่องให้กับพอร์ตลงทุน นอกจากนี้ สกุลเงินที่มีสถานะปลอดภัยอย่าง ฟรังก์สวิส (CHF) และ เงินเยน (JPY) อาจได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในระยะสั้นเช่นกัน

ตลาดหุ้นละตินอเมริกา: ควรใช้ความระมัดระวัง
ตลาดหุ้นในภูมิภาคละตินอเมริกา เช่น บราซิล โคลอมเบีย และเม็กซิโก อาจเผชิญความผันผวนจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายระหว่างประเทศ นักลงทุนที่มีการลงทุนในภูมิภาคนี้ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาโดยตรง ขณะเดียวกัน บริษัทที่เน้นตลาดภายในประเทศและมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งอาจได้รับผลกระทบจำกัด


หุ้นจีนและเอเชีย: โอกาสระยะยาว
หากความตึงเครียดระหว่างประเทศยังคงอยู่ จีนอาจเร่งการใช้เงินหยวนในการค้าระหว่างประเทศและพัฒนาระบบชำระเงินของตนเอง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อธนาคารจีนขนาดใหญ่ที่มีบทบาทด้านการค้าระหว่างประเทศ เช่น Bank of China, ICBC และ China Merchants Bank (พิจารณาลงทุนผ่าน DR CMBANK23 https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/investsnack/market-chronicles/company-history/cmbank-hk-21112025) "‌") ขณะที่บริษัทพลังงานจีนอย่าง PetroChina และ CNOOC อาจกระจายการลงทุนไปยังแหล่งพลังงานใหม่ในภูมิภาคอื่น ซึ่งอาจเป็นโอกาสการเติบโตในระยะยาว นักลงทุนควรเลือกลงทุนแบบคัดเลือกเฉพาะบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง


Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัล: เพิ่มการเฝ้าระวัง
ความไม่แน่นอนในระบบการเงินโลกอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนหันมาสนใจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin มากขึ้น อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์กลุ่มนี้มีความผันผวนสูง นักลงทุนควรจำกัดสัดส่วนการลงทุนในระดับที่รับความเสี่ยงได้ เช่น ไม่เกิน 1–4% ของพอร์ต และเตรียมรับความผันผวนในระยะสั้น

 

สรุปแนวทางการปรับพอร์ต

ในช่วง 1–3 เดือนข้างหน้า นักลงทุนควรติดตาม 1) ความคืบหน้าในการฟื้นฟูภาคพลังงานของเวเนซุเอลา 2) การตอบสนองของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ต่อสถานการณ์ดังกล่าว และ 3) เสถียรภาพของตลาดการเงินในภูมิภาคละตินอเมริกา ดังนั้น การกระจายความเสี่ยงและไม่ให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ใดมากเกินไปจะช่วยให้พอร์ตสามารถรับมือกับความผันผวนได้ดีกว่า

คำเตือน: สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูงและอาจเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ข้อมูลบางส่วนอาจยังอยู่ระหว่างการประเมิน นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจลงทุน

Author
DR RHATSARUN TANAPAISANKIT
ดร.รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ

Head of Investment Strategy & Trading Product Specialist

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5